PYRAMID SETS


       หรือ PYRAMID TRAINING REPS หรือ PYRAMIDING PRINCIPLE ได้รับการรังสรรค์ขึ้นมา โดยนำชื่อ สถาปัตยกรรมของอียิปต์โบราณ ในนามปิรามิด มาตั้งเป็นชื่อเรียกขาน เพราะมีการฝึกที่ลดจำนวนครั้งลงเรื่อย ๆ และเพิ่มจำนวนครั้งในเซ็ตท้าย ๆ เปรียบเสมือนการขึ้นสู่ยอดปิรามิด ที่เรียวขึ้นไปสู่ปลายยอดในรูปสามเหลี่ยม และถ่างออก เมื่อลดต่ำลงสู่ฐาน

       กล้ามเนื้อจะเติบโต และมีพละกำลังขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อ เส้นใยของกล้ามเนื้อบีบตัว หดเกร็ง ขณะรับแรงกดดันที่หนักหน่วง ตามหลักการ ถ้าผู้ฝึกสามารถฝึก ได้เซ็ตละ 8 ครั้ง โดยไม่อุ่นเครื่องมาก่อนเลย ย่อมเป็นการฝึกที่นับว่า ทรงประสิทธิผล จนสามารถสร้างกล้ามเนื้อ และความแข็งแกร่งได้อย่างแท้จริง แต่ในทางปฏิบัติ เป็นการเสี่ยงต่อการบาดเจ็บโดยตรง ผู้ฝึกจึงไม่ควรเริ่มเซ็ตแรก ด้วยอุปกรณ์ที่หนักมาก

       วิธีนี้ผู้ฝึกเริ่มเซ็ตแรก ด้วยจำนวนครั้งมาก ใช้อุปกรณ์ฝึกที่มีน้ำหนักเบา แล้วพักเซ็ต หลังจากนี้ เพิ่มน้ำหนักของอุปกรณ์ขึ้นเรื่อย ๆ อีกประมาณ 2-3 เซ็ต แล้วลดจำนวนครั้งลง จนกระทั่งถึงเซ็ต ที่ผู้ฝึกต้องออกแรงต้านอย่างเต็มศักยภาพ ต่ออุปกรณ์ฝึกที่มีน้ำหนักมากที่สุด ผู้ฝึกจึงเริ่มลดน้ำหนักของอุปกรณ์ ลง 2-3 เซ็ต แล้วเพิ่มจำนวนครั้ง ตัวอย่างการฝึกท่าเบนซ์ เพรส ดังนี้

               เซ็ต 1:20 ครั้ง.................................................120 ปอนด์
               เซ็ต 2:20 ครั้ง.................................................150 ปอนด์
               เซ็ต 3:  8 ครั้ง.................................................170 ปอนด์
               เซ็ต 4:  6 ครั้ง.................................................190 ปอนด์
               เซ็ต 5:  5 ครั้ง.................................................200 ปอนด์
               เซ็ต 6:  3 ครั้ง.................................................220 ปอนด์
               เซ็ต 7:  8 ครั้ง.................................................140 ปอนด์
               เซ็ต 8:12 ครั้ง.................................................120 ปอนด์

       (Webmaster - ข้างบนนี้ เป็นความหมายของคำว่าระบบฝึกแบบปิรามิดเมื่อสิบกว่าปีก่อนนะครับ  แต่ในปัจจุบัน ระบบฝึกแบบนี้ได้ประยุกต์ไปแล้ว  คือถ้านักเพาะกายพูดสั้นๆว่าเขาฝึกแบบปิระมิด นั้น คือเขาอาจจะฝึกแบบ เซทแรกฝึกด้วยปริมาณน้ำหนักมาก จำนวนครั้งน้อย แล้วเซทต่อไป ลดน้ำหนักที่ใช้ลง แล้วเพิ่มจำนวนครั้งขึ้น หรือ เซทแรกฝึกด้วยปริมาณน้ำหนักน้อย แต่จำนวนครั้งมาก แล้วเซทต่อไป ก็จะเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ขึ้น แต่ลดจำนวนครั้งลง

       ไม่ว่าจะขึ้นต้นด้วยการฝึกด้วยปริมาณน้ำหนักมากๆ หรือปริมาณน้ำหนักน้อยๆในเซทแรก ก็ล้วนแต่ถูกเรียกว่าการฝึกระบบปิระมิดทั้งสิ้น (ซึ่งสมัยก่อน จะต้องเริ่มจากการฝึกด้วยปริมาณน้ำหนักน้อยๆก่อนเท่านั้น) ดังนั้น ถ้านักเพาะกายไม่อธิบายละเอียดว่า ที่เขาพูดว่า "เขาฝึกด้วยระบบปิระมิด" เราก็จะสรุปไม่ได้ว่าเขาฝึกโดยใช้ปริมาณน้ำหนักที่หนักมากๆในเซทแรก หรือใช้ปริมาณน้ำหนักน้อยๆในเซทแรกกันแน่น่ะครับ) แต่เราก็จะตีความได้ว่า ในเซทถัดไปจากเซทแรก จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงปริมาณน้ำหนักที่ใช้ และ จำนวนครั้งที่บริหาร (จะไม่ซ้ำกันในแต่ละเซท ไม่ว่าจะเป็นปริมาณน้ำหนัก ,และจำนวนครั้งที่บริหาร)
 


- END -