TUVA ตอบปัญหา

 

ถาม ได้ยินมาว่า ถ้าอยากกล้ามโตต้องใช้ยา คำว่ายานั้นคืออะไร หาซื้อได้ที่ไหน  
ตอบ (ก่อนที่จะตอบคำถามนี้ ผมขอออกตัวไว้ก่อนว่า การตอบคำถาม ในหัวข้อนี้ เป็นเรื่องที่หมิ่นเหม่ เพราะการชี้แหล่งซื้อยา ซึ่งเป็นของผิดกฎหมายตัวนี้ ย่อมเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายด้วย  แต่ทั้งนี้ ผมมีเจตนาเพียงเพื่อ เป็นวิทยาทาน อีกทั้งท้ายบทความนี้ ก็มิได้สนับสนุน ที่จะให้ใช้ยาตัวนี้แต่อย่างใด จึงขอเรียนมาในที่นี่ด้วยครับ)   คำว่ายาที่คุณได้ยินนั้น คือ อนาโบลิค สเตอรอยด์ ซึ่งผมยอมรับว่า มีนักกล้ามบางคนใช้จริงๆ โดยมีความเชื่อกันว่า เมื่อใช้ยาตัวนี้แล้ว กล้ามเนื้อจะได้รับการพัฒนา จนใหญ่โต แต่จะดีอย่างที่คิดไว้จริงหรือไม่ ผมขอให้ติดตามบทความผมต่อไป ผมได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณวัลลภ เกี่ยวกับสเตอรอยด์ ที่ขายในไทย มีดังนี้ครับ 
        sustanon 250 และ deca durabolin 100 ซึ่งเป็นยาฉีด มีขาย แถวๆร้านขายยา หน้าโรงพยาบาลศิริราช  
        dianabol เป็นยากิน ขายเป็นกล่อง ราคา 3,000 บาท มีขายบริเวณร้านขายยา รพ.พระมงกุฎ
        testoviron (ออกฤทธิ์คล้าย sustanon 250) มีที่ร้านขายยาบริเวณอนุสาวรีย์
     และยังมียาตัวอื่นนอกเหนือจากนี้ ยังไม่มีขายในไทย แต่ก็รับมาจากต่างประเทศได้
     ตอนนี้เรามาทำความเข้าใจกันง่ายๆว่า ยาพวกนี้ทำงานกันอย่างไร ในร่างกายของมนุษย์ทุกคน จะมีฮอร์โมนเพศชาย และเพศหญิง ทั้งสองอย่างอยู่ในตัว โดยร่างกายจะผลิตฮอร์โมนทั้งสองอย่าง และรักษาระดับไว้ในสมดุล ตลอดเวลา ต่างกันตรงที่ ถ้าเป็นผู้หญิง ก็มีรักษาระดับฮอร์โมนหญิง ให้สูงกว่า ระดับฮอร์โมนชาย ทำให้มีลักษณะเด่นคือ มีเต้านม สะโพกผาย และอื่นๆ  ส่วนในผู้ชาย ก็รักษาระดับฮอร์โมนชาย ให้สูงกว่าฮอร์โมนหญิง  คราวนี้ เมื่อเรารับอนาโบลิค สเตอรอยด์ เข้าสู่ร่างกาย มันจะทำให้ ปริมาณฮอร์โมนชาย ที่อยู่ในร่างกาย สูงขึ้น จนเสียสมดุล แรกๆร่างกายยังสับสน จึงแสดงผลของ ฮอร์โมนชายออกมา เช่น ให้กล้ามเนื้อชึ้นเป็นมัด  ตื่นตัวตลอดเวลา ทำให้เจ้าของร่างกาย ดีอกดีใจ ที่เล่นกล้ามขึ้นได้เร็วทันตา แต่ต่อมา เมื่อร่างกายปรับตัวได้ ก็ทำให้ระดับการเติบโตของกล้ามเนื้อ ลดลงไปเป็นปกติ  เจ้าของร่างกาย ก็เพิ่มปริมาณยาเข้าไปอีก ทำเช่นนี้บ่อยเข้า บ่อยเข้า ร่างกายเลยยอมแพ้ ผลที่ตามมาคือ ความเคยชินของร่างกาย ที่ไม่ต้องผลิตฮอร์โมนชายออกมา เพราะได้รับจากยาตัวนี้มาโดยตลอด มันจึงไม่ผลิตฮอร์โมนชายออกมาอีก 
