|
การออกกำลังกายของไทเกอร์ วูดส์ |
|
เอื้อเฟื้อข้อมูลโดยคุณ
Captain
Wisetpong Panya |
|
|
|
ทำยังไงถึงจะมีวงสวิงเหมือนไทเกอร์ วูดส์? |
|
|
ตามปกติแล้ว ผมซึ่งไม่เคยเล่นกอล์ฟ ,ไม่เคยสนใจกีฬาชนิดนี้ เมื่อมีใครมาถามผมเกี่ยวกับนักกอล์ฟว่า พวกเขา (นักกอล์ฟ) ควรจะสนใจอย่างอื่นนอกจากการเพิ่มทักษะในการสวิงหรือไม่ คำตอบในใจคือ ไม่เสียล่ะ เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะนักกอล์ฟไม่จำเป็นต้องวิ่ง ,ไม่จำเป็นต้องกระโดด ,ไม่จำเป็นต้องมีการประทะแบบเนื้อชนเนื้อกับผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง สิ่งที่เขาต้องทำก็คือหวดลูกในสนามเท่านั้น เมื่อสองปีก่อนหน้านี้ มีข่าวลือมาจากเพื่อนเข้าหูผมว่า "ไทเกอร์ วูดส์ เล่นเวทว่ะ" ในขณะนั้น ไม่มีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่ในวันนี้ ช่างเป็นโชคดีของผมยิ่งนักที่ได้มีโอกาสสัมภาษณ์เขา (ไทเกอร์ วูดส์) ลงในบทความ และเมื่อการทำงานของผมเสร็จสิ้น ผลที่ออกมาคือ ไทเกอร์ วูดส์ ใช้เวลาในโรงยิมเป็นเวลาครั้งละนานๆ จริงๆ เดี๋ยวสิ ลืมไปแล้วหรือว่าผมไม่ใช่นักกอล์ฟ ใครคือไทเกอร์ วูดส์เหรอ? |
|
|
ม่าย.. ไม่ใช่ ไทเกอร์ ไม่ใช่เสือจริงๆหรอก ไทเกอร์ วูดส์ เป็นนักกอล์ฟชาวอเมริกัน ที่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลคนหนึ่งในวงการนักกอล์ฟ ในปี พ.ศ.2549 เขามีรายได้ 100 ล้านเหรียญสหรัฐจากการชนะรายการต่างๆ ด้วยอายุ 31 ปี ในเดือนสิงหาคม 2550 วูดส์ชนะรายการหลักๆ รายการที่ 13 ที่ Southern Hills วูดส์พูดเกี่ยวกับการแข่งขันครั้งนั้นว่า "ในรายการนั้น ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นดูเหนื่อยล้าเอามากๆ ไหล่ห่อลิ้นห้อยเชียว แต่สำหรับผม ผมรู้สึกปกติดี ผมเชื่อว่าไม่ทุกคนหรอกที่จะคิดว่ากอล์ฟเป็นกีฬาอย่างหนึ่งที่ต้องดูแลเอาใจใส่ต่อร่างกาย ดังนั้น พวกเขาจึงต้องรับผลของความคิดแย่ๆนั้น" |
|
|
การแข่งขันที่โอคลาโฮม่า ในครั้งนั้น ถือได้ว่ามีสภาพแวดล้อมที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันกอล์ฟรายการหลักๆเท่าที่เคยมีมา วันนั้นอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 39 องศาเซลเซียส มีผู้เข้าชมการแข่งขันถึง 264 คนที่ต้องต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเพราะมีอาการแพ้แดด ดังนั้น ใครก็ตามที่อยู่บนสนามและยังหวดลูกกลอ์ฟได้โดยที่จิตใจไม่วอกแว่ก ทั้งๆที่ต้องทนอากาศร้อนๆมาถึง 4 วัน ร่างกายของเขาคนนั้น ต้องไม่ธรรมดา ใช่แล้ว ไทเกอร์ วูดส์ ทำได้ และชนะในรายการนั้น วูดส์ เชื่อมั่นเป็นอย่างมากว่าด้วยการเล่นเวท มันมีส่วนให้เขาได้ก้าวไปถึงขอบเขตของนักกอล์ฟผู้ยิ่งใหญ่ที่ทุกคนต้องกล่าวขวัญถึง ใช่แล้วครับ วูดส์ ได้ฝึกฝนร่างกายที่โรงยิม นั่นทำให้เขามีความแตกต่างจากนักกอล์ฟคนอื่นๆ แต่การฝึกที่โรงยิม วูดส์ถือเป็นความลับหนึ่งในไม่กี่เรื่องในชีวิตเขา ที่ไม่ยอมเปิดเผยสู่สาธารณะเลย แต่อย่างไรก็ตาม ในนิตยสาร Men's Fitness ฉบับเดือนกรกฎาคม 2550 วูดส์ถึงได้เปิดเผยให้ผมฟัง |
