อ้างอิง :
https://www.modernformhealthcare.co.th/post/l-carnitine-ephimmwlklaamenuue-ldmwlaikhman
หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของแอลคาร์นิทีน ( L-carnitine )
และมักเข้าใจว่าช่วยในการลดน้ำหนัก
ทั้งที่ประโยชน์ของแอลคาร์นิทีนที่มีผลยืนยันทางวิทยาศาสตร์นั้นคือ
ช่วยลดมวลไขมัน เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ และลดความเหนื่อยล้า
ดังนั้นการทำความเข้าใจว่าแอลคาร์นิทีนคืออะไรและมีประโยชน์กับร่างกายอย่างไรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เลือกรับประทานได้อย่างเหมาะสม
รู้จัก L-carnitine
แอลคาร์นิทีน
( L-carnitine )
เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างได้เองที่ตับและไตจากกรดอะมิโนสองตัวที่มีชื่อว่า
Lysine และ Methionine
ซึ่งร่างกายนำไปใช้ในกระบวนการดึงไขมันเข้าไปสร้างเป็นพลังงาน
แอลคาร์นิทีนจึงมีบทบาทสำคัญต่อขบวนการสลายกรดไขมันในร่างกาย
และร่างกายยังได้รับแอลคาร์นิทีนจากการรับประทานอาหารจำพวกกลุ่มเนื้อแดง
ถั่ว อโวคาโดได้ด้วย
งานวิจัยของ
The Journal of Sports Medicine and Physical Fitness
ได้ศึกษาประสิทธิภาพของแอลคาร์นิทีนในผู้หญิงน้ำหนักมาก
โดยมีการศึกษาเปรียบเทียบกัน 4 กลุ่ม กลุ่มแรก ให้ยาหลอก กลุ่มสอง
ให้รับประทานแอลคาร์นิทีน กลุ่มสาม ออกกำลังกายและทานยาหลอก กลุ่มสี่
ให้ออกกำลังกายร่วมกับรับประทานแอลคาร์นิทีน และติดตามผลที่ 8 สัปดาห์พบว่า
ในกลุ่มที่มีการออกกำลังกายแบบแอโรบิกและทานแอลคาร์นิทีนวันละ 2 กรัม
สามารถลดการอักเสบในร่างกาย ( hs-CRP) ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
มีการศึกษาให้รับประทานวันละ 2 กรัม ในกลุ่มคนสูงอายุและติดตามผลพบว่า
ปริมาณของกล้ามเนื้อมากขึ้นและไขมันลดลง และยังลดความอ่อนล้าของร่างกายลง
แอลคาร์นิทีนนับเป็นสารที่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยมากและให้ประสิทธิภาพสูง
หากใช้ควบคู่กับการออกกำลังกาย โดยควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยวันละ
40-50 นาทีขึ้นไปจึงจะช่วยสลายไขมันได้
ในนักกีฬาหรือคนที่กินแอลคาร์นิทีนเสริมสำหรับการเล่นกีฬาเพื่อช่วยในการสลายไขมันและช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น
ควรจะต้องหยุดใช้เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักบ้างอย่างน้อยเดือนละ 1
สัปดาห์และไม่ควรใช้ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เสริมแอลคาร์นิทีนได้รับความสนใจในวงกว้าง
ซึ่งชนิดของแอลคาร์นิทีนที่นำมาใช้แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่
* * * แอล-คาร์นิทีน ( LC ) ค่อนข้างนิยมใช้อย่างแพร่หลาย
* * * แอล-อะซิทิลคาร์นิทีน [ L-acetylcarnitine (LAC) ]
เป็นรูปแบบเดียวที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์ ( Alzheimer )
และโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของสมองอื่น ๆ
* * * แอล-โพรพิโอนิลคาร์นิทีน [ L-propionylcarnitine (LPC) ]
มีประสิทธิภาพ ใช้ได้ผลดีกับโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดตามแขนขา (
Peripheral Vascular Disease-PVD ) ที่มีสาเหตุจากเบาหวานหรือเส้นเลือดแข็ง
แม้แอลคาร์นิทีนจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย
แต่หากรับประทานมากเกินไปก็อาจเกิดผลข้างเคียงได้เช่นกัน มีงานวิจัยระบุว่า
การรับประทานแอลคาร์นิทีนมากถึง 5 กรัม หรือ 5,000 มิลลิกรัมต่อวัน
หรือมากกว่าอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน อยากอาหารเพิ่มขึ้น
มีกลิ่นตัว มีผื่นแดง เป็นต้น
ดังนั้นสิ่งที่ควรตระหนักไว้เสมอคือ การลดน้ำหนัก
คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการเลือกรับประทานอาหารให้ถูกต้อง
แอลคาร์นิทีนเป็นสารที่ช่วยทำให้ร่างกายสามารถดึงไขมันไปสร้างเป็นพลังงาน
ซึ่งร่างกายสร้างได้เองและได้รับจากการรับประทานอาหารดังที่กล่าวไปตอนต้น
ดังนั้นแล้วเราไม่สามารถทราบปริมาณแน่นอนของแอลคาร์นิทีนที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน
การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนรับประทานแอลคาร์นิทีนย่อมช่วยให้สามารถรับประทานได้เหมาะสมและเกิดประโยชน์กับร่างกายอย่างแท้จริง
เรียบเรียงโดย พญ.จิรา ถาวรประดิษฐ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย
ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยกรุงเทพ
|