| - หน้า 2 - |
![]() |
| crypticimages.com |
|
|
![]() |
| fitnessvolt.com |
| เจย์ คัทเลอร์ ด้วยความสูง 172 ซม. ( 5 ฟุต 9 นิ้ว ) ขึ้นประกวดบนเวทีในช่วงน้ำหนัก 113.6 กก. ถึง 125 กก. ( 250 ปอนด์ ถึง 275 ปอนด์ ) ทุกครั้งที่เจย์ คัทเลอร์ ขึ้นประกวด ดูเหมือนว่ากล้ามต้นขาของเขาจะดูเตะตากรรมการและคนดูเป็นพิเศษ และที่ตามมาอย่างใกล้ชิดก็คือความกว้างของบ่า บวกกับหัวไหล่อันกลมมนของเขา แต่อย่างหนึ่งที่ทุกคนไม่อาจปฏิเสธได้ นั่นก็คือแผงหน้าอกที่หนาของเจย์ เจย์บอกว่ากล้ามหน้าอกไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิด แท้ที่จริงแล้ว เขาต้องอุตสาหะในการสร้างกล้ามหน้าอกเป็นอย่างมาก และแทบไม่น่าเชื่อว่าในสมัยเป็นวัยรุ่น กล้ามหน้าอกของเขา ถือเป็นกล้ามเนื้อที่ด้อยที่สุดในร่างกายของเขาเลยทีเดียว 2 หลักการใหญ่ๆที่เจย์ใช้ในการสร้างกล้ามหน้าอก เจย์รู้ดีว่าการมีหน้าอกที่ไม่สมบูรณ์แบบ จะทำให้เขาเสียคะแนนและฉุดเขาลงมาจากการอยู่บนยอดภูเขาของผู้เข้าประกวดทั้งหมด / ด้วยเหตุนี้ เจย์จึงทดลองหลายๆวิธี หลายๆรูปแบบเพื่อให้ได้คำตอบว่าทำอย่างไรจึงจะกระตุ้นการพัฒนากล้ามหน้าอกของเขาได้ / และในที่สุด เขาก็ได้หลักการใหญ่ๆ 2 ข้อที่ทำให้กล้ามหน้าอกของเขาตอบสนองต่อการฝึก และเริ่มเพิ่มความหนาขึ้นมาเรื่อยๆ เทคนิคหลักที่สำคัญ อันแรก คือ เจย์จะแอ่นหลังของเข้าเอาไว้ตลอดเวลาที่กำลังบริหารด้วยท่านอนยกน้ำหนักทั้งหลาย เจย์พูดว่า "ผมพบว่า ในขณะที่บริหารนั้น ผมต้องพยายามยกหน้าอกเอาไว้ให้สูงกว่าระดับของบ่า เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้นแล้ว "กล้ามหัวไหล่" ของผมจะเข้ามาช่วยออกแรงทันทีในขณะที่กำลังบริหารอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ผมจะต้องเตือนสติตัวเอง ด้วยการพูดกับตัวเองตลอดเวลาว่า "ยกอกให้สูงเข้าไว้ ,ยกอกให้สูงเข้าไว้" / ต้องพูดแบบนี้กับตัวเองจนกว่าจะจบเซทนั้นๆ" ( Webmaster - ให้อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ที่ลิงค์นี้ครับ http://www.tuvayanon.net/C-ep6-001001F-600514-1738.html ) เทคนิคหลักที่สำคัญ อันที่สอง คือ เจย์จะไม่บริหารท่า Press แบบขึ้นสุดลงสุดเลย ( "not use" a full range of motion ) ( Webmaster - ต้นฉบับไม่ได้บอกว่าท่า Press นี้ เป็นท่า Bench Press บนเตียงม้าราบ หรือว่าเป็นท่า Incline Bench Presse บนเตียงม้าเอียงนะครับ / ซึ่งก็หมายความว่า หลักการที่เจย์พูดว่า "ไม่บริหารแบบขึ้นสุดลงสุด" นี้ก็คือใช้กับทั้งเตียงราบ และเตียงเอียงนั่นเอง ) ซึ่งสามารถแยกได้เป็น 2 ช่วงดังนี้คือ |
