TUVA ตอบปัญหา
  ถาม น้าผม กลับมาจากอเมริกา ซื้ออาหารเสริมมาฝาก 1 ขวด สีมันแปลกๆ อยากรู้ว่าของจริงหรือปลอมครับ
ตอบ    ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนครับว่า ผู้ปลอมอาหารเสริมนั้น จุดประสงค์ในการปลอมก็คือ "ต้องทำให้เหมือนของจริงที่สุด" เพราะเมื่อผู้ซื้อไปบริโภค เอาอาหารเสริมปลอมนั้นเข้าไปในท้อง ก็ถือว่าเป็นการทำลายหลักฐานไปในตัวอยู่แล้ว  ส่วนผลร้ายอันเกิดจากอาหารเสริมปลอมนั้น มันยากที่จะวัดได้ว่ามาจากตัวอาหารเสริมปลอมนั้นหรือเปล่า หรือว่ามาจากของกินอื่นๆในชีวิตประจำวัน  ดังนั้น ธุรกิจการทำอาหารเสริมปลอมออกมาขาย จึงเฟื่องฟูมาก  และที่สำคัญที่สุดคือ ไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารเสริมปลอมที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกเลยทีเดียว คิดว่าเพื่อนสมาชิกคงจำข่าวเมื่อวันที่ 31 กรกฏาคม 2553 ได้ดีนะครับ โดยข่าวดังกล่าว เป็นดังนี้คือ

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่ลิงค์ http://www.thairath.co.th/today/view/100153

หน่วยดีอีเอของสหรัฐอเมริกาประสานตำรวจ ปส.บุกค้นโรงงานผลิตยาเถื่อน ย่านเจริญกรุง รวบสาวใหญ่เจ้าของบ้าน พบยาสเตียรอยด์ และยาปลุกเซ็กซ์หลายรายการมูลค่า 200 ล้านบาท เผยเบื้องหลังแกะรอยตามล่านายทุนคนสำคัญเป็นชาวอเมริกันมานาน 3 ปี ถึงทราบแอบตั้งฐานผลิตยาอยู่ในเมืองไทย ติดต่อสั่งซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต ก่อนส่งทางไปรษณีย์ ทำรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 7 ล้านบาท

ทลายโรงงานผลิตยาเถื่อนรายใหญ่ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 ก.ค. พล.ต.ต.แสงสูรย์ กรรณสูต ผบก.ปส.1 พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศิริทรัพย์ รอง ผบก.ปส.1 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย หรือดีอีเอ นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เจ้าหน้าที่ศุลกากร นำหมายศาลอาญากรุงเทพใต้เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 3 ซอยสุดประเสริฐ 7 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. หลังสืบทราบเป็นแหล่งผลิตยาสเตียรอยด์และยาไวอากร้า โดยไม่ได้รับอนุญาต

โรงงานดังกล่าวเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวปลูกติดกัน 2 หลัง มีรั้วรอบขอบชิด ภายในบ้านพบ น.ส.รุ่ง สุนทรกนิษฐ์ อายุ 41 ปี กำลังนั่งจัดขวดยาใส่กล่องพัสดุไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ ขณะที่นายปรีชา บวรรัตน–บุญญา อายุ 44 ปี ไหวตัวทันวิ่งหลบหนีไปได้ก่อน จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาเถื่อนเป็นจำนวนมาก เป็นทั้งยาฉีด และยาเม็ด จำพวกเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ยาโด๊ปนักกีฬา ยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ยาไวอากร้า ยาสเตียรอยด์ รวมทั้งส่วนผสมในการผลิตยาจำนวนหนึ่ง และเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการติดต่อสั่งซื้อสินค้า 1 เครื่อง อุปกรณ์การผลิตยาอีกหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท

ผลงานการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจ บช.ปส. ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐอเมริกาว่า มีชาวอเมริกันลักลอบเปิดแหล่งผลิตยาสเตียรอยด์อยู่ที่ประเทศไทย ในย่านเจริญกรุง จึงขอหมายศาลเข้าไปตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่า นายทุนที่เป็นเจ้าของแหล่งผลิตยาดังกล่าวคือ นายโรมัน อาดัม อายุ 29 ปี พักอยู่ที่ฮ่องกง แต่เช่าบ้านหลังนี้จาก น.ส.รุ่ง สุนทรกนิษฐ์ ในราคาเดือนละ 1 หมื่นบาท พร้อมว่าจ้างให้ผลิตและเป็นผู้จัดส่งยาทั้งหมด โดยให้ค่าจ้างอีกเดือนละ 5 หมื่นบาท นายโรมันจะเป็นผู้ที่จัดหาสารตั้งต้น และจดสูตรในการผลิตยาเอาไว้ให้ ส่วนการซื้อขายจะสั่งสินค้าทางอินเตอร์เน็ต ก่อนจัดส่งทางไปรษณีย์เท่านั้น ลูกค้าจะอยู่แถบประเทศสหรัฐอเมริกา อเมริกาใต้ และเอเชีย

