|
|
ถาม ผมมีความสับสนในเวบไซท์ว่า
ให้นักเพาะกายทานโปรตีน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์
ส่วนบางเรื่องเขาก็บอกว่านักเพาะกายทานวันละหลายพันแคลอรี่
ทำไมหน่วยมันไม่เหมือนกัน แล้วนักเพาะกายเขาทานอันไหนกันแน่
ผมจะปฏิบัติตัวอย่างไรครับ (ผมหนัก 60 กก.) และทานอะมิโนแอซิดวันละ 6
เม็ดเพียงพอหรือ ในเมื่อ 1 เม็ดมันหนักแค่ 2.3 กรัมเท่านั้น |
ตอบ การที่คุณสนใจเรื่องนี้ แสดงว่าคุณเอาใจใส่เรื่องปริมาณของโปรตีน และปริมาณแคลอรี่ที่ทานในแต่ละวัน ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดีครับ แต่ก่อนอื่นคุณจะต้องหาซื้ออุปกรณ์เครื่องชั่งน้ำหนักตัวเล็กๆดังรูปข้างล่างนี้ไว้ก่อนเลยนะครับ |
|
|
|
ที่คุณถามมาว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไร คำตอบก็คือในน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัมของคุณ
คุณมีการบ้านสองอย่างที่ต้องทำทุกวันครับคือ 1.ทานโปรตีน 132 กรัม (มาจาก 60 x 2.2 = 132 ปอนด์) 2.ทานแครอลี่ 1,735 กิโลแครอลี่ (มาจากค่าเฉลี่ยทั่วไป) นั่นคือคุณต้องทำทั้งสองอย่างครับ ไม่ใช่ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เอาละ ผมขอให้คุณตอกไข่ไก่ใส่เครื่องชั่งให้ได้ 100 กรัมครับ จากนั้นประการแรกเรามาดูที่ตารางโปรตีนข้างล่างนี้ครับ |
| ชื่ออาหาร | %โปรตีน | ชื่ออาหาร | %โปรตีน |
| หมูหยอง | 55.2 | งาดำ | 17.1 |
| ฟองเต้าหู้ | 47.0 | เมล็ดทานตะวัน | 16.7 |
| ยีสต์แห้ง | 36.9 | ปลาไหล | 16.5 |
| ถั่วเหลือง | 34.1 | กุ้งน้ำจืด | 16.2 |
| ถั่วพู(เมล็ดแห้ง) | 32.0 | เต้าหู้เหลือง | 15.6 |
| เมล็ดฟักทองแห้ง | 29.4 | ปลาหมึกสด | 15.3 |
| ถั่วลิสงคั่ว(ไม่มีเปลือก) | 28.6 | ปลาร้า | 13.9 |
| เนยแข็ง | 25.4 | รำข้าว | 13.8 |
| ถั่วเขียว | 24.4 | ไข่เป็ดทั้งฟอง | 13.2 |
| เมล็ดแตงโมแห้ง | 22.7 | ถั่วเหลืองฝักอ่อน | 13.0 |
| ถั่วดำ | 22.7 | ไข่ไก่ทั้งฟอง | 12.9 |
| ปลาทู | 21.5 | ข้าวโพดคั่ว | 12.7 |
| เนื้อกบ | 20.9 | หอยแครงสด | 12.2 |
| ถั่วแดงหลวง | 20.3 | ลูกเดือย | 12.0 |
| เนื้อวัวไม่มีมัน | 20.0 | เต้าเจี้ยว | 12.0 |
| เลือดไก่ | 20.0 | ไข่ขาว | 10.7 |
| ตับหมู | 19.9 | เต้าหู้ยี้ | 10.1 |
| งาขาว | 19.7 | หอยแมลงภู่ | 9.1 |
| กะปิ | 19.5 | ใบแค | 8.7 |
| ถั่วมะแฮะ | 19.4 | ยอดกะถินและฝักอ่อน | 8.4 |
| ปลาช่อน | 19.1 | สะตอ | 8.0 |
| ตับวัว | 19.0 | เต้าหู้ขาวอ่อน | 7.9 |
| เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ | 18.4 | ถั่วงอกหัวโต | 7.7 |
| มันฮ่อ | 18.2 | ใบขี้เหล็ก | 7.4 |
| ปลาดุก | 18.2 | น้ำปลาอย่างดี | 6.1 |
| เนื้อไก่ | 18.0 | เห็ดโคน | 4.2 |
| ตับไก่ | 17.8 | เห็ดฟาง | 2.1 |
| เนื้อควาย | 17.7 | เห็ดหูหนูสด | 1.0 |
