|
Ketogenic diet การทานแบบ "คิโต" |
* * * คลิกให้กำลังใจผู้ทำเว็บ ด้วยการคลิกที่ "กรอบสีชมพู" ที่อยู่ด้านบนสุดให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ - - - - - - - - - - - - - - - - - - - |
ข้างล่างนี้ เอาข้อมูลมาจาก : https://bestreview.asia/how-to/effects-of-ketogenic-diet/ เพื่อน ๆ เคยลดน้ำหนักกันวิธีไหนบ้างคะ ออกกำลังกาย, อดอาหาร , กินอาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก , รับประทานอาหารคลีน หรือที่ฮิต ๆ กันในตอนนี้อย่าง “คีโต” หลายคนอาจเคยได้ยินการลดน้ำหนักในรูปแบบคีโต หรือ “คีโตเจนิค” แต่หลาย ๆ คนอาจยังไม่เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วการลดน้ำหนักโดยการรับประทานแบบคีโตเจนิคจริง ๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่ วันนี้จะพาไปหาคำตอบกัน คีโตเจนิค คืออะไร? การกินคีโตคือการวางแผนการรับประทานอาหารที่มีหมู่คาร์โบไฮเดรตที่ต่ำเป็นพิเศษ ซึ่งสามารถช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้อย่างลดเร็ว อาหารคีโตทั่วไปจะประกอบไปด้วยไขมันเน้น ๆ ประมาณ 70 – 80% และรองลงมาเป็นหมู่โปรตีน 16-20 % ส่วนแคลอรี่ที่เหลือเพียง 5-10% นี้แหละค่ะจะมาจากหมู่คาร์โบไฮเดรตหรืออาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล เป็นต้น ซึ่งหากคุณเป็นหนึ่งคนที่บริโภคอาหาร 2,000 แคลอรี่ต่อวัน นั่นหมายความว่าคุณสามารถรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงคาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ผักและผลไม้เพียง 100 แคลอรีต่อวันเท่านั้น เมื่อคุณรับประทานด้วยวิธีคีโต ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “คีโตซีส” ( Ketosis ) หรืออธิบายง่าย ๆ นั่นคือ ร่างกายของคุณได้เผาผลาญคาร์โบไฮเดรตทั้งหมดและจำเป็นต้องเริ่มเผาผลาญไขมันเพื่อเป็นพลังงานต่อไป ผลข้างเคียงจากการกินอาหารคีโต เป็นเรื่องจริงที่การปฏิบัติตามสูตรอาหารที่มีไขมันสูงและคาร์โบไฮเดรตต่ำอย่างคีโตเจนิตอย่างเคร่งครัด สามารถช่วยขยับตัวเลขในเครื่องชั่งได้ แต่เชื่อมั้ยว่า การลดน้ำหนักแบบคีโตนี้มีผลข้างเคียงอื่น ๆ จากอาหารคีโตที่คุณรับประทานเข้าไป บางส่วนอาจจะเป็นผลดี แต่บางส่วนอาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้ นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับอันตรายและผลกระทบจากอาหารคีโตก่อนตัดสินใจลองด้วยตัวคุณเอง 1.ไข้คีโต อ่านไม่ผิด คุณสามารถเป็นไข้คีโตได้ซึ่งเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ใช่ไข้หวัดที่คุณจะรู้สึกตัวร้อนหรือไม่สบายหรอกนะ การเป็นไข้คีโตไม่ได้เกี่ยวกับอุณหภูมิแต่อย่างใด หากแต่คุณจะเกิดอาการอึดอัด ไม่สบายตัว เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ และท้องร่วงได้ นั่นเป็นเพราะการที่คุณตัดคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลัก และทำให้ร่างกายของคุณสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็วในช่วงแรก ๆ แต่ปกติแล้วคุณจะเริ่มรู้สึกดีขึ้นใน 1 - 2 สัปดาห์ นอกจากนี้การที่คุณรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ คุณจึงไม่อาจได้รับคาร์โบไฮเดรตที่จำเป็นต่อการผลิดเซโรโทนิน ( Serotonin ) ซึ่งเป็นสารเคมีในสองที่ช่วยควบคุมอารมณ์เช่นเดียวกับการนอนหลับและความอยากอาหาร ซึ่งนั่นก็อาจทำให้คุณรู้สึกว่าไม่มีความสุขหรือมีอารมณ์ที่แปรปรวนเกิดขึ้นได้ 2. พฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไป ใช่!! คุณจะมีพฤติกรรมการกินของคุณที่อาจเปลี่ยนไป เพราะการตัดคาร์โบไฮเดรตออก เหมือนเป็นการทำให้สมองที่ปล่อยสารเคมีที่เรียกว่า นิวโรเปปไทด์วาย ( neuropeptide Y หรือ NPY ) ซึ่งจะบอกร่างกายของเราว่า ฉันต้องการคาร์โบไฮเดรตนะ แต่เมื่อเราไม่ได้รับคาร์โบไฮเดรดเหล่านั้นตามที่ร่างกายของเราต้องการ สารเคมีตัวนี้แหละค่ะที่จะถูกสร้างขึ้นและสามารถเพิ่มความอยากซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการพัฒนารูปแบบการกินที่ไม่ค่อยจะมีวินัย กินจุกกินจิก ซึ่งล้วนแล้วจะเกี่ยวข้องกับการตอบสนองทางชีววิทยาของร่างกายต่อการที่เราตัดคาร์โบไฮเดรตไปนั่นเอง 3. น้ำหนักคุณอาจขึ้นมาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าอาหารคีโตเป็นที่เลื่องลือมากว่าสามารถลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วแซงทางโค้งในตอนแรก นั่นเป็นเพราะคาร์โบไฮเดรตมีน้ำมากกว่าโปรตีนหรือไขมัน ดังนั้นเมื่อคุณหยุดรับประทานอาหารจำพวกแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตนั้น ส่วนเกินทั้งหมดจึงถูกขับออกมาทางปัสสาวะ ทำให้เวลาคุณยืนบนเครื่องชั่ง จะเห็นตัวเลขที่น้อยลงไปและทำให้คุณดูผอมลงเล็กน้อยนั่นเอง แต่พอกินมสักพัก เอ๊ะ!!! ทำไมน้ำหนักไม่ลดลง? หรือ ลดลงช้าจัง? ซึ่งหลายคนก็เริ่มมีความกังวลใจแล้วใช่มั้ยล่ะ ! 4. อาการท้องผูก อาหารคีโตอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยสำหรับคนที่วางแผนการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ รวมถึงการรับประทานอาหารแบบคีโต เพราะเมื่อร่างกายของคุณขับน้ำออกมามากขึ้น เป็นไปได้ที่จะทำให้ไม่มีน้ำมากพอที่จะทำให้สิ่งต่าง ๆ หรืออาหารที่เรารับประทานเข้าไปเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก แทนที่จะผ่านเข้าสู่ร่างกายอย่างราบรื่น ก็เหมือนมีอะไรไปอุดตันไม่ให้ออกมา การเพิ่มปริมาณน้ำของคุณก็ช่วยได้นะ 5. อาการท้องร่วง ในขณะเดียวกัน คุณอาจมีอาการท้องร่วงได้นะ เนื่องจากเมื่อเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ตับของเราจะปล่อยน้ำดีเข้าไปในระบบย่อยอาหารเพื่อช่วยในการย่อยสลายการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ๆ เช่น อาหารคีโต