![]() |
| youtube.com |
| (
ภาพบน
) ช่วงแรก - คือในช่วงผ่อนบาร์เบลล์ลงมา ซึ่งเจย์พูดว่า
"ในอดีต ตอนที่ผมลดบาร์เบลล์ลงมาจะ "แตะ" หน้าอกเลยนั้น
ผมมีความรู้สึกว่ากล้ามบ่า
และกล้ามไทรเซบจะเข้ามาช่วยออกแรงในการที่จะดันบาร์เบลล์กลับขึ้นไป /
ด้วยเหตุนี้ เวลาที่ผมลดบาร์เบลล์ลงมา
ผมจะไม่ให้บาร์เบลล์แตะที่หน้าอก แต่จะใช้วิธี "ค้างจังหวะบาร์เบลล์"
ไว้ที่ระดับความสูงเหนือหน้าอกของผมประมาณ 1 ถึง 2 นิ้ว (
Webmaster - เหมือนที่เห็นในภาพข้างบนนี้
) / จากนั้น ผมถึงจะดันบาร์เบลล์กลับขึ้นไปข้างบน" (
Webmaster -
คือการเหยียดแขนเหมือนในภาพข้างล่างนี้ )
|
![]() |
| youtube.com |
| (
ภาพบน
) ช่วงที่สอง - คือในช่วงที่ดันบาร์เบลล์ขึ้นไป -
เจย์พูดต่อว่า "เมื่อผมดันบาร์เบลล์ขึ้นจนถึงจุดสูงสุดนั้น
ผมก็ยังใช้หลักการเดิม ( คือหลักการที่ไม่ทำ
full range of motion )
ซึ่งก็คือการที่ผมจะไม่เหยียดแขนจนตรงโดยเด็ดขาด /
เพราะถ้าผมเหยียดแขนตรงเมื่อไร กล้ามบ่าและกล้ามไทรเซบของผม
มันจะเข้ามาช่วยออกแรงมากเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับการบริหารหน้าอก
พูดง่ายๆว่า ในตอนที่เหยียดแขนยกบาร์ขึ้นไปนั้น อย่าเหยียดแขนตรง" ( Webmaster - ให้ยกแค่เหมือนในภาพข้างบนนี้ก็พอ ) ตรวจสอบความยึดมั่นถือมั่นในตัวคุณด้วย สิ่งหนึ่งที่เจย์พบในนักเพาะกายที่ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างกล้ามหน้าอก ก็คือว่า นักเพาะกาย ( ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างกล้ามอก ) เหล่านั้น แคร์กับตัวเลขของแผ่นน้ำหนักที่ใช้ มากเกินไป / ซึ่งการพยายามทำให้คนอื่นๆในโรงยิม "ทึ่ง" กับปริมาณน้ำหนักมากๆที่คุณใช้ ไม่ได้มีความหมาย ไม่ได้มีส่วนสำเร็จในการสร้างกล้ามหน้าอกของคุณแต่อย่างใด เจย์พูดว่า "ผมไม่ใช่นัก Powerlifting ,ดังนั้น ตัวเลขของแผ่นน้ำหนักที่ใช้ จึงไม่มีความหมายอะไรกับผมเลย ,สิ่งที่ผมต้องเอาใจใส่จริงๆก็คือ ผมต้องเพ่งสมาธิไปที่กล้ามหน้าอกในขณะบริหาร ต้องเข้าถึงความรู้สึกของกล้ามเนื้อหน้าอกในขณะที่มันกำลังหดเกร็ง กำลังเหยียด อยู่ในขณะบริหาร ดังนั้น การที่คุณสามารถใช้บาร์เบลล์บริหารหน้าอกด้วยท่า Bench Press ได้หนักถึง 500 ปอนด์ ก็ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าคุณประสบความสำเร็จในการเล่นกล้ามหน้าอก เพราะการใช้น้ำหนักขนาดนั้น คุณต้องพึ่งกล้ามเนื้อส่วนอื่น ที่ไม่ใช่กล้ามหน้าอก ในการยกบาร์ขึ้น ( คือกล้ามบ่าและไทรเซบต้องมาช่วยออกแรง ) อีกทั้ง การที่คุณใช้น้ำหนักมากขนาดนั้น จะทำให้คุณต้องพึ่งพาผู้ช่วยฝึก ( Spotter ) เพื่อให้คุณบริหารให้จบเซทอีกด้วย |
