|
TUVA ตอบปัญหา |
| ถาม
ดูวีดีโอเพาะกายตามที่ผมส่งลิงค์มาให้ดูนี้แล้ว
เห็นว่านักเพาะกายยกดัมเบลล์ไม่ขึ้นสุดลงสุดตามตำรา แต่ทำไมมีกล้ามสวย
ในขณะที่พี่เน้นว่า เวลาเล่นกล้าม ต้องยกลูกน้ำหนัก ขึ้นสุด - ลงสุด
ก็เลยขอสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้หน่อยครับ? |
|
ตอบ ลิงค์วิดีโอที่ส่งมาให้ดูคืออันข้างล่างนี้ครับ ที่เห็นได้ชัดก็คือท่าแรกเลย Dumbbell Chest Press |
| สำหรับเพื่อนสมาชิกยังไม่เข้าใจคำถามข้างบนนี้ โดยเฉพาะคำว่า "ขึ้นสุด - ลงสุด" นั้น คืออะไร ผมก็ขออธิบายก่อนดังนี้นะครับ |
![]() |
| คือว่า
ในตำราเพาะกายทุกฉบับ จะพูดตรงกันว่า เวลาเล่นกล้ามนั้น
คุณอย่าเน้นที่การใช้ลูกน้ำหนักที่หนักมาก ,อย่าทำให้คนรอบข้างประทับใจคุณ
ด้วยการที่เห็นว่าคุณใช้ลูกน้ำหนักได้เยอะ (พวกชอบโชว์) ,ต้องรักษา "ท่าทาง
(Form)" ในการบริหารให้ถูกต้องตลอดเวลาที่กำลังบริหารอยู่ ฯลฯ
สิ่งเหล่านี้ก็ฝังในจิตสำนึกของเพื่อนสมาชิกมาโดยตลอด
นั่นหมายความว่า ในเวลาที่เราบริหารท่า Dumbbell Chest Press
ในท่าข้างบนนี้ สิ่งที่คุณจะต้องทำก็คือ เวลาผ่อนดัมเบลล์ลงมา
คุณเอาให้ดัมเบลล์ลงมาต่ำให้สุดเท่าที่จะทำได้ เช่นต่ำลงมาระดับใบหู
แล้วเวลาเหยียดขึ้นไป ก็ต้องเหยียดให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้
คือแขนเกือบเหยียดตรง (ก็คือที่มาของคำว่า "ขึ้นสุด - ลงสุด"
ในความหมายนี้นั่นเอง ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องเป็นท่านี้เท่านั้นนะครับ
อาจเป็นท่าเล่นกล้ามไบเซบก็ได้ ลองอ่านความหมายอีกครั้งได้ที่ลิงค์
http://www.tuvayanon.net/6ful.html ) แต่คราวนี้ พอเพื่อนสมาชิกไปดูวีดีโอเพาะกาย หรือยูทูป กลับเห็นว่าพวกแชมป์ต่างๆบริหารท่านี้ กลับไม่ผ่อนดัมเบลล์ลงต่ำสุด และเวลายกขึ้น ก็ไม่เหยียดแขนตรง "ตามตำรา" เลย แล้วทำไมยังมีกล้ามสวยได้มากกว่าคนที่ทำ "ตามตำรา" ที่ถูกแล้ว ต้องฝึกอย่างไรกันแน่? สำหรับคำตอบของผม ก็ยังยืนยันคำเดิมว่า ให้ฝึก "ตามตำรา" น่ะถูกต้องแล้วครับ การขึ้นสุด และลงสุด จะมีประโยชน์ต่อการเล่นกล้ามมากที่สุด แต่สำหรับปัญหาข้อนี้ เพื่อนสมาชิกถามมาว่าทำไมพวกนักเพาะกายระดับแชมป์เหล่านั้น ถึงทำกันแบบนั้น (ขึ้นไม่สุด - ลงไม่สุด) ผมตอบได้ดังนี้ครับ 1.