|
TUVA ตอบปัญหา |
ถาม ทำไมนักเพาะกายฝรั่ง ตัวใหญ่กว่านักเพาะกายไทย เป็นที่กรรมพันธุ์หรือเปล่า |
ตอบ ที่เราเหมาเอาว่า นักเพาะกายฝรั่งตัวใหญ่กว่าคนไทย นั้นไม่จริงครับ เพราะคนไทยที่สูง 180 ซม.ก็เยอะแยะ ที่หุ่นสูงใหญ่ ไหล่กว้างก็มาก เพียงแต่ว่า คนที่ผมเอ่ยถึงนี้ไม่ได้เล่นเพาะกายเป็นอาชีพไงครับ เราก็เลยไม่ค่อยได้เห็นหุ่นอย่างนั้นเท่าไร สมมติว่าเราดูหนังแล้วเห็นว่าผู้หญิงอเมริกามีแต่หน้าตาดีๆ สงสัยคนเกิดเป็นฝรั่งจะสวยกันทุกคน แต่ไม่ใช่หรอกครับ สมมติเป็นตัวเลขว่าถ้าผู้หญิงฝรั่ง 1,000 คนจะสวยสัก 1 คน ของคนไทยก็ 1,000 คน สวยสัก 1 คนเหมือนกัน แต่ที่เห็นฝรั่งสวยๆเยอะกว่าก็เพราะประเทศเขาใหญ่กว่าเรา 52 เท่า พูดง่ายๆคืออัตราส่วนน่ะเท่ากัน (คือ 1,000 สวย 1) แต่ปริมาณไม่เท่ากัน (คือของเขามีคนมากกว่าเรา 52 เท่า) คือเขามีตัวเลือกเยอะกว่าก็เพราะปริมาณคนที่มากกว่า นักกล้ามบ้านเราก็เช่นกัน สมมติว่าเล่น 20 คน สวยระดับพระกาฬเลย 1 คน แล้วฝรั่งก็มีอัตราส่วนนี้เท่ากับเรา (คือสมมติให้อัตราส่วนเท่ากันคือ 20 ต่อ 1) แต่เพราะ "ความฮิต" ของฝรั่งน่ะ มันมีมาก วัยรุ่นเขาเล่นกันเกือบจะทุกคน ก็เลยทำให้แม้ว่าจะมีอัตราส่วน คือ 20 ต่อ 1 เท่ากัน แต่ปริมาณคนที่เล่นมันเยอะกว่าในบ้านเรา ก็เลยมีตัวเลือกเยอะกว่าเหมือนที่ผมเปรียบเทียบเรื่องผู้หญิงฝรั่งสวยข้างต้นนั่นเองครับ พอมองภาพออกไหมครับ หรือยกตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องฟุตบอล คือแม้ว่าอเจนตินา หรือประเทศในแถบอเมริกาใต้ จะค่อนข้างไม่ทันสมัยเหมือนอเมริกา แต่ทำไมถึงเกิด "ดาว" ในวงการฟุตบอลขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด นั่นก็เพราะเด็กๆไปถึงวัยรุ่นของอเจนตินา หรืออเมริกาใต้ ล้วนแต่คลั่งไคล้ฟุตบอล และเล่นกันเกือบทุกคน ก็เลยทำให้มีปริมาณ "ตัวเลือก" มากกว่าเด็กฝรั่งที่บางคนก็ไปเล่นเบสบอล บางคนก็ชอบอเมริกันฟุตบอล เป็นต้น เมื่อมีอเจนตินา หรืออเมริกาใต้ มีความแพร่หลายในเรื่องฟุตบอลมากกว่า ตัวเลือกมากกว่า โอกาสที่จะมี "ดาว" เกิดขึ้นก็เลยมากกว่า เหมือนกับคนสอบได้ที่ 1 จากคนในห้อง 10 คน กับคนที่สอบได้ที่ 1 จากคนในห้อง 520 คน พอเอาที่ 1 สองคนนี้มาชนกัน มันก็สู้กันไม่ได้ เหตุที่ตัวเลือกเรามีน้อยกว่า ก็เพราะการเพาะกายไม่ "แพร่หลาย" ในบ้านเรา ทำให้เกิดความรู้ผิดๆ หรือไม่มีความรู้ในการเพาะกายเลย บางคนก็โดนพ่อแม่ หรือเพื่อนบอกว่า เล่นกล้ามแล้วจะเตี้ย ,อวัยวะสืบพันธุ์เล็กลง มันก็เลยทำให้หลายคนเกิดความกล้าๆกลัวๆ หรือไม่ก็แบบที่ว่าพอบางคนเล่นกล้ามอยู่แล้ว ก็ดันเจอพวกสอนอะไรแปลกๆเช่นให้กินกล้วยน้ำว้า มันก็กล้ามไม่ขึ้นสิครับ พอไม่ขึ้นก็เบื่อๆแล้วก็เลิกกันไป ซึ่งเรื่องพวกนี้เราต้องช่วยกันแก้ไข โดยการทำให้ความรู้เพาะกายแพร่หลายออกไป อย่ากั๊กความรู้กัน จะว่าไปแล้ว บ้านเราโชคดีกว่าฝรั่งตั้งหลายอย่าง อย่างเช่นอาหารบำรุงร่างกายต่างๆ เราสมบูรณ์ หาง่าย ถูกกว่าและดีกว่าฝรั่งหลายขุมครับ (จนฝรั่งต้องสร้างสารอาหารขึ้นมาเป็นอาหารเสริมที่ขายกันอยู่ทุกวันนี้ นั่นเพราะเขาขาดแคลนในเรื่องอาหารไงครับ) เขาไม่ได้มีอะไรที่เหนือกว่าประเทศไทยเราทั้งสิ้น ถึงแม้พวกเครื่องออกกำลังที่ใช้จะดูแพงหรือมีระดับ แต่บ้านเราก็มีครบเหมือนกัน ดังนั้น ขอให้ภูมิใจไว้เถิดครับว่าเราเกิดเป็นคนไทยมีทุกอย่างสมบูรณ์อยู่แล้ว ไม่มีอะไรที่จะต้องไปอิจฉาเขาเลย เขาเสียอีกที่ต้องอิจฉาเรา อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าผมจะพูดถึงเรื่อง "ปริมาณ" คนของฝรั่งที่มากกว่าเราเลยทำให้มีตัวเลือกมากกว่า แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า นักบอลดังๆระดับโลกก็ไม่ได้มาจากอเมริกาเท่านั้น นั่นเพราะ "ดาว" มันจะเกิดขึ้นที่ใดในโลกก็ได้ อยู่ที่ว่าเมื่อดาวเกิดขึ้นแล้ว จะได้รับการส่งเสริมให้ฉายแวว ส่องประกายขนาดไหนต่างหาก อย่างเพื่อนบ้านเราคือประเทศเขมร ก็มีนักเพาะกายระดับดาวผู้หนึ่งเกิดขึ้น (ของประเทศไทยก็มีสวยหลายคน แต่ผมยกตัวอย่างประเทศเขมร เพื่อให้เห็นว่า "ดาว" สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่น่ะครับ) ที่ชื่อ "ดิม" ลองดูแล้วกันว่ากล้ามเขาสวยขนาดไหน |
|
|
|
|
|
|
ดิม เป็นคนเขมร เริ่มจับลูกเหล็กมั่วๆตอนอายุ 12 ปี แล้วเริ่มเล่นอย่างจริงจังตอนอายุ 15 ปี ปัจจุบันก็เล่นมายี่สิบกว่าปีแล้ว ดาวจากประเทศเขมรคนนี้ เรียกว่านักเพาะกายฝรั่งหลายคนเห็นแล้วต้อง "เครียด" กันเป็นแถว |
|
|
|
ดิม "ช่วงพักเซท" |