| ตามการบ้านข้อแรกที่ให้คุณทานโปรตีน 132 กรัมนั้น เมื่อเปิดตารางข้างบน (ที่ผมเน้นสีชมพูไว้)คุณจะพบว่าไข่ไก่ขนาด 100 กรัมจะให้โปรตีน 12.9 กรัม (ซึ่งบางคนเคยเข้าใจว่าไข่ไก่ 100 กรัมก็ต้องให้โปรตีน 100 กรัม แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น เพราะว่าในไข่ไก่ประกอบด้วยของเหลว ,วิตะมินและเกลือแร่อื่นๆด้วย) ดังนั้นหมายความว่าในน้ำหนักตัว 60 กก.วันหนึ่งคุณจะต้องทานไข่ไก่ไม่น้อยกว่าเท่ากับ 1 กิโลกรัม (เพื่อให้ได้โปรตีน 129 กรัม) ก็เป็นอันว่าจบการบ้านข้อแรก ต่อไป เรามาดูการบ้านข้อสองกันโดยดูตามตารางแคลอรี่ข้างล่างนี้ |
| ชื่ออาหาร | กิโลแครอลี | ชื่ออาหาร | กิโลแครอลี |
| (ทุกอย่างหนัก 100 กรัม) | (ทุกอย่างหนัก 100 กรัม) | ||
| เนื้อไก่ | 200 | นมข้นหวาน | 336 |
| เนื้อเป็ด | 127 | นมผง | 486 |
| เนื้อควาย | 106 | นมผงไม่มีไขมัน | 329 |
| เนื้อวัว | 140 | นมสด | 65 |
| เนื้อวัวติดมัน | 273 | ไอศกรีม | 207 |
| เนื้อหมู | 376 | เนยแข็ง | 412 |
| เนื้อหมูติดมัน | 457 | เส้นก๋วยเตี๋ยว | 360 |
| หมูแฮม | 281 | ข้าวจ้าว | 368 |
| เบคอน | 665 | ข้าวเหนียว | 366 |
| กุ้งชีแฮ้ | 101 | ข้าวโพดต้ม | 135 |
| กุ้งน้ำจืด | 120 | ขนมปัง | 324 |
| ไข่ไก่ | 169 | บะหมี่ | 349 |
| ไข่เป็ด | 180 | มันเทศ | 125 |
| ปลาช่อน | 116 | มันฝรั่ง | 76 |
| ปลาดุก | 85 | มันสำปะหลัง | 141 |
| ปลาตะเพียน | 110 | ช็อกโกแลต | 541 |
| ปลาทูสด | 140 | น้ำตาลทราย | 394 |
| ปลาสวาย | 256 | น้ำผึ้ง | 288 |
| ปลาซาร์ดีนกระป๋อง | 216 | วิสกี้ | 245 |
| หอยแครง | 80 | งา | 590 |
| เต้าหู้ขาว | 68 | มะม่วงดิบ | 52 |
| เต้าหู้เหลือง | 105 | มะม่วงสุก | 57 |
| ดอกกะหล่ำ | 24 | มะละกอสุก | 48 |
| กะหล่ำปลี | 28 | มังคุด | 79 |
| แตงกวา | 15 | ละมุด | 91 |
| ถั่วฝักยาวสุก | 37 | ลางสาด | 56 |
| ผักกาดขาวสุก | 21 | ลำไย | 61 |
| ผักคะน้าสุก | 29 | ลิ้นจี่ | 64 |
| ฟักเขียว | 15 | สับปะรด | 54 |
| ฟักทอง | 34 | ส้มโอ | 67 |
| มะเขือเทศ | 14 | สตรอเบอรี่ | 30 |
| หน่อไม้ดิบ | 27 | องุ่น | 76 |
| กล้วยน้ำว้า | 119 | อินทผาลัม | 248 |
| ขนุน | 100 | น้ำมันปรุงอาหาร | 894 |
| ชมพู่ | 56 | น้ำมันสลัด | 899 |
| แตงโม | 28 | มาการีน | 769 |
| ทุเรียน | 161 | เนย | 745 |
| น้อยหน่า | 109 | มายองเนส | 718 |
| เมื่อดูตารางแคลอรี่ในส่วนของไข่ไก่
(ที่เน้นด้วยสีชมพูไว้) เราก็จะคำนวณได้ว่าไข่ไก่ที่คุณทาน 1
กิโลกรัมตามการบ้านข้อแรกนั้น ให้พลังงาน = 169 x
10 = 1,690 กิโลแครอลี่
ดังนั้นคุณก็จะต้องหาแคลอรี่ทานอีก 1,735 - 1,690 =
45 กิโลแคลอรี่เท่านั้นเอง ก็แค่เปิดดูตารางข้างบนนี้
แล้วก็เอาอาหารนั้นมาชั่ง เช่นเอามะละกอสุก ชั่งให้ได้ 100 กรัม
เมื่อคุณเอามาทาน คุณก็จะได้อีก 48 กิโลแครอลี่