นักเพาะกายเหล่านั้น เป็นนักเพาะกายแบบมืออาชีพแล้ว คือเล่นติดต่อกันอย่างต่ำไม่น้อยกว่า 5 ปี ดังนั้น เขาย่อมสามารถพลิกแพลงการฝึกได้ ในขณะที่ ถ้าเพื่อนสมาชิกพึ่งจะเริ่มฝึก แล้วประทับใจรูปร่างของแชมป์คนใดคนหนึ่ง แล้วพอไปดูวิธีฝึกของเขา (ที่ขึ้นไม่สุด - ลงไม่สุด) ก็เลยจะฝึกตามเขาแบบนั้นเลย อย่างนี้ห้ามทำเด็ดขาดครับ นั่นเพราะกล้องถ่ายวีดีโอนั้น ไปถ่ายตอนที่เขาเป็นนักเพาะกายแบบมืออาชีพแล้ว ไม่ได้ไปถ่ายตอนที่เขาพึ่งเริ่มเล่นเหมือนคุณตอนนี้ ดังนั้น การเลียนแบบท่าฝึกจากแชมป์ ก็มีข้อจำกัดด้วยประการ ฉะนี้ครับ พูดง่ายๆก็คือ แชมป์ที่คุณชื่นชอบนั้น สมัยเขาเริ่มฝึก เขาก็ทำแบบขึ้นสุด - ลงสุด นั่นเองครับ 2.เขาอาจกำลังใช้เทคนิคโกง (Cheat Method) อยู่ก็ได้ |
![]() |
| เทคนิคโกง
ในที่นี้ ถือเป็นเทคนิคการบริหารรูปแบบหนึ่ง
ที่เน้นเรื่องการใช้น้ำหนักมากๆเป็นหลัก
โดยไม่ต้องดูว่าจะทำท่าทางถูกต้องหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นภาพข้างบนนี้
คือการบริหารท่า Barbell curls โดยอาร์โนลด์ ชวาลเซเนกเกอร์ ซึ่ง
ถ้าเป็นท่าบริหารที่ถูกหลักแล้วนั้น ขณะยกบาร์เบลล์ขึ้นและลง
ลำตัวจะต้องตั้งตรงอยู่กับที่โดยตลอด
ให้ขยับได้แต่เพียงแขนท่อนล่างเท่านั้น แต่ในเมื่ออาร์โนลด์ฯ
กำลังใช้เทคนิคโกงอยู่ เขาจึงใช้การเหวี่ยงบาร์เบลล์ขึ้นมา
พร้อมกับการแอ่นตัวไปด้านหลังเยอะๆเพื่อให้เกิดแรงกระชากคานบาร์เบลล์ขึ้นมา
ด้วยการทำอย่างนี้
ก็จะทำให้อาร์โนลด์สามารถใช้บาร์เบลล์ที่มีปริมาณน้ำหนักที่มากๆได้ อย่างไรก็ตาม เทคนิคโกงที่ว่านี้ สามารถใช้ในการบริหารได้เพียงท่าเดียว หรืออย่างมากก็สองท่าสำหรับวันนั้นๆ คือหมายความว่า คุณไม่สามารถใช้เทคนิคการฝึกกับทุกท่าที่จะฝึกในวันนั้นๆได้ เนื่องจากคุณจะสูญเสียพลังงานไปกับเทคนิคพวกนี้มาก ดังนั้น ถ้าใช้กับทุกท่าที่บริหารในวันนั้นๆ คุณก็จะเสี่ยงกับอาหาร Over Train (คลิ๊กเพื่อดูความหมาย) ได้ และข้อจำกัดอีกอย่าง สำหรับคนพึ่งเล่นกล้ามยังไม่ถึง 4 - 6 เดือนแรก ก็คือยังไม่ควรใช้เทคนิคใดๆเลย นอกจากการบริหารธรรมดาเท่านั้น นั่นก็หมายความว่า ถ้าในวีดีโอเพาะกายที่คุณดูอยู่นั้น เขากำลังใช้เทคนิคโกงอยู่ (คือขึ้นไม่สุด ลงไม่สุด เพื่อให้ใช้ลูกน้ำหนักได้เยอะๆ) คุณก็ยังไม่ควรเลียนแบบเขาอยู่ดี เพราะกล้ามเนื้อคุณยังไม่ปีกกล้า ขาแข็งพอ เพราะคุณพึ่งอยู่ในช่วงเริ่มฝึกเท่านั้น 3.ไม่ใช่นักเพาะกายกล้ามสวยๆทุกคน จะต้องขึ้นไม่สุด - ลงไม่สุดอย่างนั้น! |
![]() |
|
นักเพาะกายระดับแชมป์หลายคน ก็ยังคงฝึกแบบขึ้นสุด - ลงสุด กันนะครับ
อย่างเช่นนักเพาะกายในภาพข้างบนนี้ หมายความว่า
เพื่อนสมาชิกอย่าไปคิดว่า ถ้าอยากได้กล้ามสวยเหมือนแชมป์โลก
ก็จะต้องฝึกแบบขึ้นไม่สุด - ลงไม่สุดเพียงหนทางเดียวนะครับ