นั่นหมายความว่าตับต้องปล่อยน้ำดีออกมามากเกินไปเพื่อใช้ในการย่อยสลายไขมัน อีกทั้งน้ำดีก็ยังถือว่าเป็นยาระบายตามธรรมชาติ ดังนั้นการที่มีน้ำดีมากจนเกินไป จึงทำให้อุจจาระมีการเร่งสปีดที่เร็วขึ้นในการเคลื่อนผ่านระบบการย่อยอาหารของคุณ ซึ่งนำไปสู่อาการท้องร่วงนั่นเอง 6. การหายใจที่เปลี่ยนไป เราเรียกผลข้างเคียงนี้ว่า “Keto Breath” เกิดจากการที่ร่างกายของคุณเข้าสู่ภาวะคีโตซิส มันจะเริ่มสร้างผลพลอยได้ตัวหนึ่งที่เราเรียกว่า “คีโตน” ซึ่งรวมถึงอะซิโตนด้วย เป็นสารเคมีที่ร่างกายของคุณผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติ และการที่จะขับคีโตนออกจากร่างกายคุณได้นั้นคือการที่คุณต้องหายใจออก และโดยปกติลมหายใจจะมีกลิ่นที่แตกต่างออกไปด้วย 7. กระหายน้ำตลอดเวลา อย่าแปลกใจ หากคุณพบว่าทำไมฉันถึงคอแห้งตลอดเวลาในขณะที่รับประทานอาหารคีโต นั่นเป็นเพราะการขับน้ำที่เพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายของคุณกระหายน้ำมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้นควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้ปัสสาวะคุณมีสีใสหรือสีเหลืองจาง ๆ 8. ความอยากอาหาร การลดน้ำหนักมักหมายถึงการที่เรามีความรู้สึกหิว และกำลังต่อสู้กับความอยาก ความโหยอาหารที่มากขึ้น แต่เมื่อคุณลดน้ำหนักด้วยคีโต กลายเป็นว่าคุณรู้สึกตรงกันข้าม ไม่ได้รู้สึกหิว หรืออยากอาหารมากมากขนาดนั้น ซึ่งมันดูสวนทางกับการลดน้ำหนักซะเหลือเกิน แต่กระนั้น ผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ท่านก็ยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ แต่วิเคราะห์กันว่าอาจจะเป็นเพราะการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำมาก สามารถยับยั้งการผลิตฮอร์โมนแห่งความหิว อย่าง ฮอร์โมนเกรลิน ( Ghrelin Hormone ) ได้นั่นเอง 9. ผิวพรรณที่อาจแย่ลง คุณอาจเริ่มสังเกตเห็นความแตกต่างของผิวในการรับประทานอาหารคีโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเคยเป็นหนึ่งคนที่ติดน้ำตาลมาก่อน การขึ้น ๆลง ๆ มาก ๆ ของระดับน้ำตาลในบางคน อาจจะไปส่งสัญญาณการปล่อยฮอร์โมนที่เพิ่มการผลิตน้ำมัน ทำให้เกิดรูขุมขน ทำให้เกิดสิวได้ 10. อาการสมองล้า บางคนจะอาจรู้สึกเหมือนสมองของเรามีเมฆหมอกปกคลุมอยู่ทำให้เกิดอาการสมองล้า นั่นเป็นเพราะสมองของเราต้องการคาร์โบไฮเดรตประเภทที่เหมาะสมสำหรับพลังงานและคนที่รับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ อาจทำให้มีคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการไม่เพียงพอ ซึ่งอาจทำให้สมองล้า ความจำสั้น และไม่ค่อยมีสมาธิได้ 11. ภาวะไตเครียด ไตมีบทบาทสำคุญในการเผาผลาญโปรตีนและเป็นไปได้ว่าการที่คุณรับประทานสารอาหารที่มากจนเกินไปนั้นอาจส่งผลเสียต่อการทำงานของไต โดยเฉพาะอาหารคีโตที่เน้นในเรื่องของอาหารที่มีไขมันสูงกว่าอาหารประเภทโปรตีนนั่นเอง 12. ปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ ถึงแม้การที่เรารับประทานอาหารคีโตที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำเป็นพิเศษจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องโรคอ้วนและโรคเบาหวานประเภท 2 ลงได้ แต่การที่อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำซึ่งส่วนใหญ่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งไขมัน เช่น เนื้อสัตว์ เนย และชีสมาก ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาเกี่ยวกับหัวใจได้ คุณจึงควรดูแลในเรื่องของคอเลสเตอรอลและสุขภาพหัวใจโดยแพทย์เป็นประจำด้วยนะ ถึงแม้ว่าอาหารคีโตเจนิค จะสามารถใช้ในการลดน้ำหนักและจัดการกับน้ำตาลในเลือดได้ แต่เราก็สามารถเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่อร่อยและหลากหลายได้โดยเสริมด้วยการลดน้ำหนักแบบคีโต เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายทั้งหมดของคุณเอง หากคุณรู้สึกว่ามีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ซึ่งอาจจะเกิดจากผลข้างเคียงจากการลดน้ำหนักแบบคีโต ก็ควรขอคำแนะนำหรือปรึกษาแพทย์ และอย่าลืมว่าการออกกำลังกายเป็นประจำ ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ร่างกายของคุณแข็งแรงแถมมีหุ่นสวย ๆ ได้อีกด้วย อาหารคีโต กินอะไรได้บ้าง ? หากคุณเลือกที่จะใข้วิธีคีโตเจนิคในการลดน้ำหนัก การเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญ ลองไปอ่านดูเลยว่ามีอะไรบ้าง? อาหารทะเล : โดยเฉพาะอาหารทะเลประเภทปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาซาบะ หรือ ปลาแมคคาเรล ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และวิตามินบีรวม ผักที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ : แน่นอนว่าผักเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เพราะมีทั้งวิตามิน แร่ธาตุ และไฟเบอร์ แต่หากเราเลือกรับประทานผักหรือพืชที่คาร์โบไฮเดรตสูง |
![]() |
| bestreview.asia
|
|
|
|
อย่างเช่น มันฝรั่ง ที่อาจทำให้ร่างกายของคุณรับประทานแป้งมากเกินไป เพราะฉะนั้นควรเลือกรับประทานผักที่มีแป้งต่ำ เช่น หน่อไม้ฝรั่ง , บลอคโคลี่ , กระหล่ำดอก , ผักโขม , มะเขือเทศ , แตงกวา , ซูกีนี และผักกาดแก้ว เป็นต้น ชีส : ชีสถือเป็นอาหารโปรดของผู้ที่ลดน้ำหนักแบบคีโต เพราะชีสมีคาร์โบไฮเดรตที่ต่ำ แต่ให้ไขมันสูง ซึ่งคุณสามารถเลือกรับประทานชีสที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำได้เช่น ครีมชีส , บลูชีส , เชดด้าชีส , พาเมซอนชีส , โมเซลล่าชีส และโพรวาโลนชีส เป็นต้น อะโวคาโด : อะโวคาโดถือเป็นอาหารที่ให้ทั้งไฟเบอร์ และอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เช่น โพแทสเซียม แถมเป็นไขมันดีและมีคาร์โบไฮเดรตต่ำ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ : การรับประทานเนื้อสัตว์ถือเป็นการได้รับโปรตีนเน้น