เจย์  คัทเลอร์
( คลิ๊กเพื่อดูรูปครับ )

* * * เวบหน้านี้ ใช้การแปลแบบย ล่างขึ้นบน นะครับ * * *


usbuzzblog7.blogspot.com

จากนิตยสาร มัสเซิล ดีวีลอบเม้นท์ ฉบับ กันยายน 2559

คำถาม :  สำหรับท่า Cable Cross over นั้น อันไหนให้ผลดีกับกล้ามหน้าอกมากกว่ากัน ระหว่างการใช้ รอกต่ำ กับการใช้ รอกสูง / ที่ผมสงสัยก็เพราะว่า บางตำราบอกว่าเมื่อใช้ รอกต่ำ ก็จะทำให้กล้ามหน้าอกส่วนล่างได้รับการบริหาร /  แต่บางตำรากลับพูดตรงข้ามกัน  คือเขาบอกว่าเมื่อใช้ รอกต่ำ ก็จะทำให้กล้ามหน้าอกส่วนบนได้รับการบริหาร และถ้าใช้รอกสูงจะทำให้กล้ามหน้าอกส่วนล่างได้รับการบริหาร  อันไหนถูกต้องกันแน่ครับ?

คำตอบ :  สำหรับผมแล้ว การ "ยืน" บริหารโดยใช้รอกต่ำไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆต่อการบริหารกล้ามหน้าอกส่วนบนเลย  ถ้าอยากจะใช้รอกต่ำในการบริหารหน้าอกส่วนบนแล้วล่ะก็  คุณควรเอา "ม้าเอียง" มาวางไว้ตรงกลางของอุปกรณ์เคเบิลครอสโอเวอร์ จากนั้น จึงใช้รอกต่ำในการบริหารหน้าอกส่วนบนได้ ( คือการบริหารในท่า Incline bench cable flys นั่นเอง


       สำหรับผมแล้ว ผมไม่ใช้ รอกต่ำ ในการบริหารหน้าอก  ผมชอบที่จะใช้อุปกรณ์ Cable Cross Overs ด้วย รอกสูง มากกว่า



menshealth.co.uk

       ( ภาพบน ) และเวลาที่ผมดึงที่จับลงมา  ผมจะ"ไม่" เอามือมาไขว้กันข้างหน้าอย่างเด็ดขาด ( Webmaster - เจย์ จะไม่เอามือมาไขว้กันข้างหน้าเหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้ ) เหตุผลก็เพราะว่า การเอามือทั้งสองข้างมาไว้ "ใกล้กัน" ก็เพียงพอที่จะทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกได้หดเกร็งอย่างเต็มที่แล้ว

       การใช้อุปรกณ์เคเบิลในการบริหารกล้ามหน้าอก ก็เป็นสิ่งที่ดีอย่างหนึ่ง "แต่" ถ้าคุณอยากจะเน้นการสร้างความหนาให้กับหน้าอกส่วนบน แบบถูกจุดจริงๆแล้ว  คุณควรใช้ ม้าเอียง แล้วใช้บาร์เบลล์ หรือดัมเบลล์ หรือ อุปกรณ์สมิทแมชชีน หรืออุปกรณ์ Hammer strength  บริหาร จะดีกว่า


คำถาม :  คุณเคยใช้กรรมวิธีทำความสะอาด "ตับ" ( Liver ) และ "ไต" ( Kidneys ) หรืออวัยวะอื่นๆ ด้วยวิธีพิเศษไหม? ยกตัวอย่างเช่นการทำดีท๊อกซ์ ฯลฯ

คำตอบ :  ผมไม่ได้ใช้กรรมวิธีพิเศษแบบนั้น  สิ่งที่ผมทำก็เป็นแค่เพียงการใช้อาหารเสริมประเภท Milk Thistle และ Cranberry Extract  ในการทำความสะอาดไต

       นอกจากนี้ผมยังใช้วิธี ลดปริมาณการทานโปรตีนหลังผ่านพ้นช่วงประกวด

       ไม่เพียงแต่ "โปรตีน" เท่านั้นที่ผมตัดออกไป   เพราะผมตัดอาหารทุกอย่างโดยรวมอีกด้วย

