|
TUVA ตอบปัญหา |
|
|
|
ถาม รู้สึกสับสน เกี่ยวกับคำแนะนำเรื่องต่างๆในการเพาะกาย จาก เวบของพี่ ก็อย่างหนึ่ง จากหนังสือที่ขายตามห้างก็อย่างหนึ่ง จากพี่ๆที่โรงยิมก็พูดไปอีกอย่างหนึ่ง ทำให้ไม่รู้จะเชื่อใครดี ควรทำอย่างไรครับ |
| ตอบ สำหรับปัญหานี้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณถามใครล่ะครับ ถ้าคุณไปถามคนเขียนหนังสือ เขาก็ต้องว่าหนังสือเขาถูกต้อง ถ้าคุณเอาไปถามรุ่นพี่ ที่ฝึกอยู่ที่ยิมแล้วกล้ามสวย เขาก็ต้องบอกว่าของเขาดีที่สุด และแน่นอนครับ เมื่อคุณถามผม ผมก็มั่นใจว่า ของผมนั้นถูกต้องที่สุด และนี่คือเหตุผลครับ |
| 1.ผมเชื่อในการทดลองทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น |
|
|
| ใช่ว่า จะชอบพวกฝรั่งเป็นการส่วนตัวหรืออะไรหรอกครับ แต่ว่าเมื่อพูดถึงความรู้ทางด้านนี้ของเขานั้น ผมต้องขอนับถือพวกเขาจริงๆ พวกเขาศึกษากันอย่างจริงจังจริงๆ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณจะเล่นท่าม้วนข้อต่างๆ ถ้าคุณถามรุ่นพี่ที่ยิม หรือถามอาจารย์ที่ยิม เขาก็จะบอกว่า ท่านั้นดี ท่านี้ดี แต่ถ้าถามฝรั่ง ก่อนจะว่าท่าไหนดี เขาจะต้องทดลองทางวิทยาศาสตร์กันเลย ก็ลองดูในภาพข้างบน ตรงที่ขีดสีแดงสิครับ แค่ท่า dumbbell curl ธรรมดา เขายังต้องใช้วิทยาการชั้นสูง ตรวจดูกล้ามเนื้อแต่ละส่วนเลยว่าขณะกำลังบริหาร กล้ามเนื้อส่วนไหนออกแรงอย่างไร เพื่อจะสรุปว่าต้องบริหารอย่างไรจึงจะดีที่สุด หรือการบริหารต้นขาดังภาพข้างล่างนี้ |
|
|
|
|
| เป็นการทดลองในท่าบริหารต้นขา คือท่า SQUAT เพื่อศึกษาว่ากล้ามเนื้อแต่ละส่วน ทำงานอย่างไร โดยใช้วิทยาการชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์เช่นกัน ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า แหล่งความรู้ที่ผมได้มานั้น เชื่อถือได้มากกว่า เพราะเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การคาดเดาเอา หรือการบอกต่อๆกันมาแต่อย่างใด | |
| 2.คุณไม่ควรเปลี่ยนอาจารย์บ่อย | |
| สมัยเล่นแรกๆผมก็มักเขวเสมอๆ เคยฝึกตามหนังสือที่ซื้อมาอยู่ 5 - 6 เดือน ต่อมาก็ลองไปเล่นที่ยิมดู จำได้ว่าตอนนั้นไปที่ ยิมรามคำแหง ก็มีคนมาแนะนำ ก็ปฏิบัติตามเขา เพราะเห็นเขากล้ามใหญ่ดี ถ้าปฏิบัติตามเขาแล้วเราคงจะเป็นอย่างนั้น ก็ทำตามเขาไป ต่อมาก็ลองไปแถวสี่แยกบ้านแขก ที่ที่มี อาจารย์ปรีชา โค้ชทีมชาติสอนอยู่ ก็ได้รับคำแนะนำไปอีกอย่างอีก ก็เขวสิครับ เพราะคิดว่าถ้าท่านไม่แน่จริง คงไม่ได้เป็นโค้ชทีมชาติ ก็มาเริ่มฝึกใหม่ ตามที่ท่านบอกอีก ก็เป็นเหมือนคนหลักลอย คือเริ่มใหม่ เริ่มใหม่ตลอด การพัฒนากล้ามเนื้อมันก็ชะงักเป็นระยะๆครับ มันจึงช้าเข้าไปอีก หลังจากเสียเวลาไป 4 ปีกับความสับสน ว่าจะเชื่อใครดี ก็เลยจับหลักได้ว่า ถ้าจับหลักไหนอยู่ ก็ขอให้เดินเส้นทางนั้นไปตลอด อย่ามัวแต่เริ่มใหม่ | |
| 3.ถ้าคนที่ให้คำแนะนำคุณ มีขนาดร่างกาย และมัดกล้ามใหญ่กว่าผม | |
| คุณคิดว่าทำตามเขาแล้วได้ผลดีกว่า เพราะเขาตัวใหญ่กว่า ผมอยากให้หยุดคิดสักนิดหนึ่งว่า
โค้ชฟุตบอลที่คอยสั่งให้เดวิด เบคแฮม เตะบอลอย่างนั้นอย่างนี้
ถ้าให้โค้ชคนนั้นลงไปเตะฟุตบอลแทนเบคแฮม เขาจะเตะดีเท่าเบคแฮมได้ไหม?
คำตอบคือเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาไม่มีพรสวรรค์ทางด้านเตะบอล
แต่เขามีพรสวรรค์ในการจะสอนให้เบคแฮมทำอย่างไร
จึงจะดึงพรสวรรค์ของเบคแฮมออกมาใช้ได้ อีกตัวอย่างหนึ่งคือยอดปรมาจารย์เพาะกายโลก โจ ไวเดอร์ มีร่างกายสุดห่วยมาแต่ไหนแต่ไร กล้ามปีกไม่มี
ช่องท้องกว้างเหมือนมะชามข้อเดียว แต่ทุกคนยอมรับในคำสอนของเขาไม่ใช่ร่างกายของเขา นั่นเป็นเพราะเขาอุทิศตนให้กับ การแก้ปัญหาการเพาะกาย ให้กับคนอื่นๆมากเสียจนไม่มีเวลาสร้างกล้ามเนื้อให้กับตนเอง ดังนั้น ถ้ามีใครคนหนึ่ง ที่จะสอนคุณแต่เขาตัวเล็กกว่าอีกคนหนึ่ง จงอย่าดูแคลน เพราะคุณอาจพลาดคำแนะนำดีๆ ไปก็ได้นะครับ |
|
| 4.เหนือสิ่งอื่นใด คือความจริงใจของผม | |
| สิ่งที่ผมต้องการก็คือ ให้คนที่ติดตามเวบผม เล่นกล้ามแล้วได้ผล เพราะฉะนั้น ผมจึงบอกเคล็ดลับ แบบหมดไส้หมดพุง เพราะมิเช่นนั้นแล้ว สู้ผมเอาเวลาไปเล่นเวท แล้วก็พักผ่อนมากๆ ไม่ดีกว่าหรือ ทำไมต้องเอาความรู้ที่ได้รับ มาเผยแพร่ อีกทั้งต้องมาอดหลับอดนอนในการทำเวบ ทั้งหมดนี้ ก็เพราะต้องการชี้ทางสว่างให้กับเพื่อนๆ หลายคนที่อยู่ในวงการนี้คงจะรู้ว่ามีการหมกเม็ดกันบ่อย ด้วยกลัวว่าผู้อื่นจะกล้ามใหญ่กว่าตนจึงไม่บอกเคล็ดลับ นี่เอง ทำให้วงการเพาะกายบ้านเราไม่โตเสียที และผมไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้นครับ (โปรดสังเกตุว่าเวบของผม ไม่มีสปอนเซอร์ของโฆษณาใดๆเลย) | |
| 5.มาดูแหล่งความรู้ที่ผมสะสมมา | |
| เมื่อประมาณเกือบ 20 ปีที่แล้ว สมัยย่างเข้าวัยรุ่น ตอนอายุประมาณ 14 ปี เวลาที่คนอื่นเอาแต่เที่ยว ผมกลับเอาเวลานั้นค้นหาตำราวิชาเพาะกายจากแหล่งความรู้ต่างๆ เช่นห้องสมุด เงินค่าขนมก็เจียดเอามาซื้อหนังสือเพาะกายแบบที่ขายเลหลัง ในราคาถูกๆอ่าน ไม่เคยมีเสื้อผ้าสวยๆใส่อย่างเพื่อนๆเลย ซึ่งผมก็ทำด้วยความเต็มใจ ดังนั้นผมจึงค่อนข้างจะพูดเต็มปากได้ว่า ถ้ามีใครมาดูถูกความรู้ของผม โดยอ้างเหตุว่าเขาคนนั้นเรียนจบมาทางด้านนี้โดยเฉพาะ หรือเขาคนนั้นมีรูปร่างที่สวยงามใหญ่โตกว่าผมดังนั้นควรเป็นผู้ให้ความรู้ที่ดีกว่า ผมจะยอมรับต่อเมื่อเขาศึกษาตำราเพาะกายเท่าเทียมกับผม ดังข้างล่างนี้ |
![]()
![]()
![]()
นิตยสารมัสเซิล แอนด์ฟิตเนส ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 จำนวน