น.ส.รุ่ง เจ้าของบ้านที่ตกเป็นผู้ต้องหาผลิตยาเถื่อนรับสารภาพว่า ทุกเช้าจะต้องเปิดอีเมล์เพื่อตรวจสอบว่า ลูกค้าต้องการสั่งสินค้าเท่าไร จากนั้นจะจัดสินค้าตามจำนวนส่งไปทางไปรษณีย์ มีคนขี่รถ จยย.รับจ้างพาไป มีการโฆษณาผ่านเว็บไซต์ www.advanced-stealth. com ระบุว่า ผู้ที่ซื้อขายต้องไม่ใช่เจ้าหน้าที่ด้านการปราบปราม สนนราคาการซื้อขายของยาสเตียรอยด์ในต่างประเทศสูงมากถึง 100 เหรียญสหรัฐอเมริกา ทำให้นายโรมันมีรายได้หมุนเวียนจากการผลิตยาเดือนละไม่ต่ำกว่า 7 ล้านบาท ทั้งนี้ นายโรมันจะใช้วิธีการบรรจุยาสเตียรอยด์ อยู่ในรูปของโลชั่น และสินค้าประเภทต่างๆ ทำให้การตรวจสอบสินค้าที่มีการจัดส่งทางไปรษณีย์หลุดเล็ดลอดออกไปได้

ด้าน ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า โรงงานผลิตยาเถื่อนแห่งนี้เป็นโรงงานขนาดใหญ่ ส่งออกขายต่างประเทศ เป็น 1 ใน 4 รายใหญ่ที่ทางการสหรัฐอเมริกาต้องการตัวมากที่สุด ติดตามจับมานานถึง 3 ปี โดย อย.จะเฝ้าระวังการลักลอบผลิตและจำหน่ายยาและเครื่องสำอางที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด ขอให้ผู้บริโภคมั่นใจในการดำเนินงานเชิงรุกของ อย. ที่จะเฝ้าระวังความปลอดภัยของผู้บริโภคในการใช้ยา และเครื่องสำอาง จะไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวล ขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการโฆษณาขายยาที่อวดอ้าง ต่างๆ โดยเฉพาะโอ้อวดเรื่องการรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพ ทางเพศผ่านทางเว็บไซต์ อาจเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากร่างกาย หากพบแหล่งผลิตรายใดคาดว่าจะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย พบยาต้องสงสัย และไม่ปลอดภัยในการใช้ หรือพบเห็นเว็บไซต์ที่มีการโฆษณาขายยาที่ผิดกฎหมาย ขอให้ร้องเรียนแจ้งมายังสายด่วน อย. โทร.1556 เพื่อจะได้ติดตามตรวจสอบจับกุม

รูปบน : เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ,รูปล่าง : ลูกจ้างของผู้ต้องหา

       คิดดูเล่นๆ อาหารเสริมของแท้ ต้นทุน รวมค่าขนส่ง ฯลฯ ก็เจ็ดร้อยกว่าบาทแล้ว ในขณะที่ ถ้าเป็นอาหารเสริมปลอม  ต้นทุนมาขวดละ 10 บาทบ้าง 20 บาทบ้าง ก็สามารถขายตัดราคาอาหารเสริมของแท้ได้สบาย มีทุกยี่ห้อ มีทุกขนาด และพอกินลงท้องแล้ว ก็ไม่มีหลักฐานให้ตามจับกัน แล้วใครจะทู่ซี้ขายของแท้กันอยู่ล่ะครับ มันจึงเป็นสิ่งล่อใจให้เกิดการรับอาหารเสริมปลอมกันมาขายกันอย่างโจ๋งครึ่มในตลาดบ้านเรา

       ย้อนกลับมาที่ปัญหาของคุณก่อนครับว่า จะดูอย่างไรว่าเป็นอาหารเสริมปลอมหรือไม่ปลอม?

ต้องตรวจด้วยห้องแล็บของ อย.

       อย่างที่ผมบอกไปข้างต้นแล้วว่าการดูอาหารเสริมปลอมหรือไม่ปลอมนั้น ไม่สามารถดูได้ด้วยสายตา เหมือนดูพระเครื่อง มันต้องใช้วิธีเข้าห้องแล็บของทาง อย.แล้วมีใบประกาศออกมาว่าอาหารเสริมตัวนั้น ตัวนี้ ได้รับอนุญาต ให้จำหน่ายได้ อย่างนี้จึงจะมั่นใจได้

       แล้วในกรณีพื้นๆอย่างพวกเราชาวบ้าน จะมีวิธีป้องกันการซื้ออาหารเสริมปลอมอย่างไร? สำหรับคำตอบนี้ ในเมื่อเราพึ่งสายตาของเราเองไม่ได้ และจะไปพึ่ง อย.ก็เป็นเรื่องราวใหญ่โตเกินไป  ผมก็แนะนำให้ใช้หลักการ "ทำลายปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เราเจออาหารเสริมปลอม" ออกไป โดยมีวิธีดังนี้ครับ
1.สินค้านั้น ต้องมีตรา อย.ติดอยู่ - ซึ่งจะทำให้เรามั่นใจได้ว่า สินค้านั้นเป็นสินค้าของแท้ เพราะต้องเป็นของแท้เท่านั้น ทาง อย.จึงจะให้ใบอนุญาต และโดยส่วนมาก ผู้ผลิตอาหารเสริมปลอม ก็จะไม่ค่อยกล้าผลิตใบรับรอง อย.ปลอม เพราะถ้าถูกจับได้ จะมีโทษเพิ่มขึ้นหนักมาก

