|
|
ถาม เห็นคนในโรงยิม มีกล้ามเนื้อชัด และเห็นเส้นเลือดชัดกว่าผม อยากจะได้บ้าง ต้องทำอย่างไรครับ |
| ตอบ
คำว่าความชัดของกล้ามเนื้อและเส้นเลือดนั้น
เมื่อมนุษย์ทุกคนถูกถลกเอาหนังและไขมันที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังที่ห่อหุ้มตัวออกแล้ว
ก็จะเห็นกล้ามเนื้อที่ชัดเจนเหมือนกันทุกคน แต่ถ้ายังมีผิวหนังอยู่
ความชัดของกล้ามเนื้อก็จะขึ้นกับความหนาหรือบางของผิวหนังร่างกายแต่ละคน
โดยคนที่ผิวหนังบางกว่า ก็จะมองทะลุเห็นกล้ามเนื้อได้ง่ายกว่า
จึงดูว่ากล้ามชัดกว่า ปัจจัยความชัดของกล้ามขึ้นอยู่กับ 1.อัตราการเผาผลาญอาหาร (metabolism) คนที่อายุน้อยกว่า จะมีอัตราการเผาผลาญอาหาร (metabolism) ที่เร็วกว่าคนที่มีอายุมากกว่า อีกทั้งคนที่อายุเลย 25 ปีไปแล้ว จะมีอัตราการเผาผลาญที่ว่านี้ น้อยกว่าคนที่อายุ 25 ปีลงมา ผลก็คือ เมื่ออัตราการเผาผลาญอาหารช้า ก็จะทำให้พลังงานส่วนหนึ่งที่ยังนำไปใช้ไม่ทัน ถูกนำไปแปลงเป็นไขมันเก็บไว้ที่ใต้ผิวหนังมากกว่าคนอายุน้อย และเมื่อมีไขมันใต้ผิวหนังมากกว่า ก็จะทำให้ความชัดของกล้ามเนื้อน้อยกว่านั่นเองครับ เพราะไขมันไปบังเส้นใยมัดกล้ามครับ วิธีแก้ ก็คือการเล่นกล้าม รวมไปถึงการทำตัวให้กระฉับกระเฉง เพราะเมื่อร่างกายมีกล้ามเนื้อแล้ว มันก็จะทำหน้าที่ละลายไขมันมาแปลงเป็นพลังงานทั้งวันเลยครับ จะดีกว่าการทำแอโรบิคทั้งหลายเช่นพวกวิ่ง ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิค เพราะการทำแอโรบิค มันจะละลายไขมันในช่วงที่เล่นเท่านั้น ไม่ได้ละลายไขมันทั้งวันแบบการที่มีกล้ามครับ (แต่ถ้าสามารถทำแอโรบิคสัก 5 นาทีหลังจบการเพาะกายในแต่ละวันได้ ก็จะดีมากเลยครับ เพราะมันจะเกื้อกูลกันได้ ทำให้กล้ามเนื้อชัดเร็วขึ้นครับ) ส่วนการทำตัวให้กระฉับกระเฉงนั้น ก็จะทำให้เราเป็นคนแอคทีฟตลอดเวลา และช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีเช่นกัน 2.กรรมพันธุ์ความหนา-บางของผิวหนัง คนที่มีกรรมพันธุ์เป็นคนผิวบาง จะมีความชัดของกล้ามเนื้อมากกว่าคนผิวหนากว่า (ผิวที่หนา เกิดจากการอุ้มน้ำ และการสะสมไขมันซึ่งเป็นไปตามกรรมพันธุ์) โดยกรรมพันธุ์ของคนผิวดำนั้น ส่วนใหญ่ผิวจะบางกว่าคนผิวขาว ทำให้กล้ามเนื้อชัด เห็นเส้นเลือดชัดกว่า 3.