Dexter  Jackson


( ภาพบน ) ภาพถ่ายจากเวทีประกวดมิสเตอร์โอลิมเปีย ปี ค.ศ.2015

ภาพจาก bigblkmuscles.com
 



youtube.com



( ภาพบน )  หย่อนไปเพียง 2 เดือนก็จะอายุครบ "46 ปี"  แต่ได้เป็นรองอันดับ 1 มิสเตอร์โอลิมเปีย 2015

ภาพจาก ambal.ru
 

( Webmaster - การประกวดมิสเตอร์โอลิมเปีย ปี ค.ศ.2015 ( หรือ พ.ศ.2558 ) ได้จัดขึ้นที่ Las Vegas Convention Center และที่ Orleans Arena in Nevada เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ค.ศ.2015 ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2015

       นักเพาะกายส่วนมากจะเกษียณอายุ ( คือเลิกแข่ง ) เมื่ออายุประมาณ 35 ปี / มันจึงเป็นเรื่องน่าฉงนที่คุณ Dexter Jackson ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ.1969 สามารถชนะคู่แข่งรุ่นลูกรุ่นหลาน ขึ้นมาถึงรองอันดับ 1 ของรายการมิสเตอร์โอลิมเปีย ค.ศ.2015 ได้ในอายุ 45 ปี 10 เดือน

       เมื่อหลายปีก่อน มันยังมีเวทีสำหรับการประกวดนักเพาะกายที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ( Master Olympia ) มาแข่งกันเอง  / แต่ในภายหลังเวทีนั้นก็ถูกยกเลิกไป / นั่นย่อมหมายความว่า ในปี ค.ศ.2015 นี้ Dexter ต้องปะทะกับคู่แข่งที่อายุเริ่มตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ไล่มาเรื่อยๆจนถึงอายุของเขา  อีกทั้งทุกคนที่เข้ารอบ 20 คนสุดท้ายต่างก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นนักกล้ามที่มีกล้ามสวยระดับโลกทุกคน

       รายการประกวดมิสเตอร์โอลิมเปีย คือรายการประกวดที่ได้รับความน่าเชื่อถือเป็นอันดับ 1 ของโลก การที่มีผู้ชายอายุ 45 ปี 10 เดือน อย่าง Dexter  "คิด" ที่จะลงประกวดมันก็เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มากแล้ว แต่นี่ ไม่เพียงแต่ "กล้า"ที่จะลงประกวด แต่ Dexter สามารถเอาชนะนักเพาะกายซูเปอร์สตาร์ที่เป็น "ตัวเต็ง" หลายคน ฝ่าด่านจนกระทั่งได้เป็นรองอันดับ 1 ของโลก มันเป็นสิ่งที่ต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว!

       ผมแปลบทความนี้เพื่อให้เพื่อนสมาชิกที่อายุขึ้นเลข 4+ ขึ้นไปทุกคน อย่าพึ่งคิดว่าตัวเองแก่ แล้วก็ทำตัวเงอะเงอะเงิ่นเงิ่น ตามความคาดหวังของคนรอบข้าง ที่คาดหวังไว้ว่าคนที่อายุระดับคุณน่าจะเป็นอย่างนั้น ซึ่งนั่นมันไม่ถูกต้อง / Dexter คือตัวอย่างที่สุดยอดของคนในวัย 45 ปี 10 เดือน ที่ยังลงประกวดในกีฬาที่วัดความสวยของร่างกายเป็นหลัก และสามารถเอาชนะผู้เข้าแข่งขันเกือบทุกคน และแพ้ไปเพียงคนเดียว ( คือแพ้ให้กับ Phil ซึ่งเด็กกว่าเขาเป็น 10 ปี ) เท่านั้น / เลิกทำตัวเป็นคนแก่ได้แล้วนะครับ! 



( ภาพบนนิตยสาร มัสคิวลาร์ ดีวีลอบเม้นท์ ฉบับเดือนมกราคม 2559 

ภาพจาก worldwidenewsonline.com

       ข้างบนนี้คือ นิตยสาร มัสคิวลาร์ ดีวีลอบเม้นท์ ฉบับเดือนมกราคม 2559 หรือฉบับ January 2016 ซึ่งมีคุณ Dekter Jackson ขึ้นหน้าปก  เพื่อนสมาชิกพิจารณาเอาเองก็แล้วกันครับว่ากล้ามเนื้อของนักเพาะกายชายอายุ 46 ปี 1 เดือนคนนี้มันเต่งตึงขนาดไหน? - สุดยอด



youtube.com


pictigar.com

       ถ้าคุณเป็นนักกีฬาอื่นๆเช่น บอล ,บาส ,ตระกร้อ ,มวย แล้วอายุขนาดนี้ ก็คงนั่งหงอย เลี้ยงหลานอยู่ที่บ้าน เพราะโค้ชเขาคงไม่ให้คุณลงเป็นนักกีฬาตัวจริงหรอก จริงไหมครับ?

       ในขณะที่ ถ้าเป็นกีฬาเพาะกาย คุณยังฝึกเพื่อจะเข้าแข่งขันได้ / และคุณก็จะถูกแวดล้อมไปด้วยคนที่ชื่นชอบคุณ เพราะคุณเป็นนักกีฬาที่ ยังอยู่ในกระแสของวงการ อยู่เลย  ไม่ได้ตกกระแสไปเหมือนนักกีฬาชนิดอื่นที่จำเป็นต้องเกษียณตัวเองไป เพราะสู้แรงนักกีฬาบอล ,บาส ,ตระกร้อ ,มวย รุ่นลูกไม่ได้

       ดังนั้น ถ้าคิดจะเลือกกีฬาชนิดใดชนิดหนึ่งเอาไว้เล่นแบบเอาจริงเอาจัง และเล่นได้ตั้งแต่เด็กยันอายุมากแล้วล่ะก็ คุณจะไม่เสียใจถ้าเลือกเป็นกีฬาเพาะกายเสียตั้งแต่วันนี้ครับ
)  