       ผมยืนยันให้คุณฟังอีกทีว่า สำหรับผมแล้ว ในขณะที่อยู่ในช่วงนอกฤดูการแข่งขันที่คนอื่นเขาทานอาหารกันจำนวนมากๆนั้น ผมกลับทำตรงกันข้าม  นั่นก็คือว่าในช่วงนอกฤดูการแข่งขัน ผมลดอาหารทุกชนิด โดยจะทาน "น้อยกว่า" ช่วงเตรียมตัวประกวดเสียอีก


       แนวความคิดนี้ก็คือว่า หากร่างกายรับโปรตีนในปริมาณมากๆแบบต่อเนื่องกัน วันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า มันอาจทำให้ระบบของร่างกายผิดปกติได้ / ดังนั้น การเว้นช่วงด้วยการทานอาหารน้อยๆ ( รวมทั้งโปรตีนด้วย ) ในช่วงหลังการประกวดเสร็จ สัก 1 ครั้งต่อปี จึงเป็นความคิดที่ดี ( Webmaster - เจย์ประกวดเพียงรายการเดียวต่อ 1 ปี - ซึ่งก็คือรายการมิสเตอร์โอลิมเปีย )  / หรือถ้าคุณเป็นนักเพาะกายที่ไม่ได้ประกวด  คุณก็ควรจัดเวลาว่างๆสัก 2 ช่วงใน 1 ปี ในการตัดปริมาณอาหาร ให้เหลือน้อยที่สุดตามที่ผมว่ามา

       ผมจะดื่มน้ำในปริมาณมากๆตลอดเวลา เพื่อให้มีของเหลวไหลผ่านเข้าไปในไต ( เพื่อให้เกิดการกรอง )

      
ไตเป็นสิ่งที่คุณควรเอาใจใส่มากกว่าตับ  เพราะตับมีระบบฟื้นตัวของมันเองได้เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง แต่ไตไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ / นั่นก็หมายความว่า ถ้ามีการสูญเสียระบบการทำงานของไต  มันก็จะเสียไปแบบถาวรเลย ไม่สามารถเรียกคืนความปกติของไตกลับมาได้

       การทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดเข้าสู่ภาวะปกติบ้างสัก 1 ครั้งต่อปี ( ด้วยการลดการทานอาหาร ) เป็นสิ่งที่ควรกระทำ เพราะมันคือการป้องกันปัญหาใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 



bodybuilding.com

คำถาม :  เจย์ ผมรู้ดีว่าช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ คุณบริหารท่า Squats ได้ถึง 675 ปอนด์  แต่ผมสงสัยว่าสำหรับท่า Front Squats , Leg Press  และท่า Hack Squats คุณเคยทำน้ำหนักได้มากสุดเท่าไร?

คำตอบ :  ตามปกติแล้ว เวลาที่เขาจะถามเรื่องน้ำหนักมากสุดที่จะใช้ในการบริหารต้นขา เขาจะไม่ถามถึงท่า Front Squats กันหรอกนะครับ ( Webmaster - หมายความว่า ท่า Front Squats จะไม่เน้นเรื่องการใช้น้ำหนักมากๆ  )

       แต่ก็เอาเป็นว่าท่า Front Squats ที่ผมเคยบริหาร ผมจะใช้น้ำหนักรวมทั้งหมด
455 ปอนด์ ( 207 กก. ) บริหาร 6 - 8 Reps

       สำหรับท่า Leg Press นั้น มันก็ตอบยาก เพราะผมไม่ได้บันทึกสถิติไว้  วิธีบริหารสมัยที่ผมยังหนุ่มกว่านี้นั้น ( Webmaster - ปัจจุบัน ขณะให้สัมภาษณ์นี้ เจย์ อายุ 43 ปีแล้ว ) ผมจะใส่แผ่นให้มากที่สุดเท่าที่อุปกรณ์ Leg Press ตัวนั้นจะบรรทุกได้  แล้วก็จะบริหารแบบ "ขึ้นสุด-ลงสุด" เป็นจำนวน 8 - 10 Reps  /  ถ้าจะให้เดา ผมคิดว่าน้ำหนักที่ผมใช้สำหรับ Leg Press นั้น จะอยู่ระหว่าง 1,200 - 1,300 ปอนด์ ( 545 - 591 กก. )