160 เล่ม
นิตยสารเฟล็ก ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2537 จำนวน 53
เล่ม
นิตสารเพาะกายต่างประเทศ ที่ฉีกหน้าปกออกเพื่อขายเลหลัง ยี่ห้อต่างๆ
เช่นมัสเซิลมีเดีย ,มัสเซิลดีวีลอปเม้นท์ ฯลฯ จำนวน
138 เล่ม
นิตยสารเพาะกายทุกเล่มในห้องสมุด ที่ไม่สามารถหาซื้อได้
ผมจะถ่ายเอกสารเก็บไว้เกือบทั้งเล่ม (ตัดโฆษณาออก) ประมาณ
85 - 90 เล่ม
นิตยสารเพาะกายในไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 จำนวน 84
เล่ม
ความรู้จากวีดีโอต่างประเทศ ประมาณ 70
ม้วน โดยได้รับความอนุเคราะห์ให้ยืมต้นฉบับโดยคุณประธาน
คงแนวดี ตู้ ปณ.9 ไปรษณีย์บางแสน อ.เมือง จว.ชลบุรี 20130
คู่มือเพาะกาย ไวเดอร์ซิสเท็ม จำนวน 2 เล่ม หนา 109 หน้า หาซื้อไม่ได้
จึงต้องขอถ่ายเอกสารมาจาก อาจารย์ พันเอก สมบูรณ์ ครับ
ภาพแขวนตามโรงยิมต่างๆที่ผมไปขอถ่ายเอกสาร
รวบรวมแล้วแยกส่วนบริหารไว้เป็นหมวดๆ เป็นจำนวน 10 กว่าเล่ม
ชาร์ตภาพขนาดใหญ่ (6 เท่าของกระดาษ เอ 4)
ที่ต้องใช้เครื่องถ่ายเอกสารแบบพิเศษ จำนวน 12 แผ่น ที่ไปขอถ่ายจาก
อาจารย์ พันเอกสมบูรณ์
หนังสือของอาจารย์นพคุณ วันแต่ง จำนวน 6 เล่ม
เอ็นไซโคปิเดีย ของอาร์โนล์ ชวาลเซเนกเกอร์ จำนวน 1 เล่ม มูลค่า
4,000 บาท หนา 736 แผ่น ได้รับความกรุณาจากคุณวัลลภ
วีระเดช (หนุ่ย)
wanlop79@yahoo.com ตอนไปเที่ยวประเทศฝรั่งเศส
หนังสือบอดี้บิลด์ดิ้ง 101 ราคา 772 บาท หนา 236 หน้า จำนวน 1 เล่ม
หนังสือโฮมม์เวอร์คเอ้าไบเบิ้ล ราคา 895 บาท หนา 434 หน้า จำนวน 1 เล่ม
หนังสือ Body for
life ฉบับแปลเป็นไทยรวมถึงประสบการณ์การตอบปัญหาทางอีเมลล์ในช่วง 6 ปีนี้ และการดูเวบไซท์เพาะกายต่างประเทศ ดังนั้น ถ้ามีใครบอกคุณว่าจะเล่นกล้ามให้ดีต้องทานกล้วยน้ำว้าเป็นหวีๆ และผมตอบว่า "กล้วยน้ำว้าไม่ได้สร้างกล้ามเนื้อ" หรือผมแนะนำคุณว่า "ควรทานอะมิโนแอซิดก่อนเพาะกาย 5 นาที ไม่ใช่หลังเพาะกาย" แม้จะเป็นเพียงคำตอบหรือคำแนะนำสั้นๆจากผมโดยไม่ได้ให้เหตุผลอะไรก็ตาม คุณก็ควรจะเชื่อผมมากกว่า เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอ่านหนังสือเป็นพันเล่ม ใช้เวลาอ่าน 20 ปี ใช้เงิน...... บาท เพื่อจะให้ได้คำตอบเดียวกันครับ |
|
- end - |