ข้างล่างนี้ อ้างอิงจากนิตยสาร มัสคิวลาร์ ดีวีลอบเม้นท์ ฉบับเดือนมกราคม 2559

สัมภาษณ์โดย รอน  แฮร์ริส

       เมื่อดูนักเพาะกายดังๆระดับโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มันยากที่ใครจะลบสถิติของเดกเทอร์ได้ / เดกเทอร์ได้ประกาศนียบัตรนักเพาะกายอาชีพเมื่อปี ค.ศ.1998 ( ตอนอายุ 29 ปี ) จากนั้นก็ลงประกวดในรายการต่างๆของสหพันธ์
IFBB ( ชื่อเต็มคือ International Federation of Bodybuilding and Fitness ) ติดต่อกันถึง 17 ปี และถ้านับเฉพาะรายการที่คุณสมบัติผู้ลงประกวดต้องเป็นนักเพาะกายอาชีพเท่านั้น เดกเทอร์ก็ลงประกวดไปถึง 76 รายการแล้ว

       ถ้าพิจารณาด้านอายุอย่างเดียว ตอนนี้มีเพียงคนเดียวที่ยังขวางสถิติของเดกเทอร์ นั่นก็คือคุณ Albert Beckles ที่สามารถเอาชนะนักเพาะกายอาชีพคนอื่นได้ตอนที่ตัว Albert เองอายุ 52 ปี ในรายการประกวดเมื่อปี ค.ศ.1991 / แต่คุณ Albert ก็เอาชนะรายการแข่งขันระดับอาชีพได้เพียง 8 รายการจากการลงแข่งทั้งหมด 85 รายการ อีกทั้ง Albert ก็ยังไม่เคยได้เป็นมิสเตอร์โอลิมเปีย

       ถ้าตัดคุณ Albert ออกไปก่อน เราก็จะเห็นว่าคุ
ณเดกเทอร์ ครองสถิติเกือบทุกอย่าง อีกทั้งตัวคุณเดกเทอร์เองก็ยังเคยเป็นมิสเตอร์โอลิมเปีย ปี ค.ศ.2008 ด้วย / เดกเทอร์ครองสถิติเป็นผู้ที่ครองตำแหน่งแชมป์รายการ Arnold Classic สูงสุดตลอดกาล คือได้ตำแหน่งแชมป์ถึง 5 ครั้ง

       รายการแข่งระดับนักเพาะกายอาชีพ เดกเทอร์ได้เป็นแชมป์ถึง 24 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติที่สูงมาก แต่เป็นรองแค่คนๆเดียวคือ รอนนี่  โคลแมน ที่เป็นแชมป์ของรายการแข่งระดับนักเพาะกายอาชีพได้ถึง 26 ครั้ง / แต่ที่ต่างกันก็คือรอนนี่เกษียณตัวเองไปแล้ว แต่เดกเทอร์ยังคงเข้าประกวดอยู่  ดังนั้น สถิติ 26 ครั้งของรอนนี่ อาจจะถูกทำลายก็ได้ / เพราะในปีนี้ปีเดียว ( คือ ค.ศ.2015 ) ยังไม่นับรายการมิสเตอร์โอลิมเปียที่จะแข่งกันในเดือนกันยายน 2015 นั้น เดกเทอร์ก็ชนะในรายการประกวดนักเพาะกายระดับอาชีพได้ถึง 4 รายการแล้ว ( คือนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2015 ถึงเดือนสิงหาคม 2015 เดกเทอร์ชนะมา 4 รายการแล้ว )

       เดือนพฤศจิกายน 2015 ที่ผ่านมา เดกเทอร์อายุ 46 ปีแล้ว
/ ไม่เพียงแค่อยู่ในวงการได้นานจนน่าประหลาดใจ แต่เขายังทำผลงานที่เยี่ยมยอดโดยตลอดด้วย ( Webmaster - หมายความว่านักเพาะกายบางคนก็อยู่ในวงการนานพอๆกับเดกเทอร์ แต่ไม่มีผลงานอะไรที่น่าประทับใจ คือไม่ชนะรายการใหญ่ๆเลย ) / นักเพาะกายอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเดกเทอร์ ที่เคยประกวดด้วยกันนั้น ได้เลิกประกวดไปนานมากๆแล้ว จนนักเพาะกายเด็กๆรุ่นใหม่ๆแทบจะไม่รู้จัก ผิดกับตัวเดกเทอร์เองที่ยังฟิตปั๋งและทำให้นักเพาะกายรุ่นเด็กๆต้องคาราวะในความเป็นตัวของเดกเทอร์จริงๆ / จะไม่ให้รุ่นเด็กๆมันคาราวะได้อย่างไร คิดดูแล้วกัน ด้วยวัยขนาดนี้ เขาเกือบทำให้ ฟิล ฮีท ต้องเสียถ้วยรางวัลมิสเตอร์โอลิมเปีย ปี 2015  / ด้วยคะแนนที่เบียดกันมากจนทุกคนที่ดูการแข่งขันยังพากันคิดว่าเดกเทอร์น่าจะได้ครองถ้วยมิสเตอร์โอลิมเปียปีนี้ ( ค.ศ.2015 ) เป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ได้ครองมาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ( ครองในปี ค.ศ.2008 ) เสียด้วยซ้ำ

       ตอนที่ผมได้โอกาสได้เข้าสัมภาษณ์คุณเดกเทอร์ในครั้งนี้ เป็นการสัมภาษณ์ช่วงที่เขากำลังเตรียมตัวประกวดมิสเตอร์โอลิมเปียในปี ค.ศ.2015 อยู่นะครับ / และนี่คือบทสัมภาษณ์ครับ

ถาม : เมื่อมองจากหลายๆด้านแล้ว คุณมีความแตกต่างกับวิถีของแชมป์ต่างๆในอดีต เป็นต้นว่าก่อนที่คุณจะได้ตำแหน่งมิสเตอร์โอลิมเปียในปี ค.ศ.2008 นั้น มิสเตอร์โอลิมเปีย 4 คนก่อนหน้าคุณ ( Wemaster - หมายถึงแชมป์โอลิมเปีย 4 คน ก่อนหน้าที่คุณเดกเทอร์จะได้เป็นมิสเตอร์โอลิมเปีย ปี 2008 ) อันได้แก่ ลี ฮาเน่  ,โดเรียน  เยทส์  ,รอนนี่  โคลแมน  ,เจย์  คัทเลอร์  ทั้ง 4 คนที่พูดถึงนี้ ทุกคนเริ่มการประกวดด้วยน้ำหนักตัวมากกว่า 90 กก. ( 200 ปอนด์ ) ทั้งสิ้น / โดยเฉพาะคุณลี  ฮ่าเน่ และคุณเจย์  คัทเลอร์ นั้น ตอนที่เขาทั้งสองคนนี้ประกวดในครั้งแรกตอนที่เป็นวัยรุ่น อายุยังไม่เกิน 20 ปี เขาทั้งสองคนก็มีน้ำหนักตัวในรุ่นเฮฟวี่เวท ( คือ 103 กก. หรือ 225 ปอนด์ ) ไปแล้ว