2.ถ้าไม่มีตรา อย.ติดอยู่ ก็ควรเลือกซื้อสินค้าในบู๊ตตัวแทนจำหน่าย ที่อยู่ในห้าง - เนื่องจากตัวเลือกของสินค้าที่ได้รับใบอนุญาตจาก อย.ในประเทศไทย มีค่อนข้างน้อย  ดังนั้น ในกรณีที่เราอยากทานอาหารเสริมรูปแบบแปลกๆ แต่ไม่มีใบอนุญาต อย. ทางออกที่ดีคือ ไปเดินหาตามบู๊ทตัวแทน (เช่นของบริษัท GNC) ที่อยู่ตามห้าง  เหตุที่แนะนำว่าควรจะเป็นบู๊ตในห้าง ก็เพราะอาจมีพ่อค้าขายของปลอมไปมั่วกับเราว่าเป็นตัวแทนจำหน่าย แต่ไปเปิดขายอยู่ตามห้องแถว ซึ่งมันไม่มีทางเป็นไปได้เลยครับ ที่บริษัทตัวแทนเหล่านี้จะเอาสินค้าราคาแพงของบริษัทเขาไปเสี่ยงกับการเก็บของในโกดังที่ชื้นบ้าง ,โดนแดดบ้าง ,ฝนตกใส่บ้าง ในห้องแถวเหล่านั้น

       บู๊ตตัวแทนพวกนี้ เขามีระบบตรวจสอบที่ดี น่าเชื่อถือครับ  ตอนที่ผมไปเดินดูอาหารเสริมในบู๊ตของ GNC นั้น บ่อยครั้ง ที่จะเห็นเจ้าหน้าที่ของ GNC จากภายนอก (ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ประจำภายในร้านนั้น) เดินไปตรวจสอบและบันทึกเกี่ยวกับสินค้าที่อยู่บนหิ้งวางของภายในบู๊ตนั้น  อันเป็นการแสดงให้เห็นถึงการป้องกัน การที่พนักงานในร้านอาจจะเอาอาหารเสริมปลอม ที่มีรูปแบบฉลากเหมือนของจริง เอามาวางปะปนอยู่กับของจริงบนหิ้ง แล้วขายให้กับลูกค้าได้  ด้วยเหตุผลพวกนี้ จึงทำให้การซื้ออาหารเสริมในบู๊ต มีความน่าเชื่อถือครับ

 

(ภาพบน) เมื่อเราคลิ๊กตรงชื่อคนขาย (ในรูปทางด้านขวาบน ที่ลูกศรชี้อยู่)

 


(ภาพบน) มันจะโชว์ประวัติย้อนหลังออกมาทั้งหมด  ซึ่งคนโพสข้อความ ก็คือคนที่เคยซื้อของจากคนขายคนนี้ไป  ซึ่งบางคนก็ด่า (ลูกศรชี้)  บางคนก็ชม   เราก็มาดูตรงที่เขาด่านั้นว่า เกี่ยวกับเป็นสินค้าปลอมไหม (ถ้าด่าเรื่องอื่นเช่นส่งช้า ก็ไม่น่าหนักใจครับ)  ด้วยวิธีนี้ คนขายจึงไม่สามารถปิดบังอะไรเราได้เลย
คือถ้าเคยไปหลอกขายของปลอมใครไว้  ลูกค้าที่โดนหลอก ก็จะมาโพสข้อความเอาไว้เป็นเครื่องหมาย - (ลบ) แล้วใส่ข้อความ "จวก" คนขายเลย   ดังนั้น วิธีการนี้จึงปลอดภัยที่สุด ที่ทำให้แน่ใจได้ว่าคนขายของอีเบย์คนนี้ ไม่ได้ขายของปลอมครับ (เพราะกลัวถูกโพส) * * * ที่สำคัญคือคนขายรายนี้ (และทุกคนในอีเบย์) จะไม่สามารถ "ลบ" ข้อความที่โพสนี้ไว้ได้เลย  เปลี่ยนชื่อหนีก็ไม่ได้  ดังนั้นคนขายจึงกลัวการโพสด่าจากลูกค้ามากๆ เพราะจะมีผลเสียต่อการค้าขายของเขาในอนาคต ดังนั้น คนขายทั้งหมดจึงไม่กล้าจะทำอะไรซิกแซก (เช่นเอาของปลอมมาขาย) นั่นเองครับ* * *


