* * * ให้กำลังใจกับเว็บเพาะกายของเรา ด้วยการคลิ๊กตรงนี้นะครับ "คลิ๊กที่นี่ครับ

* * * การช่วยคลิ๊ก มีความสำคัญอย่างไร? "อ่านที่นี่ครับ


Distance  Running

กีฬาวิ่งแบบเน้นระยะทาง


       สำหรับกีฬาที่เกี่ยวกับการวิ่งนั้น จะแบ่งเป็น 2 หมวดใหญ่ๆ  หมวดแรก คือกีฬาวิ่งที่ใช้ระยะทางไม่เกิน 400 เมตร  /  โดยทุ่มเทพละกำลังทั้งหมด ทำการวิ่งสุดแรงเกิด แบบม้วนเดียวจบ จากจุดสตาร์ท ไปถึงเส้นชัย โดยใช้เวลาให้น้อยที่สุดเท่าที่ความสามารถของผู้แข่งขันจะทำได้  /  ซึ่งการวิ่งหมวดแรกนี้ เรียกว่า กีฬาาวิ่งระยะสั้น หรือ Sprinting  

       ส่วนกีฬาวิ่งที่เหลืออีกหมวดหนึ่ง ก็คือกีฬาวิ่งที่อยู่ในภาพข้างล่างนี้นะครับ ...




it.wikipedia.org

       ( ภาพบน ) อีกหมวดหนึ่ง ซึ่งก็คือ หมวดที่สอง ก็คือการวิ่งแบบเน้นระยะทาง หรือ Distance Running  ที่เรากำลังจะพูดถึงในเวบหน้านี้นั่นเองครับ

       การวิ่งแบบเน้นระยะทาง ไม่สามารถทุ่มพลังวิ่งแบบสุดแรงเกิดแบบม้วนเดียวจบเหมือนกีฬาวิ่งระยะสั้นได้  เหตุผลก็เพราะว่า การทุ่มพลังสุดแรงเกิดนั้น สามารถทำติดต่อกันได้เพียง 30 - 35 วินาทีเท่านั้น

       ส่วนการวิ่งแบบเน้นระยะทาง นักกีฬามีลู่วิ่ง หรือเส้นทางการวิ่งที่ยาวกว่าการวิ่งแบบระยะสั้น  ซึ่งต้องใช้เวลาหลายนาที  ดังนั้น หากนักกีฬาทุ่มแรงหมดตัว ก็จะไม่สามารถไปถึงเส้นชัยได้ ( หมดแรงตั้งแต่ 30 - 35 วินาทีแรกไปแล้ว


       ถ้าเน้นวิ่งเร็วอย่างเดียว ก็อาจหมดแรงก่อน  /  ถ้าเน้นวิ่งให้ถึงเส้นชัยอย่างเดียว ก็อาจเข้าที่โหล่  /  ดังนั้น นักกีฬาจึงต้องมีทักษะในการเฉลี่ยพลังในร่างกายตัวเองให้เหมาะสม ไม่วิ่งฝืนสมรรถนะของตัวเอง แบบวิ่งเร็วเกินไป จนทำให้หมดแรงก่อนถึงเส้นชัย /  ในทางตรงข้ามก็คือ ไม่วิ่งเก็บแรงมากเกินไป ( วิ่งเนิบๆเกินไป ) จนเข้าที่โหล่

       ถ้าพูดแค่ว่า การวิ่งแบบเน้นระยะทาง หรือ Distance Running นั้น มันยังไม่สื่อความหมายเท่าไร  /  คือหมายความว่า ในกีฬาที่จัดแข่งขันกันสำหรับการวิ่งแบบเน้นระยะทางนั้น  จะต้องระบุชัดว่า เป็นแบบไหน ใน 2 ตัวเลือกข้างล่างนี้ 




clarkcompanies.com

ตัวเลือกที่ 1 :  การวิ่งแบบใช้ระยะปานกลาง หรือ Middle-distance running 

       การวิ่งแบบใช้ระยะทางปานกลาง คือการวิ่งใน
ทางที่ไกลมากว่าการวิ่งระยะสั้น  ( Sprinting ) แต่จะไม่เกิน 3 กิโลเมตร

       การวิ่งแบบใช้ระยะทางปานกลางที่เป็นมาตรฐาน ก็คือการวิ่งในระยะทาง 800 เมตร และระยะทาง 1,500 เมตร