       คราวนี้ พอมาลองเทียบกับประวัติของคุณ คุณเริ่มแข่งด้วยน้ำหนักตัวแค่ 61 กก. ( 135 ปอนด์ ) ในรุ่นแบนตั้มเวท เมื่อปี ค.ศ.1991 ( ตอนเดกเทอร์อายุ 22 ปี ) / นั่นก็หมายความว่า จนถึงปัจจุบันนี้ คุณเพิ่มน้ำหนักตัวขึ้นมามากว่า 45 กก. ( 100 ปอนด์ ) นับตั้งแต่ที่คุณชนะการแข่งขันครั้งแรกนั้นเลย / คุณคิดว่าคนทั่วไปเขาคิดในแง่มุมเกี่ยวกับศักยภาพในการเพิ่มกล้ามเนื้อปริมาณมหาศาล ( 100 ปอนด์ ) แบบที่คุณเป็นอยู่นี้ว่าอย่างไร? 

ตอบ : คนทั่วไป เวลาที่เห็นนักกล้ามตัวใหญ่ๆร้อยกิโลขึ้นไป ก็มักจะคิดว่า พวกนักกล้ามตัวใหญ่ๆเหล่านั้น เกิดมาด้วยพรสวรรค์อันพิเศษ คือตัวใหญ่กว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว  พอเล่นกล้ามเสริมเข้าไปนิดหน่อย กล้ามก็พองเป็นลูกโป่งเลย  ส่วนตัวพวกเขานั้น เป็นคนตัวเล็ก กระดูกเล็ก เล่นอย่างไรก็ไม่มีทางได้ปริมาณกล้ามเนื้อขนาดนั้นแน่ "ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิด"

       ก็ดูตัวอย่างจากผมได้ ผมเริ่มต้นประกวดด้วยน้ำหนักตัวเพียง 61 กก. แต่ผมก็เพิ่มน้ำหนักตัว เพิ่มขนาดกล้ามเนื้อของตัวเองจนมีขนาดใหญ่แบบที่เห็นทุกวันนี้ได้ โดยที่ผมไม่ได้มีพรสวรรค์ในด้านขนาดของร่างกายมาตั้งแต่เกิดอย่างที่พวกคุณคิดแต่อย่างใด 


ถาม : เป็นที่รู้กันว่าการที่จะได้เป็นมิสเตอร์โอลิมเปียนั้น มิสเตอร์โอลิมเปียในอดีตแต่ละคนต้องพยายามอยู่หลายครั้ง จึงจะได้ครองตำแหน่งนั้น / แม้จะพลาดอยู่หลายปี แต่ที่เขายังรักษาความพยายามนั้นได้   ก็เพราะเขาเหล่านั้นยังพอมีลุ้น  อันเนื่องมาจากการที่เขามีโครงสร้างร่างกายที่ใหญ่เป็นพิเศษ เหมือนรอนนี่  โคลแมน ,เจย์  คัทเลอร์ / ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าเวทีมิสเตอร์โอลิมเปีย คือเวทีสำหรับคนที่มีโครงสร้างร่างกายใหญ่เป็นพิเศษ

       ผมก็เลยอยากรู้ว่า อะไรทำให้คุณยังสามารถรักษาความพยายามที่จะเป็นมิสเตอร์โอลิมเปียได้ โดยที่คุณก็ไม่ได้มีโครงสร้างร่างกายที่ใหญ่เป็นพิเศษเหมือน รอนนี่  โคลแมน และเจย์  คัทเลอร์ เลย



muscletime.com


contest.bodybuilding.com

ตอบ : เวทีโอลิมเปียมีไว้สำหรับคนที่มีโครงสร้างใหญ่เป็นพิเศษมานานแล้วก็จริง  แต่ผมก็เห็นช่องโอกาสที่ผมจะได้เป็นแชมป์ได้ นั่นคือผมจะไม่เข้าไปอยู่ในเกมส์ที่เน้นความใหญ่โตของกล้ามเนื้อเหมือนกับพวกเขา  ผมต้องสร้างจุดเด่นอย่างอื่นให้ตัวเอง ( เช่นความชัด และสมส่วน )

       ในอดีตนั้น มันเป็นบรรทัดฐานที่เราสร้างกันขึ้นมาเองว่าเวทีมิสเตอร์โอลิมเปียต้องเน้นความใหญ่โตของร่างกายเป็นพิเศษ ซึ่งหายนะก็เห็นได้ชัดตอนที่เจย์  คัทเลอร์ ยังไม่ได้เลิกประกวด เราจะเห็นได้ว่าในแต่ละปีที่ประกวด เจย์พยายามรักษาความใหญ่โตของกล้ามเนื้อเขา ซึ่งส่งผลให้เขาเริ่มเสียความสมส่วนและความชัด มากขึ้น มากขึ้น / นั่นก็เพราะเจย์ทำใจไม่ได้หากเจย์จะมาเน้นความชัด และความสมส่วนให้เหมือนกับผมในตอนที่ผมชนะมิสเตอร์โอลิมเปียเมื่อ ปี ค.ศ.2008 / ที่ว่าทำใจไม่ได้ก็เพราะมันจะทำให้กล้ามเนื้อของเจย์แฟบลง ( เพราะเจย์เข้าใจไปเองว่า เวทีมิสเตอร์โอลิมเปีย มีไว้สำหรับคนที่ต้องมีโครงสร้างใหญ่โตเป็นพิเศษเท่านั้น เขาจึงไม่ยอมลดขนาดกล้ามของตัวเอง ซึ่งส่งผลให้เขาเสียความชัดและความสมส่วนไป  )

