TUVA ตอบปัญหา

  ถาม   นอกฤดูการแข่งขันคืออะไรครับ 
  ตอบ    คำว่านอกฤดูการแข่งขัน (off- season) คือช่วงเวลาที่ ค่อนข้างจะอิสระในการทานอาหาร ในการพบปะเพื่อนฝูง ในการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่เหมือนกับคนปกติ ทั่วไป ซึ่งปีหนึ่งจะเป็นเวลาหลายเดือนเหมือนกัน แล้วแต่ตัวเราเองจะกำหนด แต่สำหรับนักเพาะกายบางคน ก็ไม่ยอมให้มีช่วงนี้เลย เพราะเขามีรายการต้องแข่งตลอดปี ต้องถ่ายรูป ต้องรับการสัมภาษณ์ จากนิตยสารต่างๆ จึงต้องให้กล้ามเนื้อคมชัด ตลอดเวลา ซึ่งผลเสียที่ตามมาก็คือ จะทำให้กล้ามเนื้อด้อยคุณภาพลง ตรงนี้เองที่นักเพาะกายหลายคน ทำผิดกันมาก เนื่องจากทำใจไม่ได้ ที่จะต้องมีกล้ามไม่ชัด จึงเอาแต่ฝึกอย่างหนัก ตลอดเวลา อาหารก็ทานแบบเคร่งครัด ชีวิตมีแต่โรงยิมอย่างเดียว ไม่มีสังคมที่อื่นเลย จริงอยู่ว่านักเพาะกายที่พูดถึงนี้ ก็จะมีกล้ามสวย นูนคมชัด แต่ไม่สามารถ ทำลายกำแพงน้ำหนักตัวเองได้ คือน้ำหนักอยู่ที่ 80 กก. ก็จะอยู่ประมาณนี้ไปตลอด ไม่สามารถไต่ขึ้นไปถึง 100 กก. จึงสู้พวกต่างประเทศไม่ได้ สาเหตุเป็นเพราะ ยังไม่รู้ว่าภาพนักเพาะกายที่ถ่ายกันตาม นิตยสารต่างๆของต่างประเทศนั้น ในปีหนึ่ง เขาจะถ่ายกันแค่ 2 - 3 เดือน ก่อนแข่งรายการใหญ่ๆ เท่านั้น นักเพาะกายซูเปอร์สตาร์ของฝรั่ง  ไม่ได้มีหุ่นดีตลอดปีแต่อย่างใด เพียงแต่สื่อเช่น นิตยสาร หรือโทรทัศน์ จะไปทำการสัมภาษณ์ในเวลา ช่วงเข้าฤดูการแข่งขันต่างหากครับ  ผมจะยกตัวอย่างคุณลี  เพรส นี่แหละ โดยดูตามภาพข้างล่างนี้นะครับ
 

  ช่วงแรก  คุณลี   เพรส ยังคงติดยึดกับความคมชัด ซึ่งเขาก็ทำได้ไม่เลวเลย กล้ามสวยและคมดีมาก น้ำหนักอยู่ที่ 70 กก. และเขาก็ได้รับการยอมรับจากสังคมรอบข้างว่า มีวินัยในการฝึกดีเยี่ยม ถึงได้มีกล้ามสวยงามเช่นนี้ ซึ่งลี ก็ภูมิใจกับคำกล่าวชมนี้ ทำให้ไม่สามารถทำลายกำแพงน้ำหนัก อย่างที่ผมกล่าวข้างต้นลงได้ เพราะยังคงมี อัตตา มาคัดค้านอยู่ในใจนั่นเอง  จนกระทั่งต่อมา เพื่อนรุ่นเดียวกัน ที่เคยแข่งขันด้วยกัน และตกเป็นรองลีนั้น กลับมีกล้ามใหญ่ขึ้น ทำให้เบียดลีไปเสียกระจุย แรกๆก็ไม่คิดอะไร แต่ก็ต้องแปลกใจว่ายิ่งแข่งไป ตำแหน่งลีเริ่มตกลงเรื่อยๆ ทั้งๆที่กล้ามเขาก็ยังคมชัด เหมือนในภาพข้างบน  ลีมาเอะใจตรงที่สังเกตเห็นว่า เพื่อนเขานั้น ในปีหนึ่งๆจะแข่งไม่กี่รายการ ในขณะที่ตัวลีเองนั้น แข่งแทบทุกรายการ  แล้วเวลาที่เหลือนั้น เอาไปทำอะไร สืบไปสืบมา ถามหลายๆคน จึงได้รู้ว่า เพื่อนคนนั้น จัดให้ตัวเองอยู่ในช่วง นอกฤดูการแข่งขัน นั่นเอง


 