ๆ แถมยังไม่มีคาร์โบไฮเดรตมาให้กวนใจแม้แต่น้อย อีกทั้งยังเป็นแหล่งรวมของวิตามินบี และแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย ไข่ : ไข่นี่ถือเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุดอีกหนึ่งอย่างในจักรวาลนี้ ซึ่งไข่ 1 ฟองให้คาร์โบไฮเดรตเพียง 1 กรัมเท่านั้นเอง กรีกโยเกิร์ต : โดยเฉพาะกรีกโยเกิร์ตแบบรสดั้งเดิมที่ไม่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ให้โปรตีนสูงแต่คาร์โบไฮเดรตต่ำ ที่คุณสามารถเลือกเป็นอาหารว่างในระหว่างการลดน้ำหนักแบบคีโตได้ น้ำมันมะกอก : ซึ่งเป็นแหล่งไขมันดีที่ปราศจากคาร์โบไฮเดรต ดีต่อสุขภาพหัวใจ และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ถั่วต่าง ๆ : จัดเป็นอาหารไขมันดีที่คาร์โบไฮเดรตต่ำ เช่น อัลมอนด์ , แมคคาเดเมีย , มะม่วงหิมพานต์ , พิคาชิโอ หรือ แม้แต่เมล็ดธัญพืชต่าง ๆ เช่น เมล็ดเจีย , เมล็ดฟักทอง , งา หรือ แฟลกซ์ซีด ก็มีประโยขน์และสามารถนำมาเป็นของว่างก็ดีเหลือเกิน ผลไม้ตระกูลเบอรี่ : ไม่ว่าจะเป็นแบลคเบอรี่ , บลูเบอรี่ , สตรอเบอรี่ หรือราสเบอรี่ ที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำมากเมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น ๆ ดาร์กชอคโกแลตหรือผงโกโก้ : หลาย ๆ คน คงยิ้มหวานเมื่อนึกถึงอาหารประเภทนี้เลยใช่มั้ย ก็ทั้งอร่อยทั้งหอม แถมยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจอีกด้วย แต่ก็ต้องเลือกที่ปราศจากน้ำตาลด้วยนะ น้ำมันมะพร้าว : ใช่แล้ว !! น้ำมันมะพร้าวเหมาะมากสำหรับคนที่จะลดน้ำหนักแบบคีโต เพราะน้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติพิเศษที่มีกรดไขมันหลักในน้ำมันนั่นก็คือกรดลอริก ซึ่งอาจช่วยให้ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วนสามารถลดน้ำหนักและไขมันหน้าท้องได้นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมระบบเผาผลาญให้เราได้เบริ์นไขมันหน้าท้องได้อีกด้วย ประเภทของคีโตเจนิค อาหารคีโตเจนิคมีหลากหลายประเภท ได้แก่: 1.อาหารคีโตเจนิคมาตรฐาน ( SKD ) : คือการรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตต่ำ โปรตีนปานกลาง และอาหารที่มีไขมันสูง โดยทั่วไปประกอบด้วยไขมัน 70% โปรตีน 20% แลรับประทานคาร์โบไฮเดรตเพียง 10% เท่านั้น 2.อาหารคีโตเจนิคแบบวัฏจักร ( CKD ) : อาหารนี้จะเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่มีการรับประทานคาร์โบไฮเดรตเข้าไปสูงขึ้น เช่น รับประทานแบบคีโตเจนิค 5 วัน และอีก 2 วันจะรับประทานคาร์โบไอไฮเดรตที่สูง 3.อาหารคีโตเจนิคแบบกำหนดเป้าหมาย ( TKD ) : อาหารนี้ช่วยให้คุณสามารถเพิ่มคาร์โบไฮเดรตได้เมื่อมีการออกกำลังกายร่วมด้วย 4.อาหารคีโตเจนิคโปรตีนสูง : รูปแบบนี้จะค่อนข้างคล้ายคลึงกับอาหารคีโตเจนิคมาตรฐาน แต่จะไปเน้นหมู่โปรตีนที่มากกว่า ซึ่งอัตรส่วนมักจะเป็นไขมัน 60% โปรตีน 35% และรับประทานคาร์โบไฮเดรต 5% - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ข้างล่างนี้ เอาข้อมูลมาจาก : https://simplymommynote.net/2021/06/18/keto-pro-and-con/ |