การใช้ยารีดน้ำปัสสาวะ - หลักการคือ ใช้ทางลัดเอาชนะกรรมพันธุ์ที่มีผิวหนา โดยใช้สารเคมีไปไล่น้ำที่อยู่ใต้ผิวหนังร่วมกับไขมันออกไป โดยจะทำกันเฉพาะช่วงก่อนแข่งขันเพาะกายประมาณหนึ่งถึงสองอาทิตย์เท่านั้น ไม่สามารถทำได้ตลอดทั้งปี เพราะจะทำให้ระบบต่างๆในร่างกายมีปัญหา แต่แล้วก็มีนักเพาะกายชื่อดังคือคุณโมโม ตามรูปที่แนบมานี้ ต้องเสียชีวิตเพราะยาดังกล่าว ทำให้วงการเพาะกายตื่นตัวแล้วสั่งห้ามตรวจเจอยานี้ในปัสสาวะของผู้เข้าแข่งขัน ฉะนั้นบางครั้งนักเพาะกายที่คุณเห็นกล้ามชัดๆในนิตยสาร ก็เป็นเพราะแอบใช้ยาตัวนี้อยู่ ซึ่งเป็นอันตรายและไม่ขอแนะนำให้ใช้ครับ ส่วนการดื่มน้ำน้อย โดยมีความคิดว่าผิวหนังจะได้ไม่อุ้มน้ำแล้วจะทำให้กล้ามชัดนั้น เป็นความคิดที่ผิดครับ เพราะเมื่อทานน้ำน้อย ร่างกายจะทำปฏิกิริยาตรงกันข้าม คือจะยิ่งอุ้มน้ำมากขึ้นอีก เพราะกลัวว่าในอนาคต เราจะไม่รับน้ำเข้าร่างกายไงล่ะครับ |
![]() |
|
| คุณโมโม ที่เสียชีวิตเพราะใช้น้ำยารีดน้ำปัสสาวะ |
วิธีทำให้กล้ามชัด ตามหลักการเพาะกาย ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้คือ ขั้นตอนที่ 1 คือการสร้างขนาดก่อน - บริหารร่างกายโดยใช้น้ำหนักให้มาก (เช่นบริหารในแต่ละเซทได้ครบ 8 ครั้งแล้วหมดแรงพอดี) ใช้จำนวนครั้งน้อยๆ (8 ครั้งต่อหนึ่งเซท) ในแต่ละท่าที่บริหาร ให้ทำแบบช้าๆ ทานอาหารโปรตีน คาร์โบไฮเดรต อะมิโน วิตะมินรวมให้มาก ไม่ต้องทำแอโรบิค และไม่เล่นกีฬาอื่น นอนให้มาก ทำเช่นนี้ให้ได้ 8 เดือน ขั้นตอนที่ 2 คือการสร้างความชัด - พอเข้าเดือนที่ 9 ให้บริหารร่างกายโดยใช้น้ำหนักน้อย (เช่นบริหารในแต่ละเซทให้ได้ 15 ครั้งขึ้นไป) ใช้น้ำหนักน้อยๆ (บริหารให้ได้ 20 ครั้งแล้วหมดแรงพอดี) ในแต่ละท่าที่บริหาร ให้ทำแบบเร็วๆ ส่วนการทานอาหารยังเหมือนเดิม แต่ให้ลดการทานคาร์โบไฮเดรตลง เช่นเคยทานข้าวทีละ 2 จาน ก็ให้เหลือครึ่งจาน แต่กับข้าวเท่าเดิม ทานอาหารเสริมตามปกติ และให้ทำแอโรบิค เช่น วิ่งบนสายพาน หรือปั่นจักรยานอยู่กับที่ ให้ได้ 5 - 10 นาทีหลังจากเล่นกล้ามแต่ละวัน และตอนไหนที่ไม่ได้เล่นกล้ามก็ให้เล่นกีฬาอย่างอื่นได้ เช่นว่ายน้ำ บาส ฟุตบอล ทำอย่างนี้ได้ 2 เดือน กล้ามเนื้อจะชัดขึ้นทันตาเห็นเลยครับ ขั้นตอนที่ 3 คือการพักผ่อน - หยุดเล่นกล้ามสัก 1 - 2 อาทิตย์ แล้วกลับไปเริ่มที่ขั้นตอนที่ 1 ใหม่ครับ หมายเหตุ สำหรับนักเพาะกายที่เห็นตามนิตยสารนั้น ร่างกายเขาใหญ่โตจนเข้าที่แล้ว เช่นมีกล้ามแขนขนาด 22 นิ้วแล้ว พวกนี้ จึงไม่เน้นแบบขั้นตอนที่ 1 มากนัก เขาจึงเล่นโดยใช้จำนวนครั้งมากๆ คือการทำตามขั้นตอนที่ 2 ทีละหลายๆเดือน เวลาถ่ายรูป จึงกล้ามชัดสวยงาม ซึ่งถ้าคุณใจร้อน ไปเน้นความชัดอย่างเดียวแบบเขาละก็ คุณจะสูญเสียขนาดของกล้ามเนื้อไป เวลาใส่เสื้อผ้าแล้ว มันก็จะปิดบังความชัดของคุณไปด้วย เพราะในชีวิตประจำวันแล้ว เราแทบจะไม่ได้โชว์ความชัดของกล้ามเนื้อสักเท่าไรหรอกครับ แต่ความใหญ่นั้น สามารถทำให้คนอื่นเห็นกันได้ทั่วหน้าครับ เพราะถึงใส่เสื้อ มันก็ปิดบังความใหญ่โตของกล้ามเนื้อไม่ได้ครับผม ข้อแนะนำ การที่เราจะทำอะไรนั้น ควรเลือกทำสิ่งที่มีความสุข การเล่นกล้ามก็เช่นกันครับ เราเล่นแล้วให้มีความสุขดีกว่า สำหรับคนที่กล้ามเนื้อสวยหรือชัดกว่าเรานั้น ให้เราลองพยายามเล่นกล้ามแข่งขันกับเขาคนนั้นดูก่อน ถ้าไม่ได้จริงๆให้ลองใช้เทคนิควิธีคิดเพื่อไม่ให้เป็นทุกข์ โดยมีข้อคิดมาจากนิทานอีสบเรื่องแม่อึ่งอ่างกับแม่วัว ที่ว่าลูกอึ่งอ่างอยากเอาชนะลูกวัว จึงขอให้แม่อึ่งอ่างทำตัวให้ใหญ่เท่ากับแม่วัว ซึ่งแทนที่แม่อึ่งอ่างจะบอกลูกว่าเราตัวเล็กกว่านั้นดีแล้ว สามารถเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้สะดวกดี แต่แม่อึ่งอ่างกลับฝืนสังขารพยายามพองตัวให้เท่าแม่วัว จนท้ายที่สุดร่างกายก็แตก และตายไป อย่างนี้ถือเป็นความทุกข์ชัดๆเลยครับ ที่จะบอกก็คือว่า ในเมื่อเราสู้เขาในเรื่องความชัดไม่ได้จริงๆ ก็หาอย่างอื่นที่เราดีกว่าเขา เช่นการสร้างความใหญ่ เพราะส่วนมากคนกล้ามชัด กล้ามเนื้อจะเล็กกว่าคนกล้ามใหญ่ ดังนั้น ให้เราบริหารกล้ามให้ใหญ่ๆ แล้วคนที่มีกล้ามชัดอยู่แล้ว เขาก็จะกลับกลายเป็นฝ่ายที่อิจฉาความใหญ่ของเราแทนครับ คิดเช่นนี้จะมีความสุขกว่าที่จะไปทำตัวเป็นแม่อึ่งอ่าง ที่ไปฝืนสังขารตัวเองจนเป็นทุกข์นะครับ |
|
- END - |