       และจะว่าไปแล้ว ยุคของมิสเตอร์โอลิมเปียที่มีโครงสร้างร่างกายแบบใหญ่เป็นพิเศษ มันได้หมดไปแล้ว ลองดูคุณ ฟิล  ฮีท ดูก็ได้  ฟิลเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในเรื่อง ปริมาณมัดกล้ามเนื้อก็จริง คือเขามีปริมาณมัดกล้ามที่หนาแน่นจริงๆ ผมยอมรับ  แต่รูปร่างโดยรวมของ ฟิล นั้น เขาไม่ได้มีโครงสร้างร่างกายแบบใหญ่โตเป็นพิเศษ เหมือน รอนนี่  โคลแมน ,ดอเรียน  เยท และลี  ฮาเน่

       แต่ฟิล ก็สามารถครองตำแหน่งมิสเตอร์โอลิมเปียได้หลายปี นั่นก็หมายความว่า หากคำพูดของคุณเป็นจริงที่ว่าเวทีมิสเตอร์โอลิมเปีย เป็นของคนที่มีโครงสร้างร่างกายแบบใหญ่โตเป็นพิเศษ แล้วล่ะก็ ฟิล ก็คงจะไม่ได้ตำแหน่งมิสเตอร์โอลิมเปีย ติดกันหลายปีขนาดนี้หรอกครับ นั่นเป็นเรื่องที่คนอื่นคิดกันไปเอง สร้างบรรทัดฐานกันไปเอง


ถาม : ผมจะให้ดูประวัติมิสเตอร์โอลิมเปียในอดีตนะครับ  คุณ ลี  ฮาเน่ นั้น สมัยที่ได้เป็นนักเพาะกายอาชีพแล้ว เขาลงแข่งทั้งหมด ( ที่เป็นรายการของนักเพาะกายอาชีพของ IFBB ) เป็นเวลา 9 ปี คือเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1983 ถึงปี 1991 / โดเรียน  เยทส์ ลงแข่งในรายการของนักเพาะกายอาชีพของ IFBB เป็นเวลา 8 ปี คือเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.1990 ถึงปี 1997 /  รอนนี่  โคลแมน ลงแข่งในรายการของนักเพาะกายอาชีพของ IFBB เป็นเวลา 16 ปี คือเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.1992 ถึง 2007 / เจย์   คัทเลอร์ ลงแข่งในรายการของนักเพาะกายอาชีพของ IFBB เป็นเวลา 15 ปี คือเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ.1998 ถึงปี ค.ศ.2013

       แต่คุณเองนั้น เมื่อนับรวมปีนี้ด้วย ตัวเลขที่ออกมาคือคุณลงแข่งในรายการของนักเพาะกายอาชีพของ IFBB เป็นสถิติใหม่เลย คือ 17 ปี!

       และสถิติใหม่อีกอย่างหนึ่งคือ ใน 17 ปีที่คุณประกวดนั้น คุณประกวดทุกปีติดต่อกันเลยด้วย ในขณะที่นักเพาะกายคนอื่น ยังหยุดคั่นบ้าง ( คือหมายความว่าบางปีก็ไม่ได้ประกวดรายการใดๆเลย )

       อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้คุณยังอยู่ และยังประสบความสำเร็จในการประกวดได้ติดต่อกันยาวนานขนาดนี้




   
musclemecca.com

ตอบ : สาเหตุที่ร่างกายของผมอยู่เป็นรูปทรงได้ติดต่อกัน 17 ปีนั้น คำตอบคือ ผมไม่ยุ่งเกี่ยวกับการทำคาร์ดิโอเลย ( I didn't do any cardio at all ) / แล้วถ้าจำเป็นจะต้องทำจริงๆ ผมจะทำคาร์ดิโอตอนใกล้การประกวดมากๆ และจะไม่ยอมทำเกิน 30 นาที

       นักเพาะกายหลายคนให้ความสำคัญกับการทำคาร์ดิโอมากเกินไป บางคนทำคาร์ดิโอถึงวันละ 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว  ซึ่งนั่นจะทำให้เขาต้องเกษียณตัวเองจากวงการประกวดไปตั้งแต่อายุยังน้อย

       สำหรับการยกเวท ผมจะพยายามเล่นแบบสั้นๆ คือแต่ละครั้งจะแค่ไม่เกิน 90 นาทีเท่านั้น

       การฝึกแต่ละอาทิตย์ ผมจะฝึกแค่อาทิตย์ละ 3 - 4 วัน จะไม่เกินนั้นเด็ดขาด

       หลังการประกวดเสร็จทุกครั้ง ผมจะพักติดต่อกัน 2 เดือนเต็มๆโดยไม่แตะลูกเหล็กเลย

       แชมป์คนอื่น เขาใช้ร่างกายหนักเกินไป ก็เหมือนเครื่องยนต์ที่ถูกเหยียบคันเร่งตลอดเวลา  โอเค ณ.วันนี้ เครื่องยังเร่งได้ดีอยู่ แต่ ณ.วันหนึ่งในอนาคตไม่ไกล "เครื่องจะพัง" / แต่ถ้าคุณผ่อนคันเร่งบ้าง แม้ว่า ณ.วันนี้ มันจะทำให้เครื่องคุณไปช้ากว่าคนอื่น แต่ว่า ในอนาคต ขณะที่เครื่องของคนอื่นพังกันไปหมดแล้ว แต่เครื่องของคุณจะยังวิ่งต่อได้สบายๆไปอีกหลายปี

       ผมมีพรสวรรค์ส่วนตัวในเรื่องอัตราการเผาผลาญอาหารที่เร็ว ซึ่งนั่นทำให้ผมได้เปรียบนักเพาะกายคนอื่น / ใน 17 ปีที่ประกวดนั้น แต่ละปีน้ำหนักตัวของผมจะเปลี่ยนแค่ 1 ครั้ง หรืออย่างมากสุดก็ 2 ครั้ง และความต่างของน้ำหนักตัวก็จะอยู่ราวๆ 13 - 18 กก. ( 30 - 40 ปอนด์ ) ต่อปีเท่านั้น  / ในขณะที่นักเพาะกายส่วนใหญ่น้ำหนักตัวในแต่ละปีจะโดดขึ้นโดดลงเป็นว่าเล่น 