ข้อดี ของการกินคิโต ( ข้างล่างนี้ ) |
|
การกินอาหารแบบคีโตเจนิคมีข้อดี คือ 1. การกินอาหารแบบคีโตน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วภายใน 2 เดือนแรก 2. การกินอาหารแบบคีโตสามารถกินไขมันได้ไม่จำกัด ไม่จำเป็นต้องนับแคลอรี่ 3. การกินอาหารแบบคีโตจะทำให้อิ่ม เร็ว อิ่มนาน เพราะโปรตีนและไขมันจะมีฤทธิ์ในการลดความอยากอาหาร แถมยังให้พลังงานที่สูงอีกด้วย |
ข้อเสีย ของการกินคิโต ( ข้างล่างนี้ ) |
|
คีโตเจนิค หรือการกินอาหารแบบคีโตมีข้อเสีย คือ 1. กินคีโตร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน เพราะมีการรับประทานไขมันในปริมาณมาก เพื่อทดแทนการรับประทานอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล 2. เมื่อใดก็ตามที่ผู้กินอาหารแบบคีโต กลับมารับประทานอาหารตามปกติ น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกกันว่า ปรากฎการโยโย่เอฟเฟค นั่นเอง 3. การกินอาหารแบบคีโต จะมีผลกระทบกับผู้ที่เป็นโรคตับ เพราะการเปลี่ยนไขมันให้เป็นพลังงาน ( เช่นเดียวกับการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้เป็นพลังงาน ) เกิดขึ้นที่ตับ ดังนั้นผู้มีปัญหาเกี่ยวกับโรคตับต่างๆ ห้ามรับประทานอาหารแบบคีโตอย่างเด็ดขาด 4. การกินอาหารแบบคีโต ไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไต เนื่องจากมีการรับประทานโปรตีนในปริมาณมาก รองลงจากไขมัน ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่ไตมีปัญหาได้เช่นกัน 5. การกินอาหารแบบคีโต ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องการเผาผลาญไขมัน โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาคลอเรสเตอรอลในเลือดสูง และปัญหาเกี่ยวกับไตรกลีเซอไรด์ 6. การกินอาหารแบบคีโต ไม่เหมาะกับผู้มีปัญหาเกี่ยวกับการบีบตัวของลำไส้ ระบบย่อยอาหารไม่ดี การกินแบบคีโตจะทำให้เกิดปัญหากรดไหลย้อนได้ 7. การกินอาหารแบบคีโต ในผู้ป่วยเบาหวานอาจต้องปรับยา ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนตัดสินใจเลือกวิธีควบคุมน้ำหนักด้วยวิธีการนี้ การกินอาหารแบบคีโต มักจะเห็นผลได้เร็วในระยะสั้น และเป็นวิธีการที่รวดเร็วกว่าการลดน้ำหนักวิธีอื่น ซึ่งโดยปกติแล้วการกินอาหารแบบคีโต จะทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วในช่วง 6 เดือนแรก แต่ในระยะยาวแล้ว ประสิทธิภาพของการลดน้ำหนักไม่แตกต่างไปจากวิธีการอื่นๆ ทั้งนี้เพราะผู้รับประทานอาหารคีโตจะเกิดความเบื่อหน่าย และไม่อยากรับประทานอีกต่อไป ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือ ปรากฎการณ์โยโย่เอฟเฟค นั่นเอง! |
|
- จบ - |
|
|
