|
TUVA ตอบปัญหา |
ถาม อยากได้หุ่นเหมือนนักยิมนาสติกครับ กล้ามใหญ่และชัดดี ต้องทำอย่างไรครับ |
|
|
ตอบ ปัญหาเรื่องความคิดแบบนี้ มักเกิดกับคนที่พึ่งเริ่มเล่นกล้าม แล้วพอเห็นนักยิมนาสติกทางทีวีที่มีกล้ามใหญ่และชัดทั้งๆที่ไม่เคยเล่นกล้ามเลย ก็เลยเกิดความลังเลว่า ยังมีหนทางอื่นในการสร้างกล้ามให้ใหญ่และชัดอีกหรือ? ถ้ามีจริง ก็จะได้รีบเปลี่ยนเสียวันนี้เลย ดังนั้น เราจึงควรมาวิเคราะห์เรื่องยิมนาสติกกันครับ 1.กรรมพันธุ์ - สังเกตหรือเปล่าว่าทำไม ไม่ทุกๆคนที่จะเป็นนักยิมนาสติกได้ คำตอบก็เพราะ คุณจะต้องมีความโชคดีทางด้านกรรมพันธุ์อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน เช่นข้อต่อหัวไหล่แข็งแรง แขนแข็งแรง การทรงตัว หมุนตัวสัมพันธ์กันอย่างดี อีกทั้งการที่กล้ามของนักยิมนาสติกที่ใหญ่ขึ้นมาง่ายๆก็เป็นความโชคดีทางด้านกรรมพันธุ์อย่างหนึ่งเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นทำไมเพื่อนคุณที่ไม่ได้เล่นกล้ามบางคนก็ยังตัวใหญ่กว่าคุณเลย นั่นก็เป็นเพราะกรรมพันธุ์ไงครับ ซึ่งถ้าคุณโชคดีเหมือนเขา คุณก็ไม่ต้องเล่นกล้ามเลยก็ได้ แล้วก็ไปเล่นยิมนาสติก คุณก็จะได้กล้ามสวยและชัดเหมือนเขาแน่นอนครับ แต่ถ้าบังเอิญว่าคุณไม่มีพรสวรรค์อันนั้นเลย มีแต่การเล่นกล้ามเท่านั้นแหละที่จะช่วยให้คุณมีกล้ามเนื้อใหญ่และชัดได้ 2.เขาออกกำลังมาตั้งแต่ 8 - 10 ขวบแล้ว - ยิ่งนักยิมนาสติกจีนเนี่ย เขาส่งเข้าที่สอนตั้งแต่ 5 - 6 ขวบโน่น ซึ่งต้องฝึกทุกวันๆตั้งแต่เด็ก ไอ้แขนที่เล็กๆแต่ต้องออกกำลังทุกวันปีแล้วปีเล่า 15 ปีมันก็ต้องใหญ่ล่ะครับ แต่การเพาะกายนั้น มันจะช่วยลัดเวลาให้คุณ เพราะนักยิมนาสติกเขาไม่ได้เน้นความใหญ่ แต่ความใหญ่เป็นเพียงผลพลอยได้จากการฝึกของเขาเท่านั้น ส่วนการเพาะกายเน้นความใหญ่โดยตรง ดังนั้นศาสตร์เพาะกายจะตรงจุดสำหรับการสร้างความใหญ่โตได้มากกว่านักยิมนาสติก ดังนั้นคุณใช้เวลาสัก 2 - 3 ปีก็ทันกันแล้วครับ 3.รูปแบบของกีฬายิมนาสติก - การฝึกยิมนาสติกจะมีการวิ่ง เคลื่อนไหว ผสานกับการใช้กล้ามเนื้อในการยกน้ำหนักตัวทั้งหมดเพื่อทำท่าต่างๆ การวิ่งหรือการเคลื่อนไหวนั้น มันไปตัดวงจรการเติบโตของกล้ามเนื้อ แต่มันจะทำให้กล้ามชัด คราวนี้พอเอามารวมกัน ก็เลยกล้ามเนื้อขึ้นช้ามาก แต่ชัด คราวนี้ มีข้อเท็จจริงอีกอย่างหนึ่งก็คือ เวลาที่คุณดูนักยิมนาสติกตามทีวี ก็คือช่วงเขาอายุ 16 - 18 ปีแล้ว นั่นย่อมหมายความว่าเขาได้เล่นยิมนาสติกมาเป็นสิบปีแล้ว จึงมีกล้ามใหญ่และชัดได้ ดังนั้นคุณจึงไม่ควรเอามาเปรียบเทียบกับการเล่นกล้าม