       เคล็ดลับอีกอันหนึ่งคือ ผม "รักการเพุาะกาย" เป็นอย่างมาก และตั้งใจไว้แล้วว่าจะเล่นเพาะกายจนกว่าผมจะตาย / และความรักนั่นแหละ คือแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่ทำให้ผมอยู่ในวงการนี้ได้นานกว่าแชมป์คนอื่นๆ


ถาม : ตอนนี้สถิติทุกอย่างของคุณมันเยี่ยมยอดไปหมด รายการ Arnold Classic คุณก็ทำสถิติไว้ได้แล้วด้วยการเป็นแชมป์รายการนี้ถึง 5 ครั้ง / ส่วนสถิติการแข่งระดับนักเพาะกายอาชีพ อีกเพียงแค่ 2 รายการคุณก็จะเอาชนะสถิติของรอนนี่ โคลแมน ที่ทำเอาไว้ 26 ครั้ง / ก็คงจะเหลือเพียงรายการเดียวคือมิสเตอร์โอลิมเปีย ที่ไม่สามารถทำลายสถิติอะไรได้ คำถามคือ คุณพอใจกับถ้วยมิสเตอร์โอลิมเปียที่คุณได้เมื่อปี ค.ศ.2008 หรือไม่ หรือว่ายังอยากจะได้ถ้วยมิสเตอร์โอลิมเปียมาเพิ่มอีก?

ตอบ : ผมพอใจกับถ้วยมิสเตอร์โอลิมเปียเมื่อปี ค.ศ.2008 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่อยากได้ถ้วยมิสเตอร์โอลิมเปียมาเพิ่มอีกถ้วยหรอกนะครับ / รายการประกวดมิสเตอร์โอลิมเปียคือรายการที่โหดที่สุดในโลก มีผู้ชายเพียง 13 คนบนโลกนี้ที่เคยได้ตำแหน่งมิสเตอร์โอลิมเปีย ซึ่งถือว่าเป็นเพียงผู้ชายกลุ่มเล็กๆที่ได้รับเกียรตินี้ และผมก็ได้เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

       ดังนั้น แม้ว่าผมจะเกษียณ แต่การเกษียณนั้น ผมเคยเป็นผู้ที่ได้ครองตำแหน่งมิสเตอร์โอลิมเปีย 1 ครั้ง ,เป็นผู้ที่ครองตำแหน่งแชมป Arnold Classic ถึง 5 ครั้ง ,เป็นผู้ชนะในรายการแข่งระดับนักเพาะกายอาชีพที่มากครั้งที่สุดในโลก / ผมคิดว่าที่พูดมานี้ มันก็ทำให้ผมเป็นนักเพาะกายที่เกษียณแบบมีความสุขที่สุดในโลกแล้วล่ะครับ


ถาม : ลูกชายของคุณที่ชื่อ เดกเทอร์จูเนียร์ เป็นนักอเมริกันฟุตบอลอาชีพ ของ Tampa Bay Storm / ผมเดาได้เลยว่าวิธีฝึกของลูกคุณกับตัวคุณจะต้องมีความแตกต่างกันมากทีเดียว คุณสองคนเคยฝึกด้วยกันบ้างไหมครับ?

ตอบ : เราไม่เคยฝึกด้วยกันเลยครับ เราสองคนต่างก็มีตารางภารกิจประจำวันที่แน่นมาก อีกทั้งผมก็เป็นคนไม่ค่อยได้อยู่บ้านเนื่องจากต้องออกเดินทางบ่อยๆ การที่ผมจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวนั้น ในปีหนึ่งๆ เห็นจะมีแค่สองวันคือวันขอบคุณพระเจ้า กับวันคริสมาสก์เท่านั้นแหละครับ

       ผมกับจูเนียร์เป็นพ่อลูกที่คุยกับแบบสบายๆ ยกตัวอย่างเช่น วันดีคืนดี เขาก็จะโทรมาหาผมแล้วบอกว่า “คุณพ่อครับ วันนี้ผมทำ Benchpress แบบหนัก 315 ปอนด์ได้ตั้ง 5 ครั้งแน่ะ” ผมเลยตอบไปว่า “เยี่ยมไปเลยลูก แล้วบอกให้พ่อรู้ด้วยนะว่าวันไหนลูกเล่นให้หนัก 405 ปอนด์และทำได้ 12 ครั้งอย่างที่พ่อกำลังทำอยู่น่ะลูก ฮ่า.. ฮ่า.. “



( ภาพบนภาพถ่ายเดกเทอร์ ตอนอายุ 45 ปี 3 เดือน

ถ่ายที่เวที Arnold Classec เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2015

ภาพจาก  flexonline.com

ถาม : รู้สึกว่าคนในครอบครัวคุณจะเกี่ยวข้องกับกีฬากันหลายคนเลยนะครับ และแต่ละคนก็มีฝีมือทางด้านกีฬาแบบหาตัวจับได้ยากเสียด้วย

ตอบ : ผมมีน้องสาว 2 คน และมีพี่ชาย 3 คน / น้องสาวของผมที่ชื่อเกลลี่ ได้รับการบันทึกสถิติว่าเป็นหนึ่งในนักบาสเกตบอลหญิงที่ฝีมือดีที่สุดตลอดกาลในระดับมัธยมปลายของรัฐฟลอริดา / เฉลี่ยแล้วเธอทำแต้มได้ 37 แต้มต่อเกม / ณ.ปัจจุบันนี้ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกในฟลอริดา ที่ทำหน้าที่เป็นโค้ชให้นักกีฬาบาสเกตบอลชายในระดับมัธยม

       ส่วนน้องสาวอีกคนหนึ่งชื่อแนนซี่ เธอมีความสามารถโดดเด่นมากในกีฬาประเภทลู่ (
เข่น วิ่ง ฯลฯ ) และกีฬาซอฟบอล / ส่วนพี่ชายทั้งสามคน ก็ล้วนเป็นเลิศในกีฬาฟุตบอล ,บาสเกตบอล และกีฬาประเภทลู่

       อย่างไรก็ตาม ก็มีผมเพียงคนเดียวที่ได้เป็นนักกีฬาอาชีพ

       พูดได้ว่าครอบครัวผม เป็นครอบครัวที่คลั่งไคล้เรื่องกีฬาจริงๆ ถ้าวันหนึ่งคุณมีโอกาสได้ไปเยี่ยมบ้านของพ่อแม่ของผม คุณจะเห็นได้เลยว่ารายการทีวีที่เขาดูคือช่อง ESPN เพียงช่องเดียว