- - - :/ - - - |
|
|
* * * หน้าเว็บ "ในส่วนที่อยู่ด้านล่างลงไปนี้" เป็นแบบฟอร์มที่ทาง Webmaster เก็บเอาไว้บริหารจัดการ ตอนที่จะซ่อมแซม หรือปรับปรุงหน้าเว็บ "ในส่วนที่อยู่ด้านบน" ในอนาคตครับ / คือหมายความว่า หน้าเว็บ "ในส่วนที่อยู่ด้านล่างลงไปนี้" ไม่ได้มีไว้สำหรับให้อ่านครับ |
| :/ |
:/ ( ข้างล่างนี้ ) |
| รหัสภาพ
|
00 ( ภาพบน ) :/ :/ ภาพข้างบนนี้มาจาก |
|
( ภาพบน ) |
| :/ |
| :/ |
* * * * * * * * * * * * * * * * * * |
| :/ |
- - - / - - - - - - / - - - - - - / - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - / - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - / - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - / - - - - - - / - - - - - - / - - - - - - / - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - * * * * * * * * * * * * * * * * * * |
| :/ |
| :/ |
/ สวัสดีครับ * * * * ทีมงาน tuvagroup.com - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ทีมงานเพาะกายครับ |
| :/ |
คำถาม : :/ คำตอบ : - - - - - - - - - - - - - - - - - - - คำถาม : :/ คำตอบ : - - - - - - - - - - - - - - - - - - - คำถาม : :/ คำตอบ : - - - - - - - - - - - - - - - - - - - |
|
|
|
- - - ไม่มีภาพ - - - |
|
|
|
|
|
|
- - - 1 ภาพ - - - |
|
|
|
|
|
|
- - - 5 ภาพ - - - |
|
|
|
|
|
|
- - - 10 ภาพ - - - |
|
|
|
|
|
|
- - - 30 ภาพ - - - |
|
|
|
|
|
|
- - - ข้างล่างนี้เป็นของเก่าที่เคยทำไว้ ยังใช้อยู่ แต่ไม่ค่อยได้ใช้แล้ว - - - |
|
|
* * * คลิกให้กำลังใจผู้ทำเว็บ ด้วยการคลิกที่ "กรอบสีชมพู" ที่อยู่ด้านบนสุดให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ - - - - - - - - - - - - - - - - - - - * * * หากภาพในหน้าเว็บนี้ขึ้นไม่ครบ กรุณาคลิกที่เมนู "Reload this page" นะครับ / ถ้าหาเมนูนี้ไม่พบ ให้อ่านคำแนะนำที่ลิงก์นี้นะครับ http://www.tuvagroup.com/7fvhp-A-03-Q-591211-1724.html - - - - - - - - - - - - - - - - - - - |
* * * คลิกให้กำลังใจผู้ทำเว็บ ด้วยการคลิกที่ "กรอบสีชมพู" ที่อยู่ด้านบนสุดให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ - - - - - - - - - - - - - - - - - - - * * * หากภาพในหน้าเว็บนี้ขึ้นไม่ครบ กรุณาคลิกที่เมนู "Reload this page" นะครับ / ถ้าหาเมนูนี้ไม่พบ ให้อ่านคำแนะนำที่ลิงก์นี้นะครับ http://www.tuvagroup.com/7fvhp-A-03-Q-591211-1724.html - - - - - - - - - - - - - - - - - - - |
