|
TUVA ตอบปัญหา |
ถาม ทำไมถึงไม่ให้บริหารด้วยท่าซิทอัพ และท่า Pull over ผมเห็นว่านักเพาะกายสมัยก่อน ใครๆก็ใช้ท่านี้ |
|
| ตอบ
ก่อนอื่นต้องขอบอกให้ทราบก่อนครับว่า
การที่ผมบอกว่าไม่ควรใช้ 2
ท่านี้
ไม่ได้เป็นเพราะไม่ชอบเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด
เพราะตัวผมเองใช้สองท่านี้บริหารมาตั้งแต่ปีแรกๆแล้ว
แต่เมื่ออ่านตำราในช่วง 10
ปีหลังๆมานี้
มีพูดถึงสองท่านี้บ่อยมาก
แรกๆผมมีความคิดว่าคนที่เขียนคอลัมน์นั้น
ก็คงไม่ชอบท่านี้เหมือนกัน
เลยเขียนออกมาโจมตี
แต่ว่าเมื่อดูจากบทสัมภาษณ์ของแชมป์
และคนเขียนคอลัมน์อื่นๆรวมด้วย
เป็นเวลา 10 ปีขึ้นไป
จึงแน่ใจได้แล้วว่าสองท่านี้ควรหลีกเลี่ยง
หาใช่การคิดไปเองไม่ สำหรับท่า Pull over ซึ่งก็คือรูปด้านบนนั้น ตำราเพาะกายสมัยใหม่ (Modern Bodybuilder) ของฝรั่งให้เหตุผลว่า ไม่ควรเอาไปรวมในการบริหารหน้าอก เพราะขณะบริหารนั้น กล้ามปีกถูกบริหารไปพร้อมหน้าอกด้วย ทำให้ขาดความชัดเจนในผลที่ได้รับ ซึ่งการขาดความชัดเจนนี้ ถึงขนาดที่ว่าเอาท่านี้ ไปบริหารในการเล่นกล้ามปีกได้เลย จริงอยู่ที่การบริหารด้วยท่า BENCH PRESS ก็มีกล้ามเนื้อหัวไหล่เข้ามาร่วมกับหน้าอกเหมือนกัน แต่มันยังไม่เข้ามาชัดเจน ถึงขนาดที่ว่าเอาท่า BENCH PRESS นี้ ไปใช้ในวันที่บริหารกล้ามหัวไหล่ได้ ส่วนท่าซิทอัพบนพื้นเรียบ เป็นที่ยอมรับกันก่อนแล้วว่า การเหยียดขาตรง จะเป็นอันตรายต่อกล้ามเนื้อคอ และหลังส่วนล่าง ก็เลยมีคนสร้างความคิดใหม่ว่า การงอเข่าขึ้น น่าจะแก้ปัญหาได้ ต่อมาเมื่อท่านี้ถูกใช้ไปได้ระยะหนึ่ง ก็มีผลการวิจัยออกมาชี้ชัดว่า การซิทอัพ แบบงอเข่าบนพื้นเรียบนี้ เป็นการบริหารกล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง หาใช่การบริหารหน้าท้องไม่ เพราะไม่ว่าจะทำอย่างช้า หรือเร็ว ก็ใช้แรงจากหลังส่วนล่างอยู่ดี ส่วนท่าที่แนะนำให้ใช้แทนคือท่า CRUNCH สมมติว่าขณะนี้คุณบริหารอยู่ที่ยิม และครูผู้ฝึกคุณในยิมนั้น ก็ให้คุณใช้ท่า pull over และท่าซิทอัพมาโดยตลอด คงเป็นเรื่องทำใจยากทีเดียว ที่ต้องรับรู้ความจริงว่า สองท่าที่คุณบริหารมานั้น ทำให้คุณเสียเหงื่อไปเปล่าๆ ผลที่ตามมาก็คือ คุณไม่ยอมรับหลักความจริงนั้นเสียเลยดีกว่า แล้วทู่ซี้บริหารต่อไปโดยมีครูผู้ฝึกคนนั้น เป็นผู้ให้กำลังใจคุณว่า คุณทำถูกต้องแล้ว และนักเพาะกายสมัยก่อน ก็ล้วนแต่มีกล้ามสวยงามมาด้วยสองท่านี้ทั้งนั้น เรามาดูกันว่า ถ้ามีคนคิดแบบคุณ และพากันไม่ยอมรับความจริงแล้ว อะไรจะเกิดขึ้น |
|
|
คุณดูภาพข้างบนนี้แล้วอาจหัวเราะ และพูดว่าใครจะกล้าบริหารด้วยท่าเสี่ยงๆแบบนี้ ถ้ามันเสียสมดุลเมื่อไร คานบาร์ก็ต้องตกมากระแทกหน้าแน่ แถมยังเสี่ยงบาดเจ็บที่คอด้วย แต่ความจริงก็คือ ท่านี้เป็นที่ยอมรับและแพร่หลายเมื่อ 35 ปีที่แล้วว่าได้ผลดีมาก จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านไป งานวิจัยก็ออกมาชี้ชัดว่าไม่ควรบริหารท่านี้ ลองคิดดูว่า ถ้ามีคนที่ไม่เชื่องานวิจัย แถมยังถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ลูกหาเชื่อตามตนเอง แทนที่จะเชื่อตามหลักวิทยาศาสตร์ ทุกวันนี้จะต้องมีคนบริหารด้วยท่านี้ และวงการเพาะกายเรา ก็คงย่ำอยู่กับที่ ไม่เจริญ เพราะพวกเขาเหล่านั้นดื้อ และไม่ยอมเปลี่ยนแปลงให้ไปในทางที่ถูกต้อง ดังนั้น ขอให้ยอมรับความจริง และหลักวิทยาศาสตร์เสียเถอะครับ มันจะทำให้คุณก้าวหน้าเร็วขึ้น |
|
|