|
|
|
นิตยสาร Men's Fitness ฉบับเดือนกรกฎาคม 2550 |
แม้ว่าจะเป็นพ่อคนแล้ว แต่ วูดส์ก็ยังเข้าโรงยิมให้ได้ถึง 6 วันต่อสัปดาห์ โดยมีครูฝึกคือ Keith Kleven ซึ่งครูฝึกคนนี้ได้เปิดเผยให้ฟังว่าในรอบสิบปีที่ผ่านมา วูดส์สร้างกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นมาถึง 13 กก. (30 ปอนด์) โดยในปี พ.ศ.2539 (ค.ศ.1996) วูดส์มีความสูง 185 ซม. (6 ฟุต 2 นิ้ว) มีน้ำหนักตัว 71.8 กก.(158 ปอนด์) ตอนนั้น เขาพยายามจะเพิ่มน้ำหนักตัวเอง แต่ว่าพ่อของเขาบอกกับเขาว่าในกรรมพันธุ์ของครอบครัวเรา นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งวูดส์ก็ยังพยายามเล่นเวทไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ส่งผลอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ.2543 (4 ปีหลังจากปี ค.ศ.1996) การฝึกของเขาก็เริ่มส่งผล โดยในปีนั้น เขาอายุ 24 ปี มีขนาดร่างกายที่พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อันเป็นผลจากการบริหารอย่างหนักมาโดยตลอด และแน่นอน มันมีผลดีต่อการแข่งขันรายการ Grand Slam ในปีนั้น (พ.ศ.2543) ของเขาด้วย |
|
|
| มาดูตารางฝึกของไทเกอร์ วูดส์ กันเถอะ 1.ทำคาร์ดิโอเพื่อวอร์มร่างกาย เป็นเวลา 30 นาที อันได้แก่การเดินบนสายพาน ,การใช้ Star Master ,การปั่นจักรยานอยู่กับที่ 2.ยืดเส้นสาย (Stretching) ทั่วร่างกาย แต่เน้นที่กล้ามเนื้อต้นขาและช่วงลำตัวส่วนบน - โดยครูฝึกของเขาเน้นว่านี่คือส่วนที่ช่วยให้ร่างกายเขามีความพร้อมสำหรับข้อต่อต่างๆในร่างกาย อันเป็นส่วนสำคัญในการวาดวงสวิงบนสนาม |
![]() |
![]() |
3.ออกกำลังแบบ Core exercise (เน้นที่รูปร่าง และการทรงตัว) การออกกำลังแบบ Core exercise เป็นการออกกำลังกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ โดยให้อยู่บนหลักการที่ว่า "ส่วนของลำตัว" จะต้องถูกกำหนดให้มีการทรงตัวที่ดีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณจะต้องมีการพัฒนากล้ามเนื้อส่วนของ "หลัง" และ "กล้ามท้อง" ที่ดีจริงๆ ซึ่งกล้ามหลังและกล้ามท้องนี้ เป็นสิ่งที่มีส่วนสำคัญมากสำหรับการบิดตัวตอนที่หวดลูกกอล์ฟ ซึ่งวูดส์ จะออกกำลังแบบ Core exercise นี้ด้วยการนั่งบน ลูกบอล medicine (คลิ๊ก) แล้วม้วนข้อด้วยดัมเบลล์ (Dumbbell