|
TUVA ตอบปัญหา |
| ถาม ผมเล่นกล้ามแล้วจะเล่นบอล ,บาส ,ว่ายน้ำ หรือ เทนนิส ด้วยได้ไหมครับ |
| ตอบ ตามหลักจิตวิทยาแล้ว การเล่นกีฬาอย่างอื่นนั้น
(เช่น ว่ายน้ำ วิ่ง บอล บาส) เราทำด้วยความรัก ความชอบ
ทำให้ผ่อนคลาย ,ชีวิตมีเพื่อน ,เรียนรู้กฎแห่งชีวิต ในการรู้แพ้ รู้ชนะ
และมีข้อดีอื่นๆอีกมากมาย เป็นสิ่งที่คุณควรทำแล้วล่ะครับ
แต่ ถ้าคุณจะถามผมในเรื่องการเล่นกล้าม
ที่จะทำควบคู่ไปกับกีฬาอย่างอื่นที่พูดข้างต้นมานี้
ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วละก็ คงต้องคุยกันหน่อยแล้วล่ะครับ ประการแรก พูดถึงความแตกต่างกันก่อนครับ คือ ในขณะที่การเพาะกายเป็นการบริหารแบบ นอนอนาโรบิค (Non - แปลว่า ไม่) แปลตามศัพท์คือ ไม่ใช้ออกซิเจนมาสันดาปเป็นพลังงาน แต่ใช้ไกลโคเจนและครีเอทีน ฟอสเฟต ที่มีอยู่ในร่างกาย (ที่ได้มาจากสารอาหาร) มาแปลงเป็นพลังงาน เส้นใยกล้ามเนื้ออีกประเภทหนึ่งคือเส้นใยกล้ามเนื้อสีขาว มีลักษณะใหญ่ ,ยืดหยุ่น ให้พละกำลัง ทำหน้าที่ให้กล้ามเนื้อทำงานในลักษณะ "ระเบิดพลัง" คือปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาในระยะสั้นๆ เช่น การวิ่งระยะสั้น ,การเล่นกล้าม คือมีการทำงานของกล้ามเนื้อ แล้วหยุดพัก แล้วทำงานอีก แล้วหยุดพักอีก สลับกันไปเป็นช่วงๆ คนที่มีเส้นใยกล้ามเนื้อสีขาวมาก ก็จะมีลักษณะกล้ามที่ใหญ่ ,นูน และคนที่พัฒนากล้ามเนื้อสีขาวให้ทำงานบ่อยๆ ก็จะมีหุ่นล่ำสัน กำยำ สมชายชาตรี ถ้าใส่เสื้อผ้า หน้าอกและหัวไหล่ก็จะดูโปดปูนออกมา และถ้าใส่เสื้อแขนสั้น ก็จะโชว์ขนาดต้นแขนได้อย่างชัดเจน จากความแตกต่างทั้งสองแบบที่พูดถึงข้างต้นนี้ คุณจึงเห็นได้ว่ามันอยู่กันคนละขั้วกัน เหมือนขาวกับดำ ,ร้อนกับเย็น คุณไม่สามารถทำได้ดีทั้งสองอย่างพร้อมกัน เพราะมันไม่เหมือนการเอาดีทางวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องทางคำนวณ กับวิชาสังคมซึ่งเป็นเรื่องท่องจำ ซึ่งอย่างนั้นเราสามารถทำได้ดีทั้งสองอย่างได้โดยขึ้นกับสมองของเรา แต่ที่เรากำลังพูดถึงนี้เป็นเรื่องของปฏิกิริยาเคมีในการสร้างพลังงาน และลักษณะการทำงานของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นไปตามหลักธรรมชาติที่เราไม่อาจไปแก้ไขได้ ประการที่สอง ผมจะทบทวนเรื่องการสร้างกล้ามเนื้อก่อนนิดหนึ่งนะครับว่า หลักการเพาะกาย คือการใช้กล้ามเนื้อ ให้ออกแรงต้านกับวัตถุเช่น ดัมเบลล์ ,บาร์เบลล์ ฯลฯ จนเกินกำลัง มีผลทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อ (Muscle Fiber) ฉีกขาด คนละแบบกับกล้ามเนื้อฉีกนะครับ เมื่อเส้นใยกล้ามเนื้อฉีกขาดตามภาพข้างล่างนี้แล้ว ร่างกายก็จะเรียกเอาโปรตีน วิตะมิน ในร่างกายมาซ่อมแซมเส้นใยดังกล่าว และสร้างปฏิกิริยาอัตโนมัติ โดยการพอกเส้นใยบริเวณดังกล่าวให้หนาขึ้น เพื่อครั้งต่อไปถ้าต้องรับน้ำหนักที่ทำให้ฉีกนี้อีก เส้นใยนี้ก็จะไม่ฉีก ซึ่งการพอกให้เส้นใยหนาขึ้นนี้ ก็คือการที่กล้ามใหญ่ขึ้นมานั่นเอง (ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของนักเพาะกาย ที่ต้องเพิ่มปริมาณลูกน้ำหนัก ให้หนักขึ้นกว่าครั้งก่อนๆ เพื่อให้เส้นใยนี้ฉีกอีก) |
|
|
|
การสร้างกล้ามเนื้อเป็นเรื่องของหลักวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เหตุบังเอิญ |