ที่คุณพึ่งจะเริ่มเล่นไปเพียงอาทิตย์เดียว แล้วจะเกิดความ "สงสัย" ว่ายังมีหนทางอื่นในการสร้างกล้ามด้วยหรือ? เพราะนั่นจะทำให้คุณลังเลกับการเล่นกล้าม เข้าทำนองจับปลาสองมือ สุดท้ายก็ไม่ได้ปลาสักตัว เพราะยังไงคุณก็ไม่สามารถย้อนเวลาไป 10 ปีเพื่อจะฝึกมาแบบนักยิมนาสติกแล้วมีกล้ามใหญ่และชัดเหมือนนักยิมนาสติกที่คุณเห็นได้ ดังนั้น ขอให้ทุ่มเทกับการเล่นกล้ามอย่างเดียวครับ 4.คุณยังไม่เคยเห็นนักกล้ามตัวจริง - การเห็นรูปในเวบ ในนิตยสาร ก็เหมือนกับเวลาที่คุณดูพระเอกนางเอกในละคร คือมันก็ไม่ได้มีความตื่นเต้นอะไร แต่สมมติว่าเวลาคุณไปเดินห้างแล้วเห็นดาราคนเดียวกันนั้น มาซื้อของในห้างเดียวกับคุณ คุณจะรู้สึกตื่นเต้น อยากเข้าไปขอลายเซ็น อยากเข้าไปถ่ายรูปด้วยใช่ไหมครับ ฉันท์ใดฉันท์นั้น การที่คุณเห็นนักกล้ามในเวบ ในนิตยสาร อาจไม่กระชากใจคุณเท่าไร ซึ่งพอคุณไปเห็นนักยิมนาสติกที่แขนใหญ่ กล้ามชัด ตัวจริงๆในโรงยิมคุณก็ตื่นเต้นและกระชากใจคุณเป็นธรรมดา เพราะนั่นคือมนุษย์ที่แขนใหญ่ กล้ามชัด คนแรกที่คุณเห็นด้วยตาเนื้อ แต่ รับประกันเลยว่า ทันทีที่คุณได้เห็นนักเพาะกายตัวจริงด้วยตาเนื้อเหมือนกัน คุณจะลืมเรื่องนักยิมนาสติกไปเลยครับ ดังนั้น นี่จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ผมมักจะแนะนำให้คุณควรไปดูการประกวดเพาะกายตามที่ต่างๆในบ้านเรา เพราะนอกจากจะเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากที่ทำงาน หรือที่บ้าน โดยไปเที่ยวจังหวัดต่างๆที่จัดการประกวดแล้ว มันยังช่วย "กระชากใจ" คุณเป็นอย่างดี เพราะคุณจะได้ดูนักกล้ามด้วยตาเนื้อ นั่นเองครับ ถ้าคุณเดินเข้าไปหานักยิมนาสติกแล้วพูดชมเขาว่า "คุณกล้ามหัวไหล่ใหญ่และสวยจริงๆครับมันเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผมจริงๆ" เขาอาจจะไม่ภูมิใจเท่าไร เพราะเขาอยากได้คำชมว่า "คุณตีลังกาได้สวยมากครับ" มากกว่า นั่นเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจฝึกยิมนาสติกมาเพื่อความใหญ่และชัดแต่อย่างใด สรุป มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะชี้แนะคุณว่า อย่าไปเสียเวลากับการเสาะหาเคล็ดลับการสร้างกล้ามในรูปแบบยิมนาสติกอยู่เลย เพราะมันไม่มีศาสตร์อันนั้น (หมายถึงศาสตร์การเพิ่มความใหญ่ของกล้ามเนื้อ) ในกีฬายิมนาสติกครับ และคุณก็ย้อนเวลาไปเป็นสิบปีเพื่อจะทำแบบเขาก็ไม่ได้ ดังนั้น ผมขอพูดแบบฟันธงว่า ถ้าคุณอยากมีกล้ามใหญ่และชัด ไม่ว่าจะใหญ่มากใหญ่น้อย คุณก็มีหนทางเดียวคือการเล่นกล้ามเท่านั้นครับ อย่าลังเล.. อย่าลังเล... |
|
|