ถ้าคุณต้องการให้การเพาะกายแพร่หลายในบ้านเราแล้วล่ะก็ คุณจะต้องช่วยกันรักษา "ดาว" เหล่านี้เอาไว้ ไม่อย่างนั้นคนที่หุ่นสวยๆ ตอนหลังก็ต้องเลิกเล่นกล้ามแล้วหันไปหาอาชีพอี่นที่มีรายได้มาจุนเจือครอบครัวได้ดีกว่า อย่างน้อยแม้ว่าจะช่วยเรื่องเงินเรื่องทองไม่ได้ แต่ก็ควรมีการให้กำลังใจกัน โดยหลักแล้วคุณควรมีนักเพาะกายไทยที่ชื่นชอบไว้ในใจ แล้วพอมีการประกวดเพาะกายที่ไหน ก็ควรหาโอกาสไปให้กำลังใจพวกเขาถึงขอบเวที เรื่องพวกนี้มีผลทางจิตใจกับพวกผู้เข้าแข่งขันมาก และจะทำให้เขามีกำลังใจและอยู่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศเราไปอีกนาน หรือถ้าคุณเห็นนักกล้ามหุ่นดีๆเล่นกล้ามอยู่ที่โรงยิมเดียวกับคุณ จงอย่าคิดอิจฉาว่า "หมอนี่ต้องใช้สเตอรอยด์แน่ๆ" ที่ถูกแล้วคุณจะต้องเดินเข้าไปชมเขาเลยว่า กล้ามหัวไหล่คุณสวยมากเลยครับ คุณเล่นอย่างไร... คือถ้าชอบแล้วก็ชมออกไปเลย วัฒนธรรมแบบนี้จะทำให้วงการเพาะกายบ้านเราโตขึ้นและโตขึ้น เพราะคนจะเริ่มเล่นเพาะกายมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเราก็จะมีตัวเลือกมากพอๆกับฝรั่ง แล้วคราวนี้ เราจะมี "ดาว" จำนวนหลายดวงไปชนกับฝรั่งแน่ๆครับ |
|
|
เมื่อสักครู่ ได้พูดถึงการให้กำลังใจนักเพาะกายที่อยู่ใกล้ๆกับเรา ตอนนี้ขอพูดให้กำลังใจคนเล่นกล้ามเองบ้างแล้วกัน ก็ไม่มีอะไรมากครับ ให้ดูรูปคุณดิม ในภาพซ้ายที่เล่นกล้ามมาได้ระยะหนึ่งแล้ว คือหน่วยก้านเขาก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากมายนัก รูปร่างหน้าตาก็คนบ้านเราดีๆนี่เอง ตอนนี้ถ้าหลายคน เล่นกล้ามมานานแล้วแต่หุ่นยังแค่คุณดิมในภาพทางซ้าย ก็อย่าไปคิดว่า "เราคงมาได้ดีที่สุดเท่านี้"นะครับ จงตั้งใจฝึกต่อไป เพราะการเปลี่ยนแปลงยังเกิดขึ้นได้ตลอด ดูภาพทางด้านขวาเอาเองแล้วกันครับ และนี่คือความอัศจรรย์ของการเพาะกาย คุณดิมแกเกิดปี พ.ศ.2516 ตอนที่ถ่ายนี่ก็อายุราวๆ 35 ปี ก็แปลว่าเล่นกล้ามมาแล้วไม่น้อยกว่า 23 ปี ถามตัวคุณเองว่าอะไรทำให้ดิมเล่นกล้ามได้ถึง 20 กว่าปีอย่างนี้ ในขณะที่คุณพึ่งเล่นมาได้ปีเดียวก็ผุดลุกผุดนั่ง ทำท่าจะตีจากการเล่นกล้ามเสียแล้ว ถ้าคำตอบว่าเป็นเพราะคุณดิมเล่นแล้ว Work ก็เลยเล่นต่อได้นั้น ไม่ใช่แน่ๆครับ เพราะรูปทางซ้ายมันก็แสดงให้เห็นอยู่แล้วว่าในช่วงแรกๆผลของการเล่นก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวาเท่าไร หรือถ้าว่าอุปกรณ์ของเขาครบกว่าเรา ผมก็ว่าไม่ใช่อีก เพราะบ้านเราก็มีทุกอย่าง และถ้าจะพูดไปแล้ว คนที่สร้างกล้ามโดยมีอุปกรณ์ที่ขาดแคลนนั้น กลับมีความมุมานะและประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่มีครบเสียอีก อย่างภาพข้างล่างนี้ |
|
|
|
อาร์โนลด์สมัยที่ยังไม่ค่อยมีเครื่องมือออกกำลังกาย |