ก็เป็นอันว่าจบการบ้านข้อสองครับ คำตอบ ก็คือไม่ได้ เพราะคุณลองสังเกตตารางแคลอรี่นั้น จะพบว่าไม่ได้มีสารอาหารโปรตีนอย่างเดียว มันมีทั้งคาร์โบไฮเดรต (มันเทศ ,มันฝรั่ง ,ข้าว ฯลฯ),ไขมัน (เนย ,น้ำมันสลัด ฯลฯ) อีกด้วย และเรามีข้อกำหนดที่ครอบคลุมทั้งหมดนี้ไว้อีกด้วยว่า ในวันหนึ่งๆคุณจะต้องทานสารอาหารหลายชนิด ไม่ใช่คาร์โบไฮเดรต อย่างเดียวหรือโปรตีนอย่างเดียว แต่ทั้งหมดนี้ให้รวมแคลอรี่แล้วไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ (เช่น 1,735 กิโลแคลอรี่) เท่านั้นเอง คำตอบ ก็คือก็ไม่ได้อีกเช่นกัน เหตุผลก็เพราะว่าในอาหารโปรตีนแต่ละตัว จะมีอะมิโนเป็นส่วนประกอบที่ไม่เท่ากัน (ในโปรตีนจะมีอะมิโนหลายชนิดเช่น ไลซีน ,วาลีน , ไอโซลิวซีน ,ลิวซีน ,ทรีโอนีน ,ทริปโตแฟน ฯลฯ สามารถอ่านเพิ่มเติมในส่วนนี้ได้โดย คลิ๊กที่นี่) ยกตัวอย่างเช่นในข้าวโพดจะไม่มีกรดอะมิโนที่ชื่อ ทริปโตแฟน เลย ดังนั้นเมื่อคุณทานอาหารโปรตีนอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างเดียวทั้งวัน คุณก็อาจจะขาดอะมิโนบางตัวไปอย่างไม่ได้ตั้งใจครับ ที่ถูกแล้วคือต้องทานหลายๆอย่าง โดยเทียบกับตารางโปรตีนข้างบนสุด ให้รวมกันแล้วได้โปรตีนไม่น้อยกว่า 132 กรัม (ต่อน้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม) (หมายเหตุ - ข้างล่างนี้คือลำดับวิธีการชั่งน้ำหนักอาหารครับ) |
![]() |
|
|
![]() |
|
|
|
|
|
|
คำตอบ ความสับสนของคุณก็คือ คุณเข้าใจว่า โปรตีน 1 กรัม ก็คืออะมิโนแอซิด 1 กรัม นั่นเอง แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่ครับ ตัวเลขมันห่างกันมาก เดี๋ยวผมอธิบายตั้งแต่แรกเลยครับ คือตามตารางข้างบนสุดนั้น เนื้อไก่มีโปรตีน 18 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่า ถ้าเราต้องการโปรตีน 1 กรัม เราก็ต้องทานเนื้อไก่ 5.5 กรัม เอาละ ตอนนี้ให้หลับตานึกภาพตามนะครับว่า ตอนนี้เราเอาเนื้อไก่จำนวน 5.5 กรัม (ก็คือโปรตีน 1 กรัม) หย่อนเข้าปากไปแล้ว คราวนี้มาดูว่ามันจะเจออะไรบ้าง ด่านแรก "ปาก" - ในปากนั้น เนื้อหมูชิ้นนี้จะยังไม่ถูกย่อยโปรตีน แต่จะถูกทำให้แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยโดยการเคี้ยว ด่านที่สอง "กระเพาะอาหาร" - เนื้อหมูของเราจะเจอน้ำย่อยเพ็ปซิน (Pepsin) จากกระเพาะอาหาร ย่อยเนื้อหมูชิ้นนั้นให้เป็นโมเลกุลเล็กลง เรียกว่า โปรทีโอส และเพ็ปโทน ด่านที่สาม "ลำไส้เล็ก" - เมื่อได้ โปรทีโอส และเพ็ปโทน มาจากกระเพาะแล้ว ตอนนี้ก็เข้ามาสู่ลำไส้เล็ก ซึ่งตรงนี้ จะมีเอนไซม์ มาจากลำไส้เล็กเองและมาจากตับอ่อนด้วย (อันได้แก่ ทริปซิน ,ไคโมทริปซิน ,คาร์บอกซีเฟ็ปทิเดส ,อะมิโนเพ็ปทิเดส ,ไดเพ็ปทิเดส) มาช่วยกันย่อย โปรทีโอส และเพ็ปโทน นั้น จนออกมาเป็นอะมิโนแอซิดนี่เอง ผ่านมาสามด่านแล้ว จนได้อะมิโนแอซิดซึ่งเป็นหน่วยเล็กที่สุด จึงเห็นได้ว่า เนื้อไก่ 5.5 กรัม (ก็คือโปรตีน 