|
|
![]() |
| pinterest.com |
| รอนนี่ โคลแมน ถ้าพูดถึงนักเพาะกายแบบที่เรียกว่าสัตว์ประหลาดที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ ที่มีมากมายหลายคนในวงการเพาะกายแล้วล่ะก็ รอนนี่ ถือว่าเป็นราชาแห่งสัตว์ประหลาดเหล่านั้น เมื่อพูดถึงรอนนี่ คุณจะคิดถึงอะไร? อย่างแรกคือ เขาได้เป็นมิสเตอร์โอลิมเปีย 8 สมัย เทียบเท่ากับ ลี ฮาเน่ อย่างที่สองคือ รอนนี่ ได้สร้างนิยามใหม่ของคำว่า "การพัฒนากล้ามเนื้อ" / นั่นก็คือว่า เขาพัฒนากล้ามเนื้อขึ้นจนสามารถขึ้นแข่งด้วยน้ำหนักตัว 130.4 กก. ( 287 ปอนด์ ) ถึง 134.5 กก. ( 296 ปอนด์ ) ซึ่งเป็นน้ำหนักตัวตอนขึ้นประกวดเลยนะครับ ไม่ใช่น้ำหนักตัวช่วงนอกฤดูการแข่งขัน และด้วยน้ำหนักตัวขนาดนี้ มันทำให้รอนนี่เป็นเจ้าของมัดกล้ามเนื้อขนาดมโหฬาร ที่ห้อยเป็นตับอยู่ที่ทุกสัดส่วนบนร่างกายของเขา ถ้ายังใช้งาานได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปซ่อม หรือเปลี่ยนมัน การฝึกกล้ามหน้าอกของรอนนี่ มักถูกโจมตีว่า "โหดเกินไป ,ถี่เกินไป" ซึ่งทำให้เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ หรือกล้ามเนื้อฝ่อ แต่แนวคิดของรอนนี่คือ ด้วยการฝึกที่คนอื่นบอกว่า "โหดเกินไป ,ถี่เกินไป" นั้น มันไม่เคยทำให้เขาบาดเจ็บ หรือกล้ามเนื้อฝ่อแต่อย่างใด มันไม่เคยสร้างปัญหา ก็เลยไม่มีอะไรที่ทำให้ต้องเลิกฝึกแบบนั้น คราวนี้ เรามาดูกันว่า ไอ้ที่เขาว่ากันว่ารอนนี่นั้น ฝึกกล้ามหน้าอกในลักษณะที่ "โหดเกินไป ,ถี่เกินไป" นั้นมันเป็นแบบไหน? |
![]() |
| dietplanworkout.com |
|
หลักการบริหารหน้าอกของรอนนี่ ไม่ซับซ้อนอะไร นั่นคือ |
Workout ที่ 1
Workout ที่ 2
* * * ในการบริหารจริงนั้น รอนนี่จะวอร์มแต่ละท่าด้วยน้ำหนักเบาๆก่อนทุกครั้ง ( การวอร์ม ไม่ได้โชว์ไว้ในตารางฝึกข้างบนนี้ ) โดยในการวอร์มของรอนนี่ รอนนี่จะบริหาร "1 เซท เซทละ 15 Reps" และจะวอร์มทุกท่า ( Webmaster - ยกตัวอย่างเช่นใน Workout ที่ 1 นั้น รอนนี่จะบริหารดังนี้คือ - วอร์มด้วยบาร์เบลล์เบาๆในท่า Flat Barbell Press ก่อน 1 เซทๆละ 15 Reps / พอวอร์มเสร็จแล้ว ก็บริหารท่า Flat Barbell Press