3.ถ้าไม่มีตรา อย. ,ถ้าไม่มีสินค้าที่ต้องการอยู่ในบู๊ต GNC คุณก็อาจเลือกใช้วิธีสั่งซื้อจากทางอีเบย์ได้ - สินค้าบางตัว ที่มีรูปแบบสีสันสวยๆ หรือมีลักษณะต้องตาต้องใจ หรือกำลังโฆษณาอยู่ในนิตยสารเพาะกาย บางทีอาหารเสริมตัวนั้นอาจจะไม่ใช่ยี่ห้อ GNC (ก็เลยทำให้ไม่มีตัวแทนจำหน่ายสินค้าตัวนั้นในประเทศไทย)  ในกรณีเช่นนี้ การเลือกซื้อทางอีเบย์ก็เป็นช่องทางให้คุณซื้ออาหารเสริมตัวนั้นได้อย่างง่ายดาย

ทำไมต้องเป็นอีเบย์? คำตอบคือ มันจะมีตัวกรองให้คุณสองตัวเลยทีเดียวครับ ดังนี้คือ

       ตัวกรองที่ 1 - สินค้าที่วางขายอยู่ในอเมริกานั้น  จะมีระบบตรวจสอบที่ดีกว่าประเทศไทยมาก เหตุเพราะเขาเอาใจใส่กับความเป็นอยู่ของคนในบ้านเขามาก  ยกตัวอย่าง ข่าวไทยรัฐเรื่องแหล่งผลิตอาหารเสริมปลอมที่ผมเอามาลงไว้ด้านบนสุดของหน้านี้นั้น  ถ้าคนขายรายนี้ ผลิตอาหารเสริมปลอม แล้วขายแถวเอเซียอย่างเดียว ก็คงจะไม่มีการจับกุมแบบในครั้งนี้เป็นแน่  แต่พอตำรวจอเมริกันรู้ว่าแหล่งผลิตอาหารเสริมปลอมนี้ ส่งเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา  "เท่านั้นแหละ" ตำรวจของอเมริกาต้องรีบแจ้นมากระทุ้งตำรวจไทย และ อย.ของไทย ให้ร่วมกันทำหน้าที่มาจับกุมแหล่งผลิตถึงในบ้านเราเลยทีเดียว นั่นเพราะเขากลัวว่า สินค้าที่ขายอยู่ในอเมริกานั้น จะเป็นของปลอม และจะทำอันตรายต่อประชาชนอเมริกันของเขา

       แม้เราไม่ใช่ประชาชนชาวอเมริกัน แต่เราก็สามารถเข้าไปเดินซื้อของในตลาดของคนอเมริกาได้ นั่นก็คือตลาด "อีเบย์" นี่เองครับ เข้าไปซื้อของในแหล่งเดียวกันกับที่คนอเมริกันซื้อกันอยู่เลย  มันจะทำให้เราได้รับความคุ้มครองแบบตามน้ำไปพร้อมๆกับประชาชนของเขาเลยครับ

       ตัวกรองที่ 2 - ด้วยความเป็น อีเบย์ มันมีระบบกรองซ้อนอีกอันหนึ่ง นั่นคือระบบตรวจสอบกันเองโดยคนต่างๆจากทั่วทุกมุมโลก  มันเป็นอย่างไรหรือ? ก็ปรากฏตามตัวหนังสือสีแดงด้านบนนั่นแหละครับ คือถ้าคนขายในอีเบย์สักคน กล้าที่จะเอาของปลอมมาขาย ก็จะต้องโดนจับได้จนได้ และทำให้เขาเสียชื่อเสียงจนไม่สามารถขายของในอีเบย์ซึ่งถือเป็นแหล่งขายของที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้อีก  ดังนั้น จึงไม่มีใครกล้าเสี่ยงเอาอาหารเสริมปลอมมาขายในอีเบย์หรอกครับ 

       การเลือกซื้อสินค้าทางอีเบย์ ด้วยบัตรเครดิตของตนเอง (หรือใช้บริการของเวบ www.tuvagroup.com ในกรณีที่ไม่มีบัตรเครดิต) ก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ เพราะถ้าคุณไปซื้อของจากคนขายที่บอกว่า "เขาก็ซื้อมาจากอีเบย์ แล้วนำมาขายอีกต่อหนึ่ง" มันก็จะกลับเข้าวังวนเดิม คือคุณรู้จักเขาดีแค่ไหน และจะเชื่อได้อย่างไรว่าเขาซื้อจากอีเบย์มาจริงๆ  อันนี้ก็ให้เก็บไปคิดนะครับ

4.ถ้าทั้งสามข้อที่ว่ามานั้น มันยุ่งยาก ก็ซื้อสินค้าผ่านตัวผมเลยครับ  - โดยเพื่อนสมาชิกนั่งเฉยๆหน้าคอมพิวเตอร์ โอนเงินมาให้ทางเวบ tuvayanon.net ดำเนินการให้ทั้งหมดเลยครับ  แล้วจะเชื่อใจได้อย่างไร ว่าทางผมจะดำเนินการให้ตามที่บอกมาทั้งสามข้อข้างบนนี้  ก็ต้องคุยกันเรื่องนี้สักเล็กน้อยครับ   ต้องถามก่อนว่าเพื่อนสมาชิกเคยอ่านหนังสือเล่มข้างล่างนี้ไหมครับ

 