1 กรัม)นั้น อาจให้อะมิโนได้เพียง 0.13 กรัมเท่านั้น (ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขสมมติเพื่อให้มองให้เห็นภาพนะครับ) ดังนั้นจึงสรุปตรงนี้ว่า "โปรตีน 1 กรัมไม่ใช่เท่ากับอะมิโน 1 กรัม ดังนั้นคำว่าให้ทานโปรตีน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์ จึงไม่ใช่ ให้ทาน อะมิโน 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์" และในเมื่อโปรตีน 1 กรัม (คือเนื้อไก่ 5.5 กรัม) นี้ให้อะมิโนแอซิด 0.13 กรัม เราก็อาจแปลงเสียใหม่ว่า "ให้ทานอะมิโนแอซิด 0.13 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 ปอนด์" นั่นเอง และถ้าเลขเป็นไปตามนี้ คุณหนัก 60 กก. ก็คือ 132 ปอนด์ คุณก็ต้องทานอะมิโนแอซิด 17.16 กรัมเท่านั้น (คือ 0.13 x 132) ซึ่งอะมิโนมีเม็ดละ 2.3 กรัม คุณทาน 6 เม็ดก็ได้ 13.8 กรัมแล้ว ดังนั้น การบ้านที่เหลือก็คือต้องหาอะมิโนจากอาหารมาอีก 17.16 - 13.8 = 3.36 กรัม ซึ่งถ้าไก่ 5.5 กรัม (คือโปรตีน 1 กรัม) ให้อะมิโน 0.13 กรัม แล้วคุณต้องการอะมิโน 3.36 กรัม ก็คือคุณก็ต้องหาไก่มาทานให้ได้ 142 กรัม เป็นต้น จึงสรุปว่า "ถ้าคุณหนัก 60 กก. คุณก็ทานอะมิโนแอซิด 6 เม็ดกับไก่อีก 1 ขีดกว่าๆ ต่อ 1 วัน" นั่นเองครับ ซึ่งปริมาณ 6 เม็ดนี้ ฉลากข้างขวดเขาแนะนำไว้อย่างนี้ ดังนั้น ถ้าคุณหนักมากกว่า 60 กก. คุณก็เพิ่มการทานไก่มากขึ้นอีก แต่ให้อะมิโนคงจำนวนเดิมคือ 6 เม็ดครับ สำหรับปริมาณการทานอาหารทั่วไปร่วมกับการทานอะมิโนแอซิดวันละ 6 เม็ดนั้น มีรูปให้ดูครับ อยู่ที่หน้า http://www.tuvayanon.net/2nt2.html ครับ เทคนิค ผมแนะนำว่าถ้ายังไม่ถึงช่วงฤดูการแข่งขัน ก็ให้ทาน 6 เม็ด เฉพาะวันฝึก เท่านั้นครับ เพราะเม็ดหนึ่งตก 8 บาท วันหนึ่งก็เสียค่าอะมิโนไปแล้ว 48 บาท ส่วนวันไม่ฝึกเราก็ใช้โปรตีนจากมื้ออาหารปกติแทนครับ อีกอย่างหนึ่งคือ ถ้าใช้อาหารเสริมยี่ห้ออื่นอยู่ ก็ให้ดูข้างขวดนะครับแล้วคำนวณเอาว่าเราจะต้องได้อะมิโนแอซิดจากอาหารเสริมตัวนั้นให้ได้อย่างน้อย 13.8 กรัม (เฉพาะอะมิโนแอซิดนะครับ) ต่อวันครับ อนึ่ง คำว่านักเพาะกายในที่นี้ คือมีการฝึกมานานพอสมควรแล้วถึงทานโปรตีนขนาดนี้ แต่ถ้าคุณพึ่งเริ่มฝึก ผมมีข้อแนะนำเกี่ยวกับปริมาณการทานดังนี้ครับ (ให้ทานก่อนการเล่นกล้ามประมาณ 5 นาที) - เดือนแรก 1 เม็ด (คือเดือนแรกของการฝึก) - เดือนที่ 2 (หมายถึงว่าตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนที่ 2 จนถึงวันที่ 31 ของเดือนที่ 2) จำนวน 2 เม็ด - เดือนที่ 3 ถึงเดือนที่ 7 (หมายถึงว่าตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนที่ 3 จนถึงวันที่ 31 ของเดือนที่ 7)ทานจำนวน 3 เม็ด - เดือนที่ 8 จนถึงเดือนที่ 11 ทาน 4 เม็ด - เดือนที่ 12 จนถึงเดือนที่ 15 ทาน 5 เม็ด - ตั้งแต่เดือนที่ 16 เป็นต้นไป ให้ทานครั้งละ 6 เม็ดไปตลอด |
|
- END - |