ด้วยบาร์เบลล์ที่หนักขึ้น เป็นจำนวน 3 เซท เซทละ 10 - 12 Reps - จากนั้นก็วอร์มด้วยบาร์เบลล์เบาๆในท่า Incline Barbell Press ก่อน 1 เซทๆละ 15 Reps / พอวอร์มเสร็จแล้ว ก็บริหารท่า Incline Barbell Press ด้วยบาร์เบลล์ที่หนักขึ้น เป็นจำนวน 3 เซท เซทละ 10 - 12 Reps - จากนั้นก็วอร์มด้วยบาร์เบลล์เบาๆในท่า Decline Barbell Press ก่อน 1 เซทๆละ 15 Reps / พอวอร์มเสร็จแล้ว ก็บริหารท่า Decline Barbell Press ด้วยบาร์เบลล์ที่หนักขึ้น เป็นจำนวน 3 เซท เซทละ 10 - 12 Reps สำหรับ Workout ที่ 2 ก็ใช้หลักการเดียวกันนี้ครับ ) |
| ใช้น้ำหนักปานกลาง
แล้วบริหารด้วยจำนวน Reps ปานกลาง รอนนี่ชอบบริหารด้วยน้ำหนักที่หนักก็จริง แต่ความจริงแล้ว เขาไม่ได้บริหาร ด้วยน้ำหนักที่ "หนักที่สุด" เท่าที่เขาจะบริหารได้หรอกนะครับ รอนนี่เลือกที่ใช้น้ำหนักขนาดปานกลาง เพื่อให้เขาบริหารได้ระหว่าง 10 - 12 reps ต่อเซทแล้วหมดแรงพอดี อีกทั้ง รอนนี่ ไม่ชอบ ที่จะบริหารแบบหมดเซทแล้วหมดแรงทั้งหมด ( Rarely did he push those sets to total failure. ) และรอนนี่ ก็ ไม่เคยใช้ เทคนิคประเภทที่ว่าต้องฝืนทุ่มพลังแบบเกินตัว เพื่อยืดจำนวน Reps ออกไป นั่นก็คือว่า รอนนี่ จะ ไม่ใช้เทคนิค Forced Reps / ไม่ใช้เทคนิค Drop Sets / ไม่ใช้เทคนิค Rest - Pause เหตุผลที่รอนนี่ ไม่ทำให้ตัวเองเหนื่อยเกินไปในขณะที่บริหารกล้ามหน้าอก ก็คือว่า กล้ามหน้าอกของเขาจะได้ฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ และพร้อมสำหรับการบริหารกล้ามอกใน Workout ถัดไป เพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้น ก็อาจจะเกิดอาการ Over Train กับหน้าอกของรอนนี่ได้ ( Webmaster - เพราะรอนนี่ บริหารหน้าอก อาทิตย์ละ 2 Workout ในขณะที่คนอื่นๆ เขาบริหารหน้าอกแค่อาทิตย์ละ 1 Workout / ดังนั้น คนอื่นๆ จึงใช้เทคนิคโหดๆกับหน้าอกของเขาได้ / แต่รอนนี่ ไม่กล้าใช้เทคนิคโหดๆกับกล้ามหน้าอกของเขา เพราะรอนนี่กลัวว่าหน้าอกของเขาจะเกิดอาการ Over Train อันเนื่องมาจากการบริหารหน้าอกอาทิตย์ละ 2 Workout ของเขา ) พูดง่ายๆคือ รอนนี่บริหารกล้ามหน้าอกของเขาด้วยการบริหารตามปกติ ( คือบริหารท่าละ 3 เซท เซทละ 10 - 12 Reps ) ไม่ได้ใช้เทคนิคอะไรเพิ่มเติมลงไปเลย |
![]() |
| forums.t-nation.com |
|