       สำหรับการแข่งขันวิ่งแบบ 1,500 เมตร จะใช้สนามลู่วิ่ง ( แบบที่เห็นในภาพข้างบนนี้ )  /  โดยถ้าใช้ลู่วิ่งในสนาม ที่มีลู่รอบสนามเป็นเส้นทาง
500 เมตร ผู้เข้าแข่งขันก็ต้องวิ่ง 3 รอบ  /  ถ้าเป็นสนามแบบเส้นทางทั้งหมดเป็น 250 เมตร ก็ต้องวิ่ง 6 รอบ



risetoit.co.za

ตัวเลือกที่ 2 :  การวิ่งแบบใช้ระยะทางไกล หรือ Long-distance running

ข้อมูลจาก :  https://th.wikipedia.org/wiki/การวิ่งทางไกล

       การวิ่งทางไกล หรือ การวิ่งทน เป็นการวิ่งอย่างต่อเนื่องเป็นระยะทางอย่างน้อย 5 กิโลเมตร ( 3.1 ไมล์ ) ตามสรีรวิทยาแล้ว นับว่าเป็นการออกกำลังแบบ แอโรบิก ตามธรรมชาติและต้องใช้ ความอดทน

       ในหมู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม มนุษย์ รวมถึงสัตว์ในอันดับวานร สามารถปรับตัวเพื่อวิ่งระยะทางไกลได้ดี  /  สมมุติฐานการวิ่งทนเสนอไว้ว่าสัตว์สกุล โฮโม วิ่งทนเพราะการเดินทางข้ามพื้นที่กว้างใหญ่เพิ่มโอกาสในการไล่ล่า และยังสามารถล่าต่อเนื่องได้อีกด้วย  /  การวิ่งทนยังพบในสัตว์กีบที่กำลังอพยพ และสัตว์กินเนื้อที่อาศัยบนพื้นดินบางประเภท เช่น หมา หมาป่า และไฮยีน่า

       ในสังคมมนุษย์รุ่นใหม่ มนุษย์มีหลายเหตุผลที่จะวิ่งทางไกล อาจทำไปเพื่อการออกกำลัง ,นันทนาการ ,การเดินทาง ,เหตุผลทางเศรษฐกิจ หรือเหตุผลทางวัฒนธรรม

       การวิ่งทางไกลสามารถช่วยปรับสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดให้ดีขึ้น  และยังช่วยทำให้สมรรถภาพร่างกายแบบแอโรบิกดีขึ้นโดยเป็นการเพิ่มกิจกรรมให้เอนไซม์และฮอร์โมน ซึ่งจะไปทำการกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อและหัวใจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

       บ่อยครั้ง ทั้งปัจจุบันและในอดีต ที่การวิ่งทางไกลจะถูกมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการผึกทหาร

       การวิ่งเป็นอาชีพพบมากที่สุดในส่วนของการกีฬา

       ถึงแม้ว่าในสมัยก่อนยุคอุตสาหกรรม ผู้ส่งสาส์นเดินเท้าก็วิ่งเพื่อส่งข้อมูลไปยังสถานที่ที่ห่างไกลเช่นเดียวกัน การวิ่งทางไกลยังเป็นรูปแบบของประเพณีหรือพิธีของชนเผ่าต่าง ๆ เช่น ชนเผ่า Hopi และ Tarahumara

       ในกรีฑา ได้มีการกำหนดให้การแข่งขันวิ่งทางไกลต้องวิ่งเป็นระยะ 3 กิโลเมตร ( 1.86 ไมล์ ) ขึ้นไป ปกติจะมีการวิ่งอยู่ 3 ประเภท คือ ลู่และลาน ,การวิ่งบนถนน และการวิ่งวิบาก ซึ่งแตกต่างตามลักษณะภูมิประเทศ ได้แก่ ลู่วิ่งราดยาง ถนน และสภาพตามธรรมชาติ ตามลำดับ

       โดยปกติการวิ่งแข่งบนลู่จะมีระยะทางตั้งแต่ 3,000 เมตร ถึง 10,000 เมตร ( 6.2 ไมล์ )

       ส่วนการวิ่งวิบากจะแข่งในระยะทางตั้งแต่ 5 ถึง 12 กิโลเมตร ( 3 ถึง 7.5 ไมล์ )

       ในขณะที่การวิ่งแข่งบนถนนอาจมีระยะทางได้ยาวขึ้นถึง 100 กิโลเมตร ( 60 ไมล์ ) หรือมากกว่า

       การวิ่งวิบากในมหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกา ผู้ชายมีจะวิ่งเป็นระยะทาง 8000 เมตร ส่วนผู้หญิงจะวิ่งเป็นระยะทาง 6000 เมตร รายการวิ่งในโอลิมปิกฤดูร้อนมีระยะทาง 5,000 เมตร 10,000 เมตร และยังมีประเภทมาราธอน ( 42.195 กิโลเมตร หรือ 26 ไมล์ 385 หลา )





  * * * ถ้ายังไม่ได้คลิ๊ก อย่าลืมช่วยคลิ๊กให้ด้วยนะครับ "คลิ๊กที่นี่ครับ



- END -