       ถ้ายังไม่เคยอ่านก็ไม่ต้องลำบากไปซื้อมาอ่านก็ได้ครับ ผมจะเล่าคร่าวๆให้ฟัง เพราะอ่านมาหลายรอบแล้ว เป็นเรื่องจริงของคนเกาหลีท่านหนึ่งครับ ที่ชื่อ "อียองสอก" เจ้าของร้านขายผักผลไม้  ที่มีหลักการซื้อผักผลไม้จากแหล่งขายส่ง เพื่อนำไปขายที่ร้านของเขาอีกทีหนึ่งนั้น น่าสนใจมาก และโดนใจผมเป็นอย่างมาก มันเป็นอย่างนี้ครับ

       คุณอียองสอก เขามีร้านขายผักผลไม้เล็กๆของเขาครับ แต่ไม่ได้ปลูกมาขายเองหรอก เขาก็ใช้วิธีเดินทางไปซื้อจากตลาดขายส่งเพื่อซื้อผักและผลไม้มาขายที่ร้านของเขาอีกทีหนึ่ง  แต่ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ "ความซื่อสัตย์" และ "ความรัก" ที่เขามีต่อลูกค้าของเขา  โดยเขาถือหลักการว่า ลูกค้าที่มาซื้อผักและผลไม้ในร้านของเขา ไม่ต้องเลือกหรือถามเกี่ยวกับสินค้าในร้านของเขาให้ยุ่งยาก เพราะไม่ว่าคุณจะหยิบของชิ้นไหนในร้าน  นั่นคือผักและผลไม้ที่หวานที่สุด ,อร่อยที่สุด เพราะมันได้ผ่านการคัดเลือกจากตลาดขายส่ง ด้วยมือของอียองสอกมาก่อนล่วงหน้าแล้ว เพื่อนำมาวางขายในร้านนั้น

       (ขอเบรกนอกเรื่องตรงนี้นิดนึง - เคยซื้อสัปปะรดที่ขายท้ายกระบะ แล้วพูดโฆษณาทางลำโพงว่า "สัปปะรดหวานฉ่ำชื่นใจจ้า ... "  แล้วพอเราซื้อไปปอกกินที่บ้านกลายเป็นสัปปะรดหวานฉ่ำช้ำใจ หรือเปล่า (เปรี้ยวจี๊ด หรือไม่ก็จืดสนิท) แล้วพอเราไปด่าคนขาย เขาก็จะบอกว่าเขาจะไปรู้ได้ยังไงว่าลูกไหนเปรี้ยวหรือจืดหรือหวาน ก็ไม่ได้มีเวลามานั่งชิมนี่นา - - - นี่แหละครับ คือหลักการที่ร้านขายผลไม้ของอียองสอกทำ คือ ชิมแทนลูกค้า ก่อนนำมาขาย ดังนั้น ลูกค้าจึงไม่ต้องมาเสียเวลาชิมผักและผลไม้ในร้านของอียองสอกอีก )

       หลักการคือ ทุกเช้า ตัวคุณอียองสอก จะเดินทางไปที่ตลาดขายส่งผักและผลไม้ ซึ่งก็คล้ายๆกับตลาดไท ที่อยู่แถวๆรังสิตในบ้านเรานี่แหละครับ โดยมีหลักการสำคัญดังนี้คือ

       1.เขาจะต้องไปด้วยตัวเอง - โดยในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้  มีอยู่สองครั้งที่เขานอนเพลิน แล้วไม่ได้ไป เขาได้ทำโทษตัวเองด้วยการโกนผมตนเองจนเกลี้ยงทั้งสองครั้งเลย เพื่อเตือนสติเขาว่าไม่ให้ขี้เกียจ  ทำไมเขาจะต้องไปด้วยตัวเอง? คำตอบก็คือ เพราะเขามีความเชี่ยวชาญในการเลือกผักและผลไม้ที่สุด จึงไม่ควรมอบหน้าที่ให้คนอื่นไปทำแทน อีกทั้ง เขาได้ "แบกภาระ" อันหนักอึ้ง ภาระนั้นก็คือ ความคาดหวังของลูกค้า ที่อยากจะซื้อผักและผลไม้ ในร้านของอียองสอกด้วยเหตุผลว่า ผักและผลไม้นั้น ได้ผ่านการคัดเลือกมาจากตลาดขายส่งด้วยมือของอียองสอกเองเท่านั้น (เพราะลูกค้ามั่นใจในฝีมือการเลือกของอียองสอก)

       2.เขาจะต้องทานข้าวให้อิ่มก่อน - การไปเลือกผักและผลไม้ด้วยการชิมนั้น ถ้าท้องยังหิว เวลาจะชิมผักผลไม้อันไหน (เพื่อจะนำมาขายต่อ) ก็พลอยจะทำให้ดูว่าผักและผลไม้นั้น มีรสอร่อยไปทั้งหมด  ดังนั้น อียองสอกจะทานข้าวให้อิ่มก่อน ก่อนที่จะเดินทางไปตลาดไท (ของเกาหลี) เพื่อที่ว่าผักและผลไม้ที่ผ่านการคัดเลือกจากเขา จะต้องเป็นผักและผลไม้ที่อร่อยและหวานจริงๆเท่านั้น (ไม่ใช่หวานอร่อยเพราะความหิวของอียองสอก)