       ปัจจัยที่ทำให้ผมใช้น้ำหนักไม่เท่ากันในท่า Leg Press นั้น ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะตัวอุปกรณ์ Leg Press ในโรงยิมแต่ละที่ ( ที่ผมไปบริหาร ) จะไม่เหมือนกัน  บางที่มีความลาดเอียงมากกว่าอีกที่หนึ่ง ซึ่งมีผลกับความยาก-ง่ายในการบริหารด้วย

       ท่า Hack Squats ก็เหมือนท่า Leg Press ตรงที่ว่า อุปกรณ์ในแต่ละโรงยิมมันไม่เหมือนกัน ( เช่น องศาความลาดเอียงของอุปกรณ์ )  โรงยิมบางที่เล่นยากกว่าอีกที่หนึ่ง ( เลยต้องใส่แผ่นน้ำหนักน้อยกว่า

       เครื่อง Hack Squats ที่บริหารยากที่สุด เท่าที่ผมเคยเจอก็คือเครื่องของบริษัท Precore ที่ตั้งอยู่ที่ Gold's Gym ที่ถนน Flamingo Road  / ซึ่งผมใส่แผ่นน้ำหนักได้เพียงข้างละ 8 แผ่น ( แผ่นละ 45 ปอนด์ )
( รวม 2 ข้างก็เป็น 16 แผ่น ซึ่งก็คือ 720 ปอนด์ หรือ 327 กก. )  บริหารได้ 10 Reps

       เวลาที่ผมพึ่งประกวดเสร็จ ผมจะหยุดบริหารขาไปเป็นเวลา 1 เดือนเต็มๆ ( เช่นตอนที่ผมพึ่งประกวดชนะในรายการ Aronld Classic เมื่อปี ค.ศ.2003 ) / แล้วพอผมกลับมาเริ่มบริหารขาใหม่อีกครั้ง  ผมก็จะใช้แค่ข้างละ 5 แผ่น ( สำหรับอุปกรณ์ Hack Squats ตัวเดียวกันนี้ ) แล้วบริหาร 10 Reps



discount-supplements.co.uk

จากนิตยสาร มัสเซิล ดีวีลอบเม้นท์ ฉบับ january 2014 หน้า 202 

คำถาม : ตอนที่คุณอายุ 19 ปี ( เท่ากับผมในตอนนี้ ) คุณทำอย่างไรถึงจะเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อให้มากที่สุดได้? ผมมีเทรนเนอร์ส่วนตัวก็จริง แต่ผมอยากได้ยินจากปากคุณมากกว่า 

คำตอบ : ที่สำคัญและเป็นหัวใจก็คือ "การทาน" ครับ  ตอนนั้น ผมทานทุกๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง และอาหารที่ทานก็จะต้องเป็นอาหารที่สะอาดที่สุดเท่าที่จะจัดหาได้ ( Webmaster - อาหารสะอาด คืออาหารที่ตรงข้ามกับอาหารขยะ ( Junk Food ) ,ส่วนประกอบแห่งความสำเร็จอื่นๆ ก็เรื่องการกำหนดตารางเวลาให้ตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น ตัวผมเอง จะตื่นนอน และจะเข้านอน ในเวลาเดียวกันทุกวัน / ผมยืนยันได้เลยว่า ถ้าปราศจากอาหารที่ดี ในปริมาณที่มาก และการนอนหลับพักผ่อนแบบเต็มอิ่ม คุณจะไม่มีทางได้รับความสำเร็จในเส้นทางนักเพาะกายได้เลย