ถาม
: ทุกวันนี้ ทุกคนต่างก็เห็นคุณใช้รถหรู และนาฬิกาข้อมือราคาแพง  แต่ที่จริงแล้ว คุณไม่ได้ร่ำรวยสุขสบายอย่างนี้มาตั้งแต่ต้น อยากให้คุณเล่าความลำบากในอดีตให้ฟังบ้างครับ




( ภาพบนเดกเทอร์และภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก

ภาพจาก professionalmuscle.com 

ตอบ : ผมมีลูกติดมาจากภรรยาคนเก่า เป็นลูกชาย 1 คน ลูกผู้หญิง 1 คน ส่วนแฟนของผมก็มีลูกติดมาจากสามีเก่า เป็นลูกชาย 2 คน สรุปว่าครอบครัวผมมีทั้งหมด 6 คน / เราอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์โดยแบ่งห้องนอนเป็น 2 ห้อง เราไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใดๆในอพาร์ทเม้นท์เลย และแน่นอน เราต้องนอนกับพื้น

       แฟนของผมต้องรับทำงานสองถึงสามที่เพื่อจะได้มีรายได้พอสำหรับรายจ่ายในบ้าน ,ซึ่งนั่นทำให้ผมมีเวลามากพอสำหรับการฝึกเพื่อจะได้เป็นนักเพาะกายอาขีพ ( Webmaster – คือเดกเทอร์ไม่ต้องหาเงินเข้าบ้าน เพื่อเขาจะได้มีเวลาสำหรับการฝึก ) ผมไม่ได้เอาเปรียบแฟนของผม เพียงแต่แผนของเราก็คือว่า ให้ผมมีเวลาฝึกเพื่อเป็นนักเพาะกายอาชีพ แล้วพอได้เป็นนักเพาะกายอาชีพแล้ว ผมจะเป็นผู้หารายได้เข้าบ้านเอง

       ผมฝึกอย่างกระท่อนกระแท่น เพราะไม่มีทุนทรัพย์ ไม่มีรายได้พิเศษใดๆมาจับจ่ายสำหรับการฝึกเลย และตั้งใจไว้ว่าหากวันใดผมได้เป็นนักเพาะกายอาชีพ ผมจะตักตวงโอกาสของการเป็นนักเพาะกายอาชีพในการหาเงินให้เต็มที่  จะไม่ยอมให้ครอบครัวกลับไปลำบากเหมือนที่ผ่านมา

       ในที่สุดผมก็ได้เป็นนักเพาะกายอาชีพ ( ตอนที่อายุ 29 ปี ) โดยชนะในรายการ 1998 North American


ถาม : หลังจากคุณได้เป็นนักเพาะกายอาชีพแล้ว คุณหาเงินอย่างไร?

ตอบ : หลังจากได้เป็นนักเพาะกายอาชีพแล้ว ก็ไม่รอช้า ผมรีบให้ตัวแทนของผมส่งรูปและประวัติของผมไปตามบริษัทอาหารเสริมต่างๆ เพื่อที่จะหาบริษัทที่จะมาเป็นสปอนเซอร์ให้กับผม ,ปรากฏว่าบริษัท Muscle Tech ให้ความสนใจกับผมเป็นพิเศษ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นทำสัญญากัน นั่นหมายความว่า ผมจะต้องเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองด้วยการหารายการแข่งเพิ่มเติมอีก เพื่อให้บริษัทอยากซื้อตัว

       ในปี ค.ศ.1999 ขณะที่ผมกำลังเตรียมตัวเพื่อจะเช้าประกวดในรายการ 1999 Iron Man Pro ผมได้ส่งจดหมายไปขอลงแข่งในรายการ 1999 Arnold Classic ด้วย และรายการ 1999 Arnold Classic ก็เชิญให้ผมไปลงแข่ง ผมจึงตัดสินใจยกเลิกการลงประกวดในรายการ 1999 Iron Man Pro ไป ทั้งๆที่เหลือเวลาอีกเพียงอาทิตย์เดียวก็จะลงแข่งแล้ว

       มาคิดย้อนหลังถึงเหตุการณ์นั้น ผมรู้สึกว่าผม “ตัดสินใจผิด” เพราะ รายการ 1999 Iron Man Pro นั้น ถ้าอยากเอาชนะ ก็สามารถทำได้โดยไม่ยากเย็นเท่าไร เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันส่วนมากจะมองว่ามันเป็นรายการแข่งที่มีไว้สำหรับอุ่นเครื่อง ก่อนที่จะไปแข่งในรายการใหญ่ อย่าง Arnold Classic ( Wemaster - ก็คือผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ จะประมาท คือไม่เอาจริง เพราะเห็นว่ารายการแข่ง 1999 Iron Man Pro มีไว้อุ่นเครื่องเท่านั้น ดังนั้น ถ้าเดอเทอร์เอาจริงเอาจังที่จะลงแข่งในรายการนี้ ( หมายถึง 1999 Iron Man Pro ) เขาก็จะเอาชนะในรายการนี้ได้อย่างง่ายๆ ) / แต่ผมดันไม่ลงแข่งเสียนี่ ถ้าผมลงแข่งและได้ตำแหน่งแชมป์ในรายการ 1999 Iron Man Pro นี้ นั่นจะช่วยทำให้กรรมการตัดสินรู้ว่าผมคือใคร ( คือคุ้นหน้า ) แล้วจะเป็นผลดีกับผมเมื่อผมลงแข่งในรายการ 1999 Arnold Classic ในอีก 1 เดือนถัดมา

       และผลการแข่ง 1999 Arnold Classic นั้น ก็ออกมาว่าผมได้ลำดับ 7 ซึ่งผมมั่นใจเป็นอย่างมากว่าหากผมลงแข่งในรายการ 1999 Iron Man Pro แล้วได้เป็นแชมป์แล้วล่ะก็ เวลาที่ผมมาประกวดในรายการ 1999 Arnold Classic นี้ ผมจะต้องติดอยู่ใน 5 อันดับสุดท้ายแน่ๆ