       3.เวลาเลือกผักผลไม้ (เพื่อนำมาขาย) จะต้องชิมทุกร้าน - จะไม่ใช้การมองด้วยสายตา แต่เขาจะพกมีดพับเล็กๆอันหนึ่งติดตัวไปทุกเช้า แล้วใช้มีดพกนั้น เฉือนเนื้อผักหรือผลไม้เข้าปาก แล้วก็ทำอย่างนี้กับร้านทุกร้าน  โดยอียองสอกใช้เวลาหลายชั่วโมงในช่วงเช้าหมดไปกับการชิมผักและผลไม้ในตลาดไท จนพุงกาง

       4.เขาจะไม่มีการภักดีต่อร้านขายส่งร้านใดร้านหนึ่งเลย - หลักการเป็นอย่างนี้ครับ เช่น แตงโมมีขายที่ร้านนาย ก.,ร้านนาย ข. และร้าน นาย ค.  แล้ว เมื่อวานนี้ อียองสอก มาชิมแตงโมที่ร้านนาย ข.แล้วหวานดี เขาก็สั่งซื้อแตงโมจากร้านนาย ข.ไปขายที่ร้านเขาทันที   แต่ถ้า วันนี้ เขามาชิมแตงโมที่ร้านนาย ค.แล้วหวานว่าอีก 2 ร้าน (ร้านนาย ก.และนาย ข.) เขาก็จะเลือกซื้อแตงโมที่ร้านนาย ค.ทันที  โดยไม่เกรงใจร้านนาย ข. ที่อาจเคยซื้อขายกันมานาน    ด้วยเหตุนี้ เขาจึง โดนรุมกระทืบ บ่อยครั้งมาก ทำไมน่ะหรือ? ก็เพราะนายอียองสอก จะมีคนอื่นที่เขาไม่รู้จัก แต่มีร้านขายผักเหมือนกัน เดินติดตามเขาในตลาดไท เพื่อจะซื้อร้านเดียวกับเขาไงครับ (คล้ายกับคนที่แทงหวยถูกบ่อยๆ คนรอบข้างก็เลยอยากแทงตามบ้าง) คราวนี้ พออียองสอกซื้อของร้านไหน คนอื่นก็จะซื้อตาม แล้วก็ทำให้ร้านขายส่งที่เหลือขายไม่ได้  ก็เลยพากันโกรธแค้นอียองสอก (เหมือนพวกเจ้ามือหวย ที่เกลียดอาจารย์ให้เลขเด็ดแล้วคนถูกบ่อยๆจนเจ้ามือหวยเจ้งไงครับ) จึงให้พวกมาสหบาทาคุณอียองสอกกัน  ซึ่งอียองสอกก็ไม่เคยไปแจ้งความดำเนินคดีกับใคร  และวันรุ่งขึ้นก็จะทำอย่างนี้อีก โดยไม่สนใจว่าจะต้องเสี่ยงกับการถูกสหบาทาอีกหรือไม่

       อียองสอก มักจะได้รับข้อเสนอเป็นสินบนจากร้านนาย ก.และนาย ข.ว่าให้ช่วยซื้อแตงโมจากร้านขายส่งของนาย ก.และนาย ข. ไปขายที่ร้านของอียองสอกหน่อยเถอะ  ยังไงเสีย ลูกค้าที่มารอซื้อผักและผลไม้ที่ร้านของอียองสอกเอง ก็ไม่รู้อยู่แล้วว่า แตงโมที่หวานที่สุดในตลาดไทในวันนั้น เป็นของร้านไหน (เพราะลูกค้านั้นไม่ได้ไปชิมที่ตลาดไทด้วยตัวเอง)  แต่อียองสอกไม่เคยสนใจเลย เพราะเขามีความซื่อสัตย์กับลูกค้าแล้วว่า ทุกคนเฝ้ารอการเลือกซื้อจากเขา  เขาจึงมิอาจทรยศความคาดหวังของลูกค้าของเขาได้ 

       หลักการของอียองสอกที่ผมเล่าให้ฟังทั้งหมดนี้ ตรงใจผมเป็นอย่างมาก ผมชอบที่จะนำแนวทางดังกล่าวมาใช้ทุกข้อ  ยกตัวอย่างเช่นการเดินเลือกดูอาหารเสริมที่จะนำมาให้เพื่อนสมาชิก  บางครั้งของขาดตลาด แต่มีร้านอื่นที่มีขาย แต่ปรากฏของในร้านนั้น บางตัวเป็นของปลอม (หมายถึง ยา หรืออาหารเสริมตัวอื่น) ผมก็จะไม่ซื้อของจากร้านนั้นมาขายเลย เพราะมันมีปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้อาหารเสริมตัวที่ผมต้องการซื้อนั้น มีเปอร์เซ็นต์ในการเป็นของปลอม สูงตามไปด้วย  สู้ให้เพื่อนสมาชิกรอ (แม้ว่าจะนาน) ยังจะดีกว่าซื้อของมาส่งให้เพื่อนสมาชิกได้ทันใจ แต่ดันเป็นของปลอม