ค้นคว้า - หาข้อมูล : - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ชื่อภาษาต่างประเทศ : อีกชื่อหนึ่ง คือ : ชื่อภาษาไทย : นามแฝง หรือ ฉายา : วันเดือนปีที่เกิด : 2 เมษายน พ.ศ.2518 / April 2, 1975 วันเดือนปีที่เสียชีวิต : 8 เมษายน พ.ศ.2555 / April 8, 2012 / เสียชีวิต ขณะอายุ 75 ปี ( ภาพที่เห็นในหน้าเว็บนี้ เป็นการบันทึกภาพในช่วงอายุ 25 - 38 ปี / หน้าเว็บนี้ Upload เมื่อ พ.ศ. ( ค.ศ. ) สถานที่เกิด : ที่อยู่ปัจจุบัน : ความสูง : 177.8 เซนติเมตร / 5 ฟุต 10 นิ้ว น้ำหนัก : ช่วงฤดูการแข่งขัน 127 - 129 กก. ( 280 - 285 ปอนด์ ) / ช่วงนอกฤดูการแข่งขัน 134 - 136 กก. ( 295 - 300 ปอนด์ ) สัดส่วน : ต้นแขน 18 นิ้ว ( 45.7 ซม. ) / แขนท่อนปลาย 16.5 นิ้ว ( 41.9 ซม. ) / คอ 17.5 นิ้ว ( 44.5 ซม. ) / หน้าอก 52 นิ้ว ( 132 ซม. ) / เอว 29 นิ้ว ( 73.7 ซม. ) / ต้นขา 26 นิ้ว ( 73.7 ซม. ) / น่อง 16.5 นิ้ว ( 41.9 ซม. ) / ข้อมือ 6.5 นิ้ว ( 16.5 ซม. ) / ข้อเท้า 8 นิ้ว ( 20.3 ซม. ) จุดเด่นบนร่างกาย : ข้อมูลที่น่าสนใจ : ได้ใบรับรองเป็นนักเพาะกายอาชีพ : จากการประกวดในรายการ ( ขณะที่อายุ 25 ปี ) ข้อมูลข้างบนนี้ อ้างอิงจาก : - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ประวัติโดยสังเขป : ข้อมูลข้างบนนี้ อ้างอิงจาก : - - - - - - - - - - - - - - - - - - - รายการประกวดที่ผ่านมา : ( นับถึงปี พ.ศ. ( ค.ศ. ) ) ข้อมูลข้างบนนี้ อ้างอิงจาก : - - - - - - - - - - - - - - - - - - - |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
* * * จะบริหารท่านี้ได้ ต้องมีอุปกรณ์เหมือนในภาพข้างบนนี้ก่อนนะครับ * * * |
| จะบริหารท่านี้ได้ เพื่อนสมาชิกจะต้องมีอุปกรณ์เหมือนในภาพด้านซ้ายมือนี้ก่อนนะครับ |
| จะบริหารท่านี้ได้ เพื่อนสมาชิกจะต้องมีอุปกรณ์เหมือนในภาพด้านซ้ายมือนี้ก่อนนะครับ | |
| จะบริหารท่านี้ได้ เพื่อนสมาชิกจะต้องมีอุปกรณ์เหมือนในภาพด้านซ้ายมือนี้ก่อนนะครับ | |
| จะบริหารท่านี้ได้ เพื่อนสมาชิกจะต้องมีอุปกรณ์เหมือนในภาพด้านซ้ายมือนี้ก่อนนะครับ | |
| จังหวะที่ 1 | จังหวะที่ 2 |
| จังหวะที่ 1 | จังหวะที่ 2 |
| จังหวะที่ 1 (
ภาพบน ) |
| จังหวะที่ 2 (
ภาพบน ) |
วีดีโอข้างล่างนี้ / ให้ดูที่เวลา ..... เป็นต้นไป / ให้ดูที่เวลา ..... ถึงเวลา ..... เท่านั้น |
|
ให้ดูที่เวลา ..... เป็นต้นไป / ให้ดูที่เวลา ..... ถึงเวลา ..... เท่านั้น 00 ชื่อหัวข้อเรื่อง ( ทำลิงก์ไว้ในหัวข้อเลย ) โดย วิธีใช้วีดีโอ / วิธีแจ้งวีดีโอลิงก์ขาด |
:/ |
:/ ( ข้างล่างนี้ ) |
| รหัสภาพ
|
00 ( ภาพบน ) :/ :/ ภาพข้างบนนี้มาจาก |
|
( ภาพบน ) |
- END - |
- จบ หน้า 1 - |
หน้าถัดไป |
หน้าถัดไป |
1 >< 2 >< 3 >< 4 >< 5 >< 6 >< 7 >< 8 >< 9 >< 10 >< >< 11 >< 12 >< 13 >< 14 >< 15 >< 16 >< 17 >< 18 >< 19 >< 20 >< 21 >< 22 >< 23 >< 24 >< 25 >< 26 >< 27 >< 28 >< 29 >< 30 >< 31 >< 32 >< 33 >< 34 >< 35 >< 36 >< 37 >< 38 >< 39 >< 40 >< 41 >< 42 >< 43 >< 44 >< 45 >< 46 >< 47 >< 48 >< 49 >< 50 >< 51 >< 52 >< 53 >< 54 >< 55 >< 56 >< 57 >< 58 >< 59 >< 60 |
หน้าหลัก |
ประกาศ ( คลิกเพื่ออ่าน ) |
ข่าวสาร ( คลิกเพื่ออ่าน ) |
- จบ - |
- END - |
|
|