สิ่งที่น่าสังเกตุจากการฝึกของรอนนี่ และเวลาที่ดันบาร์ขึ้นไปนั้น รอนนี่ก็จะดันบาร์ขึ้นไปแค่ "เกือบ" เหยียดแขนตรง ( press up to a few inches shy of lockout ) รอนนี่พูดว่า "ถ้าผมเหยียดแขนตรงแบบ lock out มันจะทำให้กล้ามไทรเซบของผม เข้ามาช่วยออกแรงทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง" |
|
|
![]() |
| forum.bodybuilding.com |
|
|
|
| muscletime.com |
| มาร์คัส รูห์ล "สัตว์ประหลาดมัดกล้ามเนื้อ" คือฉายาของนักเพาะกายชาวเยอรมันผู้นี้ เขาคือ มาร์คัส รูห์ล ด้วยน้ำหนักตัว 280 ปอนด์ ( 127.2 กก. ) กับมวลมัดกล้ามเนื้อขนาดมหึมาบนร่างกายของเขา มาร์คัส เป็นนักเพาะกายหนึ่งในเพียงไม่กี่คนบนโลกนี้ ที่สามารถยืนประชันกับ รอนนี่ โคลแมน บนเวทีประกวดได้ และเชื่อเถอะว่า ถ้านักเพาะกายสองคนนี้ ปรากฏอยู่บนเวทีเดียวกัน เขาทั้งสองคนก็จะทำให้นักเพาะกายคนอื่นๆบนเวทีเดียวกันนั้น ดูเป็น "คนแคระ" ไปเลยทีเดียว |
![]() |
| pinterest.com |
|
เครื่องหมายการค้าของมาร์คัส รูห์ล ก็คือ
เขาเป็นนักเพาะกายที่มีขนาดของไหล่ที่กว้างมาก
อีกทั้งยังมีมัดกล้ามเนื้อหัวไหล่ที่กลมกลึงสวยงาม
ประกอบกับการมีแผงหน้าอกขนาดมโหฬารเหมือนใส่เกราะเหล็กอย่างหนา ก่อนมาเป็นนักเพาะกาย มาร์คัสเริ่มต้นชีวิตวัยรุ่นด้วยการเป็นนักกีฬาฟุตบอลก่อน จากนั้นเขาก็หันมาเริ่มเล่นกล้ามแบบจริงจัง โดยเขาเริ่มเล่นกล้ามในขณะที่เขาสูง 177.5 ซม. ( 5 ฟุต 11 นิ้ว ) น้ำหนักตัวเพียง 54.5 กก.เท่านั้น ( 120 ปอนด์ ) การบริหารในช่วงแรกๆ ในช่วงแรกๆของการเพาะกาย มาคัสก็เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป ที่ "ขยันแต่เฟอะฟะ ไม่รู้เรื่องไม่รู้ราว" / เขาต้องประสบกับภาวะ ล้าเกินกำลัง เพราะว่าดันไปบริหารกล้ามเนื้อแต่ละส่วน ด้วยท่าบริหารถึง 10 ท่า ( ต่อกล้ามเนื้อ 1 ส่วน ) โดยแต่ละท่านั้น บริหารด้วยจำนวน 8 - 10 Reps ต่อ 1 เซท หลังจาก 2 เดือนแรกของการเล่นกล้าม ผ่านไป มาร์คัสไม่พบการเปลี่ยนแปลงใดๆบนร่างกายเลย มาร์คัสจึงเริ่มปรับลด จำนวนท่าบริหาร สำหรับกล้ามเนื้อแต่ละส่วนใหม่ ( หมายถึงปรับลดจำนวนท่าบริหารสำหรับกล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกาย ) โดยคงจำนวน Reps ไว้เหมือนเดิม คือบริหารด้วยจำนวน 8 - 10 Reps ต่อ 1 เซท จากนั้น ขนาดของกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆของร่างกายก็เริ่มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่บัดนั้น ใช้น้ำหนักที่หนักมากๆ เพื่อสร้างมัดกล้ามหน้าอก วิธีบริหารกล้ามหน้าอกของมาร์คัส เป็นดังนี้คือ |
![]() |
| pinterest.com |
| - END - |
| 1 < 2 |