curl on medicine ball) ไปพร้อมๆกัน นั่นหมายความว่าวูดส์จะต้องฝึกการทรงตัว (เพราะนั่งอยู่บนลูกบอลตลอดเวลา) ในขณะที่กำลังม้วนข้อด้วยดัมเบลล์อยู่นั้น และบางทีการออกกำลังของวูดส์ก็จะใช้สายสลิงติดไว้กับส่วนต่างๆของร่างกาย แล้วทำท่าเลียนแบบตอนที่กำลังหวดลูกกอล์ฟ โดยสายสลิงพวกนี้จะเพิ่มความหนืด (เพิ่มแรงต้านทาน) เข้าไปในส่วนต่างๆที่วูดส์ต้องใช้ในตอนหวดวงสวิงจริงๆ |
|
|
4.วิ่งระยะไกล วูดส์ฝึกวิ่งแบบจังหวะปกติ ถึง 11 กม. (7 ไมลล์) และวิ่งแบบเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น (speed runs) ถึง 5 กม. (3 ไมลล์) 5.เล่นเวท เอาล่ะ มาถึงส่วนที่น่าสนใจที่สุดกันแล้ว ซึ่งในวันที่ฝึกแบบเข้มข้นนั้น วูดส์จะเลือกใช้ขนาดน้ำหนักประมาณ 80% จากน้ำหนักที่ยกได้สูงสุด โดยเขาจะบริหารท่าหลักๆ คือ BENCH PRESS , SEATED DUMBBELL PRESS , SQUAT และท่าอื่นๆ |
|
|
|
|
|
ครูฝึกของวูดส์ (Keith
Kleven)
ไม่ให้รายละเอียดว่าวูดส์ใช้ขนาดน้ำหนักเท่าไร
แต่เท่าที่ผมได้ทราบข่าวลือมาคือ วูดส์ เล่นท่า
BENCH PRESS
ด้วยน้ำหนักถึง 136 กก. (300 ปอนด์)
แต่โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เชื่อเช่นนั้น
เพราะจากประสบการณ์จากการยกน้ำหนักของผม (ผู้สัมภาษณ์)นั้น
การยกน้ำหนักขนาดนั้น อาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่ข้อต่อบริเวณหัวไหล่
ซึ่งเขาไม่จำเป็นต้องเสี่ยง
เพราะมันไม่ได้มีผลดีต่ออาชีพกอล์ฟของเขาในระยะยาวเลย แต่เอาล่ะ
สมมติว่าเขาทำได้จริง ก็คงจะไม่ทำบ่อยๆเป็นแน่ครับ |
|
|
|
ภาพบนและภาพล่าง
มาจากกล้องแอบถ่าย |
|
|
วูดส์ ฝึกด้วยอุปกรณ์ยกน้ำหนักแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแมชชีน ,ดัมเบลล์และบาร์เบลล์ ,Medicine balls แต่มีสิ่งที่น่าสนใจสำหรับการฝึกของวูดส์คือ เขาจะเลือกท่าบริหารหลายๆท่าที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตีกอล์ฟของเขา เช่นเพิ่มพลังการจับที่มือของเขา (grip strength) ด้วยการยกดัมเบลล์ ,เลือกท่าบริหารที่ต้องมีการ "ระเบิดพลัง" เหมือนตอนที่หวดลูกกอล์ฟในจังหวะที่ต้องเน้นพละกำลังแบบ "ระเบิด" ไทเกอร์ วูดส์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนที่อยู่ในโรงยิม เขาจะไม่ถืออีโก้เด็ดขาด (Webmaster - อธิบายไว้ครับ เผื่อเพื่อนสมาชิกบางท่านไม่เข้าใจ อีโก้ ก็คือการยึดมั่นถือมั่นในตัวเอง อยากให้คนรอบๆตัวเห็นว่าตัวเองเป็นซูเปอร์แมน ก็เลยมักทำอะไรที่เกินตัว) คำว่าไม่ถืออีโก้ของวูดส์ ช่วยทำให้เขาห่างไกลจากต้องบาดเจ็บจากการฝึก โดยการที่เขาจะดูว่าตัวเองสามารถยกลูกน้ำหนักได้เท่าไร ก็เอาเท่านั้น จะไม่พยายามทำให้คนรอบข้างประหลาดใจด้วยการฝืนใช้ลูกน้ำหนักมากๆ โดยเฉพาะกับท่า LEG PRESSES และจะไม่บริหารด้วยจำนวนครั้งที่มากเกินไป (ในขณะที่ใช้ลูกน้ำหนักเบาๆ) เช่นท่า PREACHER CURL WITH MACHINE 6.