คราวนี้เรามาดูกันว่า ถ้าวันนี้คุณเล่นกล้ามหน้าอกมา แทนที่โปรตีนจะไปสร้างหน้าอกให้คุณ ปรากฏว่าคุณไปว่ายน้ำ ซึ่งต้องใช้กล้ามปีกและหัวไหล่ด้วย เลยแทนที่กล้ามหน้าอกที่จะเล่นวันนั้น จะได้โปรตีนไปสร้างกล้ามเนื้อเต็มๆ ก็ได้ไปแค่ 10 - 20 เปอร์เซ็นต์ ไม่คุ้มค่าเหนื่อยที่เล่นหน้าอกมาเลยครับ เพราะต้องแบ่งโปรตีนไปให้ปีกและหัวไหล่ที่เซลล์กล้ามเนื้อต้องฉีกขาดจากการว่ายน้ำด้วยนั่นเอง ประการที่สาม เกี่ยวกับเรื่องพละกำลัง เช่นตอนก่อนเราจะวิ่ง หรือออกกำลังกายนั้น เรามีเรี่ยวแรงดี แต่พอหลังจากออกกำลังเสร็จ หรือวิ่งเสร็จ เรี่ยวแรงก็หมด นั่นก็คือ เรี่ยวแรงหรือพละกำลังของเรา มันมีจำกัดโดยธรรมชาติในช่วงเวลาหนึ่งๆตามแต่สมรรถภาพของร่างกาย ไม่ใช่จะเสมอต้นเสมอปลายเหมือนเครื่องจักร ดังนั้น เมื่อคุณไปว่ายน้ำไปวิ่ง แล้วมาเล่นกล้าม หรือจะสลับกันว่า ไปเล่นกล้ามก่อนแล้วไปวิ่ง ไปว่ายน้ำ ความสนุกในแต่ละอย่างก็จะลดลงไป เพราะเรี่ยวแรง อันเป็นพื้นฐานของความสนุกแต่ละอย่างนั้น มันถูกบั่นทอนลงไปนั่นเอง ยกเว้นกรณีเดียวคือ ถ้าคุณไม่ต้องเรียนหนังสือ ไม่ต้องทำงาน คือในชีวิตมีแต่เล่นกล้ามกับเล่นกีฬาอย่างอื่นอย่างเดียวนั้น คุณอาจแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ด้วยวิธีชาร์ตแบต (Recharge) คือนอนมากๆ ทานมากๆ ถ้าได้อย่างนี้ เรี่ยวแรงของคุณจะมากเสียจนทำได้ดีทั้งสองอย่างเลยทีเดียว อย่างที่เขาต้องทำกันก่อนส่งนักกีฬาต่างๆระดับทีมชาติไปแข่งระดับโลก ที่เขาเรียกกันว่า "เข้าค่าย เก็บตัวก่อนแข่ง" ไงล่ะครับ แต่ถ้าคุณต้องทำงาน ต้องเรียนด้วย การจะเอาดีทั้งสองอย่างพร้อมกันคงเป็นไปไม่ได้ ทางออก 1.ถ้าอยากกล้ามขึ้นเร็วๆ คุณต้องทำเหมือนหนังจีนกำลังภายใน ที่เจ้าสำนักจะต้องเข้าถ้ำฝึกเพียงลำพัง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก ,หรือเหมือนพวกใช้เวลา 1 ปีอ่านหนังสือเตรียมสอบเอนทรานส์ นั่นคือคุณต้องตัดกีฬาอย่างอื่นไปเลย แล้วเล่นกล้ามอย่างเดียวอย่างน้อย 1 ปี เพื่อสร้างพื้นฐานกล้ามเนื้อให้ดีเสียก่อน หลังจาก 1 ปีแล้ว คุณค่อยกลับมาเล่นกีฬาตัวอื่นควบคู่ไปพร้อมกับการเล่นกล้ามได้ 2.รูปแบบที่สองนี้คือการยังรักษาสมดุลในชีวิตให้เหมือนเดิม คือทั้งเล่นกล้ามด้วย ทั้งวิ่ง หรือว่ายน้ำ หรือเตะบอลได้ เพียงแต่ คุณต้อง ทำใจ ให้ได้ว่าคุณกำลังเหยียบเรืองสองแคมอยู่ ดังนั้นคุณจะต้อง ลดความคาดหวังเกี่ยวกับการสร้างกล้ามเนื้อลงบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาด ,และเรื่องของระยะเวลาที่กว่ากล้ามจะโตขึ้นมา เพราะแม้ว่าจะมีการพัฒนาให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น แต่มันก็จะช้ากว่าแบบแรกมากๆ (ที่คุณเล่นเพาะกายอย่างเดียว) ถ้าคุณเลือกรูปแบบที่สองนี้ ผมก็มีเพิ่มเติมไว้ให้ว่าในแต่ละวันนั้น คุณจะต้องเล่นกล้ามเสร็จก่อนแล้วค่อยเดินออกจากโรงยิมไปว่ายน้ำ ไปเตะบอล (ห้ามว่ายน้ำ หรือวิ่ง หรือเตะบอลก่อนเล่นกล้ามเด็ดขาด ไม่ว่าในกรณีใดๆ) ซึ่งถ้าจะให้ดีก็น่าจะแยกคนละช่วงเวลาไปเลย เช่นวิ่งตอนเช้า แล้วเพาะกายตอนเย็นเป็นต้น และที่สำคัญคือต้องเพิ่มการทาน ,การพักผ่อนให้มากขึ้นด้วยนะครับ |
|
- END - |