       อีกอย่างที่ผมอยากจะแนะนำเพิ่มเติมก็คือ คุณต้องเอาใจใส่กับร่างกายตัวเอง ด้วยการสังเกตุความเปลี่ยนแปลงต่างๆในร่างกายตัวเอง ดูว่าการพัฒนากล้ามเนื้อของคุณนั้น ไปถูกทิศทางไหม สมส่วนไหม ยกตัวอย่างเช่น ตัวผมเองตอนเริ่มเล่นกล้ามนั้น เห็นได้ชัดเลยว่า กล้ามต้นขาด้านหน้า ของผม มันพัฒนา "ล้ำหน้า" เกินกว่ากล้ามเนื้อส่วนอื่นๆมาก  ดังนั้น ผมจึงคุมกำเนิดมันด้วยการเล่นกล้ามส่วนอื่นๆด้วยความเข้มข้นและหลากหลาย แต่ เล่นกล้ามต้นขาเพียงท่าเดียว คือท่า Leg extensions เป็นเวลาถึง 3 ปี ( Webmaster - เพื่อลดระดับการพัฒนาของกล้ามต้นขา และพยายามทำให้กล้ามเนื้อส่วนอื่น ( ที่ไม่ใช่ต้นขา ) โตขึ้นมาทัดเทียมกัน ซึ่งก็ต้องใช้เวลาถึง 3 ปีเลยทีเดียว )

       รูปร่างที่ดีที่สุดสำหรับนักเพาะกายคือต้องดูดีในภาพรวม ไม่ใช่ไปใหญ่ที่กล้ามเนื้อชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แล้วไปเล็กที่กล้ามเนื้อชิ้นใดชิ้นหนึ่ง / ให้เน้นย้ำเรื่องการพัฒนากล้ามเนื้อส่วนที่เป็นจุดอ่อนให้มากที่สุด


คำถาม : เจย์ คุณช่วยกำหนดขอบเขตการดื่มน้ำให้หน่อยได้ไหม? แหล่งความรู้ต่างๆ ดูเหมือนจะพยายามบอกว่าให้ดื่มน้ำวันละ 2 แกลลอน ( Webmaster - 1 แกลลอนคือ 3.78 ลิตร ,ดังนั้น 2 แกลลอนก็คือ 7.56 ลิตร ) พอผมทำตามนั้น มันก็มีปัญหากับผมทันที คือผมต้องไปปัสสาวะทุกๆ 15 นาที ซึ่งมันมีปัญหากับผมมาก เพราะผมมีอาชีพขับรถบรรทุกเป็นระยะทางไกล ทำให้หยุดบ่อยๆ ( เพื่อปัสสาวะ ) ไม่ได้ ,ผมฝึกอาทิตย์ละ 4 - 5 วัน ,ฝึกวันละ 1 ชั่วโมง ,ทำคาร์ดิโอครั้งละ 30 - 40 นาที อาทิตย์ละ 4 ครั้ง  

คำตอบ : ผมแนะนำว่า สำหรับคนทั่วไปนั้น ควรดื่มวันละ 1 แกลลอน ( 3.78 ลิตร หรือ 128 ออนซ์ ) ก็โอเคแล้ว  ยกตัวอย่างเช่น คุณดื่มน้ำ 12 ออนซ์ พร้อมกับการทานอาหารทุกมื้อ  ซึ่งในวันหนึ่งๆคุณจะต้องทานอาหาร 6 มื้อ นั่นก็หมายความว่าวันนั้นทั้งวัน คุณดื่มน้ำได้ 60 - 72 ออนซ์แล้ว

       และถ้าในช่วงระหว่างมื้ออาหารนั้น คุณดื่มน้ำได้อีกครั้งละ 12 ออนซ์ ด้วย และ ตอนที่คุณกำลังบริหารร่างกายในโรงยิมนั้น คุณดื่มเฉพาะช่วงนี้ ( ช่วงที่อยู่ในโรงยิม ) ได้อีก 20 ออนซ์ รวมทั้งหมดนี้แล้ว ( คือรวมทั้งดื่มตอนทานอาหาร ,ดื่มระหว่างมื้ออาหาร และดื่มในโรงยิม ) คุณก็จะได้ปริมาณรวมทั้งหมด 128 ออนซ์ หรือ 1 แกลลอนได้โดยไม่ยากเลย

       ผมไม่แนะนำให้คุณทรมานตัวเอง ด้วยการดื่มน้ำมากเกินไป จนทำให้คุณต้องเข้าห้องน้ำทุกๆ 15 นาที ฟังแล้วมันไร้สาระครับ




- END -