  ช่วงที่สอง  "อ้วนเป็นหมูตอนเลยเรา" ลีคิด"งานที่เคยมีเข้ามา ก็หายหมด ไม่มีคนมาสัมภาษณ์ ไม่มีคนเรียกไปโชว์ตัว ไปไหน ก็มีคนพูดเข้าหู ให้ได้ยินว่า ลีหมดไฟแล้ว ลีปล่อยตัวแล้ว ไม่อยากขอให้สอนวิธีเล่นกล้ามให้อีกแล้ว เพราะตัวเองยังทำตัวเอง ซะเป็นหมูอย่างนี้ ยังจะมีน้ำหน้ามาสอนคนอื่นได้ยังไง สารพัดสารพัน"  ลีคิดแล้วแทบอยากตาย เพราะไม่เคยต้องอยู่ในภาวะอย่างนี้มาก่อน  "ก็แหงละสิ เราเล่นทานทุกอย่าง อย่างนม แต่ก่อนเราทานแบบสกัดไขมัน เดี๋ยวนี้เราก็ทานแบบไม่สกัดไขมัน ของหวานเราก็ทาน ไอศกรีม ลูกกวาดที่เราเคยอยากทาน แต่ไม่เคยได้ทานเพราะต้องเข้มงวด เรื่องอาหารมาตลอด ก็ได้มาทานตอนนี้นี่เอง  ส่วนเรื่องแอโรบิค เช่นวิ่ง หรือเดินบนสายพาน ก็แทบไม่ได้แตะเลย ทานมากขึ้น นอนมากขึ้น ยกลูกน้ำหนักอย่างเดียว โดยไม่มีการแอโรบิค มันก็อ้วนนะสิ"  แต่เมื่อลีมองข้ามความอุ้ยอ้ายของร่างกาย เขากลับพบว่า เขาสามารถยกลูกน้ำหนัก ได้หนักมากขึ้น และรู้สึกไม่เครียด สุขภาพจิตดีขึ้นมาก จากที่ต้อง คอยระแวงเรื่องอาหาร เรื่องการโพสท่า และอื่นๆอีกมาก ที่ต้องเจอในสนามแข่งชัน น้ำหนักตัว ก็ขึ้นเอา ขึ้นเอา จนเกิน 100 กก.แล้ว  อีกอย่างที่นักเพาะกายดาวรุ่ง มักได้รับกันถ้วนหน้า คือคำว่า "หยิ่ง" ซึ่งนั่นเป็นเพราะในขณะที่ฝึกในโรงยิมนั้น จะต้องมุ่งมั่น และใช้สมาธิมาก เพราะจะต้องเข้าแข่งขัน ดังนั้นเรื่องจะให้มาเสียเวลาพูดคุย กับคนอื่นในโรงยิม จึงจะทำให้เสียสมาธิ เสียมากกว่า แต่เมื่อมาอยู่ในช่วง นอกฤดูการแข่งขันนี้ ทำให้เราทำตัวได้สบายๆ  ตารางฝึกทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพียงแต่ลดดีกรี ความเครียดในการฝึกลง แล้วลองมามีสังคมกับคนรอบข้าง ในโรงยิมบ้าง  ซึ่งจะทำให้เมื่อถึง ช่วงฤดูการแข่งขันอีกครั้งหนึ่ง สังคมก็จะเข้าใจ และไม่ว่าเราหยิ่งอีก 


 

  ช่วงสุดท้าย เหลือเวลาอีก 3 เดือนจะลงแข่งรายการใหญ่แล้ว เริ่มรีดน้ำหนักตัว ตอนนี้มีทุน (น้ำหนักตัว) อยู่ 105 กก. แม้ว่าจะรีดออกถึง 10 กก. แต่ก็ยังเหลือกล้ามเนื้อล้วนๆ อีกตั้ง 95 กก. นี่แหละครับ จากที่เคยชนะรายการเล็กๆ ได้เงินทีละ 2 - 3 หมื่น  แต่ตอนนี้ ด้วยรูปร่างอย่างนี้ ก็เอาชนะรายการใหญ่ๆได้เลย  เงินรางวัลกระโดดไปถึงรายการละ หลายล้านบาท (1 แสนเหรียญ) แข่งได้หลายรายการอีกด้วย  รู้อย่างนี้ จัดให้ตัวเองมีช่วงนอกฤดูการแข่งขันมานานแล้ว 
             เอาละครับ ที่ผมเขียนมาข้างต้น คงจะมองเห็นภาพออกแล้วนะครับว่า คำว่านอกฤดูการแข่งขัน คืออะไร สำคัญอย่างไร และจะต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง ระหว่างอยู่ในช่วงนั้น  สุดท้ายนี้ขอฝากไว้ ให้กับนักเพาะกายทั้งหลาย ที่เล่นมาหลายปีดีดักแล้ว น้ำหนักก็ยังไม่ขึ้น  ขอให้ใช้เคล็ดลับ ที่ผมไปเจาะมาได้นี้ นำไปปฏิบัตินะครับ รับรองว่าได้ผล เพราะถ้าคุณยังติดยึด และยังมีอัตตาอยู่ คุณก็กอดน้ำหนักตัวคุณเองอยู่อย่างนั้นแหละครับ ไม่มีวันก้าวหน้าไปไหนได้  ไม่โกรธกันนะครับ ที่เตือนเช่นนี้ ผมอยากให้คุณประสบความสำเร็จครับ


 - END -