       รายการ 1999 Arnold Classic คือรายการประกวดระดับนักเพาะกายอาชีพรายการแรกที่ผมลงแข่ง หลังจากที่ผมได้เป็นโปร ( ซึ่งผมทำได้อันดับที่ 7 ) / หลังจากนั้นสองอาทิตย์ผมก็เข้าแข่งในรายการ 1999 Night of Champion อีกรายการหนึ่ง และได้ที่สาม โดยเป็นรองให้แก่ พอล ดิลเลท และ Pavol  Jablonicky

       หลังแข่งรายการ 1999 Night of Champion เสร็จ ทางบริษัท Muscle Tech ก็รีบให้ผมเซ็นสัญญาเพื่อรับผมเข้าสังกัดทันที และผมก็อยู่ในสังกัดของบริษัท Muscle Tech มาสิบกว่าปีแล้วครับ

       รายได้ของผม ช่วยทำให้ครอบครัวเรามีโทรทัศน์ใช้ ,มีเฟอร์นิเจอร์ใส่ในอพาร์ทเม้นท์ , และสิ่งที่ยังฝังใจผมมาถึงทุกวันนี้ก็คือตอนที่ผมเดินผ่านห้องลูกสาว และได้ยินลูกสาว ( ของแฟนผม ) คุยกับลูกชาย ( ของผม ) ในห้องว่า “ไม่น่าเชื่อเลยว่าบ้านเราจะได้รวยกับเขาบ้างแล้ว” นั่นทำให้ผมภูมิใจเป็นอย่างมาก ที่ผมเป็นคนทำให้คนในครอบครัวได้มีความสุข 



ironmanmagazine.com

ถาม : ภรรยาของคุณมีส่วนในความสำเร็จในอาชีพเพาะกายของคุณอย่างไรบ้างครับ?

ตอบ : เธอมีส่วนในความสำเร็จของผมมากเป็นอย่างมากเลยครับ จนไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดจากตรงไหนก่อนดี / จะมีผู้หญิงสักกี่คนที่จะใจกว้างปล่อยให้สามีบินข้ามประเทศ หายไปทีละเป็นเดือนๆ ด้วยเหตุผลเพียงว่า ไปฝึกเล่นกล้ามเพื่อประกวด และนี่ ยังไม่รวมถึงการเสียสละเวลาที่เธอต้องยุ่งอยู่กับการดูแลลูกๆของเรา

       และต่อมาเธอยังมาช่วยในบริษัทที่บริหารจัดการเกี่ยวกับการเตรียมตัวประกวด ( ชื่อบริษัทคือ Team Blade contest – prep ) ของผม อีกทั้งช่วยเรื่องการโปรโมทตัวผมให้เป็นที่รู้จักในสื่อต่างๆอีกด้วย


ถาม : ช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ( Webmaster คือช่วง มกราคม ถึง มิถุนายน 2015 – ขออนุญาตใช้เลข ค.ศ.นะครับ มันจะได้พ้องกับชื่อรายการประกวดต่างๆ ที่ใช้เลข ค.ศ.นำหน้า เช่น 2015 Arnold Classic จะได้ไม่งง ) คุณใช้เวลาทั้งหมดอยู่ในฟลอริด้าเพื่อฝึกกับชาร์ล กลาส คุณรู้สึกหนักใจกับการที่ต้องอยู่ห่างจากครอบครัวถึงครึ่งปีแบบนี้ไหมครับ?

ตอบ : แน่นอนครับ การอยู่ห่างจากภรรยา และคุณแม่ของผมยาวนานติดต่อกันครึ่งปีแบบนี้ มันทำให้ผมหนักใจมาก / ผมยอมรับว่าที่หลายคนพูดว่าผมเป็นลูกแหง่หรือเด็กติดแม่นั้น มันเป็นเรื่องจริง

       แต่ผมโชคดีที่ทุกคนเข้าใจดีว่าสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ มันเป็นสิ่งที่จำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้

       ผมต้องเป็นฝ่ายเดินทางไปฝึกกับ ชาร์ล กลาส ( เพราะชาร์ล จะไม่บินไปฝึกให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น ใครอยากฝึกกับเขา ต้องเป็นฝ่ายไปหาเขาเอง ) ดังนั้น การต้องบินข้ามรัฐ และใช้เวลาทีละครึ่งปีเพื่ออยู่กับชาร์ล กลาส มันเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าไม่ได้ชาร์ล กลาส ผมอาจจะเกษียณไปก่อนหน้านี้หลายปีแล้วก็ได้ ( Webmaster - คือหมายความว่า ถ้าไม่ได้ฝึกกับชาร์ล กลาส อาจทำให้รูปร่างเดกเทอร์ไม่ดี และแพ้ในรายการต่างๆ จนต้องเกษียณตัวเองไปก่อนหน้านี้หลายปี )


ถาม : ในอายุขนาดคุณนี้ หากคุณได้รับบาดเจ็บจากการฝึก มันอาจทำให้คุณต้องเกษียณจากการแข่งขันเลยก็ได้ แต่สังเกตุเห็นได้ว่าคุณยังชอบการฝึกแบบเข้มข้น คำถามคือว่าคุณใช้วิธีไหนในการหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บครับ

ตอบ : วิธีการหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่ผมใช้ก็คือ ผมต้องเรียนรู้ที่จะ “ปรับวิธีฝึก” ให้เข้ากับขนาดอายุของผมด้วย โดยผมได้คำแนะนำเหล่านี้มาจากชาร์ล กลาส

       เมื่อคุณอยู่ในวัยเดียวกับผม สิ่งที่คุณจะสู้คนหนุ่มๆไม่ได้ก็เป็นเรื่องของข้อต่อต่างๆ

       ดังนั้น แม้ว่าผมจะยังฝึกอย่างหนักอยู่ก็ตาม แต่คนในวัยแบบผมนี้จะหลีกเลี่ยงท่าบริหารแบบ Compound Movement ที่ใช้บาร์เบลล์ อันได้แก่ท่าจำพวก Squats ,Bench press ,Deadlifts ,Military presses และท่า Rows

       ท่าที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ เป็นท่าที่มีประโยชน์เป็นอย่างมาก และผมก็ฝึกด้วยท่าเหล่านี้มาตลอด จนกระทั่งถึงตอนนี้ ( คือช่วงอายุ 45 ปีขึ้นไป ) ที่ผมต้องปรับการฝึกโดยตัดท่าที่ใช้บาร์เบลล์พวกนี้ออกไป แล้วเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์แมชชีน และดัมเบลล์แทนทั้งหมด