เพราะคนกล้ามสวยๆที่เขาฝึกแบบท่าทางถูกต้อง (ขึ้นสุด - ลงสุด)
ก็มีมากมายครับ 4.การที่นักเพาะกายอาชีพ กำลังทำแบบขึ้นไม่สุด - ลงไม่สุดอยู่นั้น อาจเป็นเหมือน "กำลังเน้นกล้ามเนื้อบางส่วน" อยู่ก็เป็นได้ อธิบายได้ดังนี้ครับ สมมติว่า เหลือเวลาอีก 2 เดือนจะสอบวิชาประวัติศาสตร์ คุณก็อ่านหนังสือไปตามปกติ แล้วก็เอาปากกาขีดเส้นใต้เฉพาะส่วนที่สำคัญเอาไว้ (คืออ่านหนังสือหมดทุกหน้า แล้วก็เน้นส่วนที่สำคัญเอาไว้) แล้วพออีก 1 วันจะสอบ คุณก็มาอ่าน "เน้น" เฉพาะส่วนที่ขีดเส้นใต้ไว้ (โดยไม่ต้องอ่านทุกหน้าเหมือนในช่วงแรกๆ) การยกน้ำหนักในท่า Dumbbell Chest Press ข้างบนนี้ ท่าบริหารตามปกติ ก็เหมือนช่วงอ่านหนังสือตามปกติ ไม่ได้เน้นอะไรเป็นพิเศษ คือจังหวะที่ยกลงต่ำสุด กับจังหวะยกขึ้นสูงสุด ก็ทำไปตามปกติ แต่พอช่วงเข้าใกล้การประกวดนั้น นักเพาะกายอาชีพบางคนจะมีความคิดว่า ควรเน้นกล้ามเนื้อส่วนที่ยังไม่ค่อยได้เน้นในตอนบริหารตามปกตินั้น (ตรงนี้ อาจฟังเข้าใจยากสักหน่อย ใช้สมาธิอ่านหน่อยแล้วกันนะครับ) คือว่า สมมติว่า จุด A คือจุดที่ผ่อนดัมเบลล์ลงมาต่ำสุด ราวๆระดับใบหูของเรา จุด B คือจุดที่เริ่มยกดัมเบลล์สูงขึ้นกว่าระดับใบหูแล้ว จุด C คือจุดที่ยกดัมเบลล์ไปจนเหยียดแขนเกือบสุดแล้ว (แต่ยังไม่สุด) จุด D คือจุดที่ยกดัมเบลล์ขึ้นไปสู่จุดสูงสุดแล้ว คือแขนเหยียดตึงแล้ว คำว่าบริหารปกติอยู่ทุกครั้ง (เหมือนอ่านหนังสือตามปกติช่วงยังไม่สอบ) ก็คือการยกดัมเบลล์จาก จุด A ไป จุด D ตามปกติ แต่ถ้าเป็นช่วงใกล้ประกวดนั้น นักเพาะกายอาจต้องการเน้นกล้ามเนื้อบางส่วนเป็นพิเศษ เหมือนการอ่านส่วนที่ขีดเส้นใต้ไว้ในการอ่านหนังสือ คือทำเฉพาะจาก จุด B ไป จุด C เท่านั้น (คือเน้นกล้ามเนื้อในส่วนที่ใช้ในการยกลูกน้ำหนักจาก จุด B ไป จุด C เท่านั้น ไม่เน้นกล้ามเนื้อส่วนที่ใช้ในการยกจาก จุด A ไป จุด D ) - ทั้งนี้ ทั้งนั้น นักเพาะกายที่จะเน้นกล้ามเนื้อบางส่วนเป็นพิเศษเช่นที่ว่านี้ ต้องเป็นนักเพาะกายอาชีพแล้วเท่านั้นนะครับ คือเล่นมาระดับ 5 ปี + แล้ว สรุปว่า ไม่ว่าเหตุผลคืออะไร ที่ทำให้นักเพาะกายระดับมืออาชีพ บริหารแบบไม่ขึ้นสุดลงสุด ผมก็แนะนำว่า เพื่อนสมาชิกที่ฝึกมายังไม่ถึงสามปี ยังไม่ควรไปปฏิบัติตาม เพราะมันเหมือนกับศัพท์มวยที่ว่า "กระดูกคนละเบอร์" คือเรายังไม่ควรฝึกเหมือนนักเพาะกายอาชีพ เพราะนอกจากจะไม่ได้ประโยชน์แล้ว ยังเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บอีกด้วยครับ |
|
- END - |