     ต่อมา เมื่อบุคคลคนนี้ ได้รับทราบถึงอนาคตตัวเองแล้วว่า ท้ายที่สุด ก็ต้องเป็นมะเร็ง (ซึ่งส่งผลทางพันธุกรรม ตกทอดไปถึงลูกด้วย) ก็สายไปเสียแล้ว เพราะทันทีที่เขาเลิกใช้ยา ระดับความสมดุลของฮอร์โมน ซึ่งได้ถูกทำลายไปอย่างสิ้นเชิง ก็ส่งผลให้ ฮอร์โมนเพศหญิง เด่นขึ้นมา (เพราะฮอร์โมนชาย เลิกผลิตไปนานแล้ว) ผลที่ตามมาคือ อวัยวะเพศเล็กลง หน้าอกออกมาเป็นเต้าเหมือนผู้หญิง เสียงเปลี่ยนไป และอื่นๆ ซึ่งนั่น เป็นผลทางกายภาพ ยังไม่รวมถึง ทางด้านจิตใจ ที่จะควบคุมตัวเองไม่ได้ เห็นภาพหลอนบ่อยๆ ทำอะไรเพี้ยนๆไปเลย เหมือนคนที่ติดยาบ้า จนเสียสตินั่นแหละครับ 
     ของพวกนี้ ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์เลย ส่วนประกอบของมัน ใช้เป็นยารักษาโรคเกี่ยวกับ แก้ไขพวกที่หมดสมรรถภาพทางเพศได้ มันถึงถูกเรียกว่า ยา(drug) แทนที่จะเป็น อาหารเสริม (supplement)  แต่เมื่อถูกนำมา ใช้ในเชิงธุรกิจ (ในการตอบสนอง บรรดานักกล้ามที่เป็นแมงเม่า หลงบินเข้ากองไฟ)  มันก็ถูกเพิ่ม ส่วนประกอบบางตัว ในยานั้นให้มากขึ้น จนกฎหมาย ไม่สามารถอนุญาต ให้ขายตามร้านขายยาได้ และถูกกำหนดให้เป็น สิ่งผิดกฏหมายด้วย แต่ในบ้านเรา การตรวจสอบก่อนเข้าประกวด ยังไม่เด่นชัด ทำให้มีหลายคนหลงผิด หวังเพียงเพื่อชัยชนะ ยอมเอาอนาคตตัวเอง และลูกหลานเข้าเสี่ยง (ความจริง ไม่ต้องใช้คำว่าเสี่ยงก็ได้ครับ เพราะผลของมัน แน่นอนอยู่แล้ว) 
     ข้อความทั้งหมดข้างบนนั้น  สำหรับเพื่อนที่ยังไม่ได้เริ่มใช้ยา แต่ถ้าเพื่อนที่เริ่มถลำไปใช้แล้ว ผมขอให้เปิดหูเปิดตา รับฟังเรื่องต่อไปนี้ คือ
     1.ถ้ายานั้นได้ผล ตามที่คุณได้ยินมา นักเพาะกายทุกคน จะต้องหุ่นใหญ่เท่ากับ อาโนลล์   ชวาลเซเนกเกอร์ หรือนักเพาะกาย ที่เป็นมิสเตอร์โอลิมเปีย กันทุกคน เพราะถ้าขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่ใช้ คุณก็แค่ใช้ยาให้มากขึ้น คุณก็ต้องตัวใหญ่ขึ้นไปได้เรื่อยๆ ลองดูรุ่นพี่ๆคุณที่ใช้ยาสิครับ ว่าเขาได้ตำแหน่งมิสเตอร์ยูนิเวอร์ส มิสเตอร์โอลิมเปีย มาให้ประเทศไทย บ้างหรือยัง