วอร์มร่างกายอีกครั้งก่อนเลิก (Cool Down) วูดส์ จะยืดเส้นอีกครั้งเพื่อเป็นการวอร์มกล้ามเนื้อครั้งสุดท้ายก่อนจะจบคอร์สการบริหารในวันนั้น จากความที่ก่อนหน้านี้ วูดส์เก็บเรื่องการยกน้ำหนักของเขาเป็นความลับ ก็เลยมีคนพูดกันว่าที่เขามีรูปร่างดี ทรวดทรงดีได้ก็เพราะเขาใช้สเตอรอยด์ (ยากระตุ้นฮอร์โมน) เหตุที่คนพากันคิดอย่างนี้ ก็เพราะโดยสามัญสำนึกแล้ว นักกอล์ฟที่รวยที่สุด ไม่น่าจะเสียเวลาให้กับอย่างอื่นที่ไม่ใช่กอล์ฟ (คือไม่คิดว่าวูดส์จะออกกำลังในโรงยิม น่าจะใช้ช่วงเวลานอกสนาม เอาไปเสวยสุขกับเงินทองที่หาได้ แบบที่นักกอล์ฟคนอื่นเขาทำกัน) ผม (คนสัมภาษณ์) ไม่ได้เล่นกอล์ฟ ไม่เคยติดตามการแข่งขันของวูดส์แต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตาม ผมยอมรับว่าวูดส์เป็นแชมเปี้ยนตัวจริง ผมหวังว่าเราน่าจะเรียนรู้ว่าอะไรทำให้วูดส์ประสบความสำเร็จในอาชีพของเขา มากกว่าที่จะมาคิดว่าข่าวลือเรื่องสเตอรอยด์ของเขาเป็นจริงหรือเปล่า และจะว่าไป ถ้าทุกคนได้เห็นการฝึกในโรงยิมของเขา ก็จะเข้าใจได้ว่าไม่แปลกเลยที่เขามีรูปร่างที่เตะตาคนรอบข้างได้มากขนาดนี้ |
![]() |
![]() |
บางคนพูดว่า "ผมก็สามารถสร้างร่างกายได้เหมือนไทเกอร์ วูดส์ ได้" ข้อนั้นผมไม่เถียงเลยว่าคุณทำได้ แต่ที่ผมอยากให้คุณยอมรับวูดส์ว่าเขาเยี่ยมจริงๆ ก็เพราะไม่เพียงแต่เขาสร้างรูปร่างที่ดีด้วยการยกน้ำหนัก (อย่างที่คุณพูดว่าคุณก็ทำได้) แต่เขาอายุ 31 ปีแล้ว และยังวาดลวดลายวงสวิงบนสนามได้อย่างไม่มีที่ติ แล้วก็ยังมีความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อที่เกิดจากการฝึกในโรงยิมของเขาอีกด้วย หรือคุณว่าไม่จริง? การยกน้ำหนัก มันจะอยู่หลังฉากกีฬาทุกๆประเภทอยู่แล้ว ยิ่งคุณฟิตร่างกายเท่าไร คุณก็ยิ่งมีแนวโน้มเป็นผู้ชนะในเกมส์นั้นมากขึ้น ดังนั้น ในครั้งต่อไปที่คุณเห็นวูดส์ชนะถ้วยรางวัลถัดไป ขอให้จำไว้ในใจเสมอว่าเขามีชีวิตที่ฝึกหนักในโรงยิมด้วยเช่นกัน เหมือนที่วูดส์ชอบพูดว่า "ผมลดก้นของตัวเอง เพื่อให้รูปร่างดูดีตลอดเวลา" เขาไม่ได้พูดตลก เพราะคำว่าลดก้น ก็คือการออกกำลังในโรงยิมอย่างหนัก (เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และไม่ทำให้ก้นใหญ่เหมือนนักกอล์ฟคนอื่น) และเรามักจะเห็นว่าแชมป์เปี้ยนทั้งหลาย เอาชนะคู่แข่งขันอย่างง่ายๆทางทีวี แต่เบื้องหลัง (นอกทีวี ,นอกสนามแข่งขัน) นั้น แชมเปี้ยนทุกคนล้วนมีการบริหารร่างกายอย่างหนักทั้งนั้น |
|
|
|
- END - |