ตอนที่คุณอาร์โนลด์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากสไตลเลีย ประเทศออสเตรีย เพื่อมาฝึกกับ โจ ไวเดอร์ ที่ประเทศอเมริกานั้นเราคงไม่ต้องพูดถึง เพราะตอนนั้นอุปกรณ์ในโรงยิมและสปอนเซอร์อาหารเสริมมีเพียบ (เพราะคุณโจแกก็ทำอาหารเสริมขายด้วย) แต่เราต้องมาดูตอนที่คุณอาร์โนลด์ฝึกอยู่ที่บ้านเก่าก่อนที่จะข้ามน้ำข้ามทะเลมาอเมริกาต่างหาก ซึ่งตอนนั้นเขาอยู่ชนบทและมีอุปกรณ์ออกกำลังไม่กี่ชิ้น ส่วนอาหารก็ทานแต่อาหารพื้นๆในชนบทเท่านั้น ก็ยังสามารถสร้างกล้ามให้อาร์โนลด์ได้ตามที่เห็นในรูป แม้ว่าจะขาดเส้นสายตามมัดกล้าม แต่ต้องนับว่าสุดยอดสำหรับสภาพแวดล้อมตอนนั้น ดังนั้น คุณจึงไม่ควรอ้างเรื่องเล่นกล้ามแล้วไม่ work หรือมีอุปกรณ์น้อย ไม่มีเงินซื้ออาหารเสริม มาหาเหตุหนีไปจากการเล่นกล้ามครับ นึกถึงคนที่เขาเล่น 20 - 30 ปีไว้ให้ดี ให้คิดด้วยตัวเองว่า ทำอย่างไรจึงจะสร้างแรงจูงใจให้ตัวเองได้ เพราะแต่ละคนอาจสร้างด้วยกลวิธีไม่เหมือนกัน บางคนต้องเข้าประกวดบ่อยๆ บางคนพยายามรักษาตัวให้อยู่ในระดับ TOP THREE ของโรงยิมที่ตัวเองบริหารอยู่ (เหมือนกับเวลาที่เราไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำแล้วจะต้องเห็น "เจ้าสระ" ที่ว่ายโชว์สาวๆแบบเอาเป็นเอาตายนั่นแหละ) บางคนทำให้ครื้นเครงด้วยการแข่งกับเพื่อนในโรงยิมว่าใครจะยกน้ำหนักได้มากกว่ากัน บางคนก็ชอบแบบว่าไม่ต้องคิดอะไร เล่นให้เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวันไปเลย สรุปว่าคุณจะทำอย่างไรก็ได้ เพื่อให้คุณเล่นได้นานๆแล้วกันครับ เพราะยิ่งคุณเล่นกล้ามนานได้นานเท่าไร มันก็จะทำให้คุณเกิดความแตกต่างกับนักเพาะกายรอบข้างคุณขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายนี้ ผมมีรูปเพื่อใช้ในการยืนยันว่า ยิ่งเราเล่นนานขึ้นเรื่อยๆแล้วจะดีอย่างไร ซึ่งก็ต้องขอยืมภาพของนักกล้ามฝรั่งมาให้ดูไปก่อน เพราะของคนเอเซียไม่ค่อยจะมีแฟ้มภาพเก่าๆเอาไว้เปรียบเทียบเหมือนฝรั่งเขา ซึ่งรูปพวกนี้เป็นสิ่งยืนยันว่าการเพาะกายนั้นมหัศจรรย์ขนาดไหน อย่าพึ่งคิดว่าเล่นมา 4 ปีแล้วยังดูไม่ค่อยเป็นรูปเป็นร่างเท่าไร สงสัยจะไม่ work เพราะใครจะไปรู้ว่าเมื่อคุณเล่นนานเข้า นานเข้า บ้านเราอาจจะมีดาวดวงใหม่เกิดขึ้นก็ได้ครับ |
|
|
![]() |
![]() |
|
ดูภาพเปรียบเทียบของนักกล้ามผู้นี้เพิ่มเติมได้ โดย คลิ๊กที่นี่ |
|
|