     2. ถ้ามีคนถามคุณว่า คุณมีกล้ามใหญ่ สวยงาม ทำอย่างไรถึงจะมีได้อย่างคุณบ้าง คุณอยากจะพูดว่า  เป็นเพราะความอุตสาหะ ความพากเพียร การดูแลอาหารการกิน หรือจะพูดว่าเพราะใช้ยาล่ะครับ  
     3.แม้ว่าคุณใช้ยาช่วย แต่คุณก็ต้องเสียเหงื่อ ต้องทุ่มเทให้กับการออกกำลังกาย จนมีมัดกล้ามได้ แต่เชื่อเถอะครับว่า การที่คุณใช้ยาน่ะ มันปิดไม่มิดหรอก อย่างน้อยคนขายให้คุณ ก็อาจเผลอพูดให้กับคนอื่นรู้บ้าง คำพูดที่ตามมาน่ะหรือครับ ก็คือ ไอ้หมอนี่มันใหญ่เพราะยา ซึ่งฟังแล้วช้ำใจมาก จริงอยู่เราใช้ยาก็จริง แต่เราก็เล่นกล้ามอย่างหนักด้วย ผมก็เห็นใจครับ แต่คุณก็เถียงอะไรเขาไม่ได้หรอก ผมเป็นคนหนึ่งล่ะครับ ที่เวลาเข้าไปเล่นเวท แล้วไม่ชอบให้คนมาจับกลุ่ม นินทาเราว่า ไอ้นี่ใช้ยา นี่ขนาดผมไม่เคยแตะยาเลย ผมยังรับกับคำพูดพวกนี้ไม่ได้ แล้วคุณรับได้หรือครับ 
     4.ร่างกายได้รับสารผิดปกติเข้ามา มันย่อมก่อตัวเป็นเนื้อร้ายได้ และเจ้าพวกนี้ มันจะถูกจดจำทางพันธุกรรม เข้าไปอยู่ในยีน ถ่ายทอดไปให้ลูกคุณ และส่งต่อไปยังหลานได้อีก ผมว่าน่าสงสารลูกหลานตัวน้อยๆ ของคุณ ที่จะต้องมารับยีนโรคมะเร็งจากคุณ ทั้งๆที่เขาไม่ได้รู้อิโหน่ อิเหน่ หรือทำความผิดอะไรเลย
     5.อย่าฟังคำแก้ตัวจากคนขายว่า ใช้อยู่ในปริมาณเล็กน้อย หรืออยู่ในความควบคุมของผู้รู้ หรือว่า เมื่อใช้ยาแล้วต้องออกกำลังกายให้หนัก เพื่อให้ร่างกายใช้หมด เหล่านี้เป็นการชักจูงให้หลงเชื่อ เพราะคุณไม่รู้หรอกว่า อะไรคือมาตรฐาน ที่วัดว่าที่กำลังใช้อยู่ทุกวันนี้ มากหรือน้อย  ก็เลยใช้ความรู้สึกตัวเองวัดเอา หารู้ไม่ว่า ร่างกายตัวเองดื้อยาแล้ว ทำให้ต้องเพิ่มปริมาณการใช้ ชึ้นไปเรื่อยๆ แล้วที่ว่าในความควบคุมของผู้รู้นั้น ผู้รู้ที่ว่านั้นคือใครครับ คนขายยาหรือ เขามีวุฒิการศึกษามาทางนี้หรือเปล่า แล้วเขาหวังดีกับคุณหรือเปล่า ถ้าผมรักใครเป็นเพื่อน ผมจะไม่แนะนำให้เพื่อนผม ต้องพบจุดจบ ด้วยการใช้ยาหรอกครับ  
     6.การมีกล้ามโตทันใจ เป็นสิ่งที่เย้ายวนใจ แต่หนทางที่จะทำให้กล้ามใหญ่ได้ทันใจ ก็ไม่ใช่ว่า ต้องใช้ อนาโบลิค สเตอรอยด์เท่านั้น คุณสามารถเอาเงินนี้ ไปซื้ออาหารเสิรม เช่นอะมิโนแอซิด และวิตะมินรวม มาทานได้ ปลอดภัยกว่ากันมาก ส่วนที่ว่าถ้าไม่ใช้สเตอรอยด์แล้วกล้ามไม่ใหญ่นั้น ผมขอให้คุณอ่านที่ ข้อความนี้


- end -