      
และเรื่องความไม่ภักดีต่ออาหารเสริมยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง ก็เป็นหลักการของผมเช่นกัน ผมไม่เคยรับเงินค่านายหน้าหรือการเป็นตัวแทนการขายอาหารเสริมทุกยี่ห้อในเวบของผมเลย  เพราะผมมีหลักการว่าหากวันใดวันหนึ่ง อาหารเสริมที่ผมเคยแนะนำให้เพื่อนสมาชิกใช้อยู่นั้น ไม่มีคุณภาพ หรือมีตัวอื่นที่ดีกว่า ผมก็จะเปลี่ยนไปซื้อตัวอื่นทันที

       คนอย่างอียองสอก และคนอย่างผม คงจะหมดหวังเรื่องการทำไร่ผักผลไม้ส่วนตัวเพื่อจะปลูกแล้วนำมาขายในร้านตัวเอง  หรือการปรุงสูตรอาหารเสริมเพื่อให้มียี่ห้อของตัวเอง เอามาจำหน่ายในเวบ  เพราะถ้าทำอย่างนั้นเมื่อใด  มันก็จะเกิด ข้อครหาเรื่องความ "ลำเอียง" ในการเชียร์สินค้าของตัวเอง  ทำให้ขาดความศักดิ์สิทธิ์ในคำพูดหรือคำชี้แนะต่างๆทันทีครับ  ดังนั้น ทางที่ดี อียองสอกและผม ก็ควรจะทำตัว อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ให้เสมอต้นเสมอปลายน่ะดีที่สุดแล้วครับ

       ส่วนเรื่องกำไร หรือเปอร์เซ็นต์จากการขายมันก็ต้องมีบ้างครับ เพื่อนสมาชิกบางท่าน ขอให้ผมขายเท่ากับราคาทุนหน้าร้านที่ผมไปซื้อมา  (ไม่ให้คิดค่าเดินทางหรือค่าน้ำมัน)  บางท่านก็ขอส่วนลดทั้งหมด ,ของแถมทั้งหมด อันเกิดจากการซื้อสินค้าจากร้าน GNC (แล้วค่าเดินทางไปซื้อ ผมจะไปเบิกกับใครหรือครับ)  ก็พวกความคิดเหล่านี้แหละครับ จะทำให้คนอย่างอียองสอก และคนอย่างผม "ตาย" ไปจากวงการ  คือเพื่อนสมาชิกต้องเข้าใจด้วยว่า อียองสอก ทุ่มเวลาของตัวเอง ไปซื้อผักและผลไม้จากตลาดไทชิ้นละ 100 บาท พอเอามาขายที่ร้านขายผลไม้ของอียองสอกเอง ลูกค้าก็จะขอซื้อแค่ชิ้นละ 100 บาท (เท่ากับไปซื้อเองที่ตลาดไท) อย่างนี้ อียองสอกจะไปตลาดไททำไมล่ะครับ ก็ปล่อยให้ลูกค้าท่านนั้น เดินทางไปซื้อที่ตลาดไทเองไม่ดีกว่าหรือ   ส่วนหนึ่งก็ต้องถือว่าเขาใช้ความสามารถในการเลือกผักและผลไม้ของเขา มาแลกกับเงินหาเลี้ยงชีพ (เพื่อให้ได้ส่วนต่าง ซึ่งก็คือ "กำไร" นั่นเอง) ตัวผมก็เช่นกันครับ  ผมก็ต้องใช้ความสามารถในการดูอาหารเสริมว่าตัวไหนปลอม ตัวไหนไม่ปลอม เพื่อเลือกอันที่ไม่ปลอมมาให้เพื่อนสมาชิก แต่เพื่อนสมาชิกก็ต้องให้ผมพอมีเงินหาเลี้ยงชีพบ้าง  ตรงนี้ก็ขอให้เข้าใจกันด้วยนะครับ 

สรุป - ตามคำถามเดิมที่คุณถามมาว่า น้าคุณกลับจากอเมริกา แล้วซื้ออาหารเสริมมาฝาก 1 ขวด อยากรู้ว่าของจริงหรือปลอม คำตอบก็คือ แม้น้าจะบอกว่าซื้อมาจากอเมริกา ก็ไม่อาจแปลได้ว่าเป็นของจริง เพราะข่าวไทยรัฐ (ที่ผมเอามาลงให้ดู) ก็บอกอยู่แล้วว่าตลาดที่เขาส่งสินค้าปลอม (จากไทย) ไปขาย ก็คือที่อเมริกา  ดังนั้น ในเมื่อเราดูด้วยสายตาไม่ได้ว่ามันเป็นของจริงหรือของปลอม ก็ต้องลองถามกับน้าของคุณอีกทีว่าซื้อจากบู๊ตขายอาหารเสริมในห้าง(ที่อเมริกา) หรือเปล่า หรือว่าซื้อทางอีเบย์หรือเปล่า ถ้าคำตอบว่า "ใช่" ก็ปลอดภัย 99% แล้วครับ