       ด้วยการปรับการฝึกแบบนี้ ( คือใช้แมชชีน และดัมเบลล์ ) ช่วยให้ผมยังคงรูปแบบการฝึกแบบหนักๆ แบบเข้มข้นได้เหมือนเดิม ไม่ต้องลดระดับการฝึกให้เบาลงแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้แมชชีนที่ผู้ออกแบบเขาออกแบบมาดีแล้วนั้น แม้ว่าคุณจะฝึกอย่างหนักแค่ไหน มันก็จะไม่มีทางทำให้คุณบาดเจ็บได้เลย

       เทคนิคอีกอย่างสำหรับการหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บก็คือ เมื่อใดที่ผมแค่ “รู้สึก” ว่าเส้นพลิก หรือรู้สึกปวดแปล๊บๆ หรือรู้สึกส่อเค้าว่าจะเกิดอาการบาดเจ็บ ผมจะหยุดบริหารกล้ามส่วนนั้นไปเลย และจะยังไม่กลับมาบริหารกล้ามเนื้อส่วนนั้นอีกจนกว่ากล้ามเนื้อส่วนนั้นจะหายจากอาการปวดแบบ 100%

       คือผมไม่แคร์ว่าจะต้องหยุดนานเท่าไร จะ 1 เดือน หรือ 2 เดือนก็ไม่ใช่ปัญหา

       คุณควรลืมคำพูดอันโด่งดังที่ว่า ไม่เจ็บ กล้ามก็ไม่ขึ้น ( no pain ,no gain ) ไปได้แล้ว  มันใช้ไม่ได้กับคนในวัยอย่างเรา

       อีกอย่างหนึ่งที่คุณควรรู้ไว้ก็คือ กล้ามเนื้อมันมีความทรงจำของมัน ( muscle have memory ) ดังนั้น แม้ว่าคุณจะหยุดฝึกไปนาน เพราะอาการบาดเจ็บ แต่เมื่อคุณกลับมาฝึกอีกครั้ง กล้ามเนื้อส่วนนั้นก็จะฟื้นตัว และทุกอย่างก็จะกลับสู่สภาพเดิม ( ก่อนบาดเจ็บ ) ได้อย่างรวดเร็ว / ดังนั้น อย่าได้กังวลไปว่าถ้าหยุดฝึกไปนาน ( เพราะอาการบาดเจ็บ ) แล้วจะทำให้ขาดความต่อเนื่องในการเติบโตของกล้ามเนื้อนะครับ


ถาม : คุณรู้สึกรำคาญใจไหมที่เวลาสื่อต่างๆพูดถึงคุณ เขามักจะเอาเรื่องอายุของคุณมาพูดตอกย้ำเสมอ มันดูเป็นปมด้อยของคุณหรือเปล่าที่อายุดันมากกว่านักเพาะกายอาชีพคนอื่นๆ ที่ยังลงแข่งขันกันอยู่

ตอบ : ไม่เลย ผมไม่รู้สึกรำคาญใจเลย จะว่าไป ผมชอบอารมณ์ดิบที่ได้ถล่มคู่แข่งที่อายุรุ่นหลานเสียด้วยซ้ำ ( สะใจ ) / การพูดเรื่องอายุของผม ก็คือการตอกย้ำพวกเด็กหน้าใหม่ ฟังซ้ำๆว่าคุณแพ้คนอายุมาก  ซึ่งนั่นจะทำให้พวกเขาเจ็บใจมากขึ้น

       อีกอย่าง การพูดเรื่องอายุ มันทำให้ผมดูแตกต่างจากคนอายุขึ้นต้นด้วยเลข 4 คนอื่นๆด้วย / นั่นคือด้วยการเล่นกล้าม มันทำให้ร่างกายของผมอยู่ในระดับท๊อปของโลก ในขณะที่พวกเขา ( พวกที่อายุขึ้นต้นด้วยเลข 4 ) เริ่มสูญเสียขา ( Webmaster - หมายถึงเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการเดิน )  เริ่มสูญเสียสุขภาพโดยรวมกันแล้ว


ถาม : คุณวางแผนในอนาคตเกี่ยวกับการประกวดเพาะกายของตัวเองเอาไว้อย่างไรครับ

ตอบ : ผมจะไม่กำหนดว่าผมควรจะเกษียณตัวเองเมื่อไร ผมจะประกวดไปเรื่อยๆ เพราะการประกวดเพาะกายของผมนั้น ไม่เพียงแต่ผมต้องแข่งกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ แต่ผมยังต้องแข่งกับตัวเองตลอดเวลาอีกด้วย มันทำให้รู้สึกดีกับชีวิต

       ไม่ว่าจะประกวดเวทีไหน ทุกๆครั้งที่ประกวดเสร็จ ผมจะเอารูปถ่ายของตัวผม ที่คนอื่นถ่ายให้ ตอนที่ผมอยู่บนเวที แล้วเอารูปเหล่านั้นมาพิจารณาโดยละเอียด เพื่อเสาะหาจุดบกพร่องต่างๆบนร่างกาย แล้วก็ปรับปรุงการฝึกเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องนั้นๆ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการประกวดในรายการถัดไป

       ผมไม่เคยพอใจกับรูปร่างตัวเองเลย ผมคิดว่าผมจะต้องปรับปรุงพัฒนาร่างกายของตัวเองไปเรื่อยๆ

       ยังมีวิธีประเมินตัวเองอีกแบบหนึ่ง นั่นคือผมจะดูลำดับตำแหน่งที่ผมได้รับในการประกวดมิสเตอร์โอลิมเปีย ตราบใดที่ผมยังติดอันดับอยู่ในห้าคนสุดท้ายของรายการมิสเตอร์โอลิมเปีย นั่นก็แปลว่าผมยังสามารถแข่งขันในรายการใดๆก็ได้ในโลกนี้ / แต่หากวันใดวันหนึ่งผมต้องหลุดจากตำแหน่งห้าคนสุดท้ายของมิสเตอร์โอลิมเปียแล้วล่ะก็ นั่นก็ถึงเวลาที่ผมต้องเกษียณตัวเองแล้วล่ะครับ




- END -