       แต่ถ้าน้าบอกว่าซื้อจากจิ๊กโก๋ตามถนนในนิวยอร์ค อันนี้ ก็แนะนำว่าให้คุณเอาอาหารเสริมนั้นไปซ่อนไว้ในห้องเก็บของ เพื่อไม่ให้น้าคุณสะเทือนใจ  แล้วคุณก็จัดหาซื้อขวดใหม่ต่างหากมากินเองดีกว่า โดยใช้วิธีเลือกซื้อตามที่ผมแนะนำในบทความหน้านี้ทั้งหมดแหละครับ

ของแถม - ถ้าคุณจะสั่งซื้ออาหารเสริมทางเวบต่างๆในประเทศไทย  และทางผู้ขายคนไทยนั้นบอกว่ามาว่าเขาเป็น"ตัวแทน" ของอาหารเสริมยี่ห้อนั้นๆให้เข้ามาขายในไทย เลยขายได้ถูก (บางคน ไปไกลถึงขนาดบอกว่าบริษัทอาหารเสริมยี่ห้อนั้น มาตั้งโรงงานผลิตในเมืองไทยเลย)  ร้อยทั้งร้อย ไม่มีใครบอกว่าตัวเองขายของปลอมแน่ๆ

       เทคนิคของคนขายของปลอมอย่างหนึ่งก็คือ ให้เบอร์โทรศัพท์คุณมา แล้วบอกว่าถ้าไม่เชื่อก็ให้โทรไปถามได้เลยว่าคนขายได้รับอนุญาตจากบริษัทอาหารเสริมยี่ห้อนั้นมาจริง  กรณีนี้ ผมขอเตือนคุณเลยว่า จงอย่าไปเอาลิงค์ หรือเบอร์โทรศัพท์ที่ทางคนขาย (ของปลอม) ให้คุณมา เอาไปโทรถามให้เสียเวลา  เพราะพวกนี้เขาทำงานเป็นขบวนการน่ะครับ จะจ้างพวกเดียวกันมาตอบรับทางโทรศัพท์ หรือให้ลิงค์ปลอมคุณมาอีกทีหนึ่ง


       วิธีหาเวบตัวแทนจำหน่ายอาหารเสริมยี่ห้อนั้นๆในไทย ก็ทำได้ไม่ยากครับ  คือให้ไปที่เวบของอาหารเสริมยี่ห้อนั้นๆ ด้วยการ Search ทาง Google เช่นเวย์โปรตีนยี่ห้อออฟติมัม ก็ Search ด้วยคำว่า Optimum whey protien  เราจะพบเวบอย่างเป็นทางการอยู่บริเวณด้านบนของหน้า Search ดังรูปข้างล่างนี้
 
(ภาพบน) หาเวบหน้าหลักของสินค้ายี่ห้อนั้น ด้วย Google เสียก่อน


 
(ภาพบน) เข้ามาหน้าหลัก (offical web) ของอาหารเสริมยี่ห้อนี้  



 
(ภาพบน) หาลิงค์เกี่ยวกับ Distributors (ตัวแทน) แบบ international แล้วคลิ๊ก





 
(ภาพบน) จะปรากฏรายชื่อตัวแทนตามประเทศต่างๆเรียงตามตัวอักษร


(ภาพบน) เจอแล้ว! Thailand
โปรดสังเกตุ - จะเห็นว่าตัวแทนของแต่ละประเทศจะมีแค่เจ้าเดียว


(ภาพบน) เวบตัวแทนจำหน่ายอาหารเสริมยี่ห้อ Optimum Whey อย่างเป็นทางการในไทย
( http://www.isnthai.com )


       บางเจ้าก็ใช้วิธีบอกว่าไม่ได้เป็นตัวแทนก็จริง   แต่ว่าสั่งซื้อเข้ามาขายเดือนละ 2,000 ขวดเลยขายได้ถูก กรณีเช่นนี้ ก็ให้เราเข้าไปในเวบทางการของอาหารเสริมยี่ห้อนั้นด้วยวิธีเดียวกับที่ผมแนะนำไว้ข้างบน แล้ว เมลล์ถาม Webmaster (ฝรั่ง) ของเวบ Optimum Whey Protein ที่เป็นทางการนั้น ว่า มีการสั่งซื้ออาหารเสริมยี่ห้อ Optimum Whey Protien เข้ามาในประเทศไทยเดือนละ 2,000 ขวดจริงหรือไม่  ถ้ามี สั่งซื้อครั้งสุดท้ายเมื่อใด (แต่รายละเอียดเกี่ยวกับคนซื้อเขาคงไม่บอกเรา แต่ถ้าถามเรื่องทั่วไปว่ามีการสั่งซื้อมาประเทศไทยโดยคนๆเดียว ที่รับสินค้าเป็นที่ๆเดียว เดือนละ 2,000 ขวดจริงหรือไม่ อันนี้ ทางเวบเจ้าของอาหารเสริมตัวนั้น คงจะตอบเราได้ครับ) หรือถ้าคุณไม่ชัวร์ภาษาอังกฤษ ก็เข้าเวบตัวแทนในไทย http://www.isnthai.com  ข้างบนนี้ แล้วถามเขาว่าทางต้นสังกัด (เจ้าของยี่ห้อ Optimum Whey Protien ) เขามีนโยบายส่งของ 2,000 ขวดมาขายในไทยตัดหน้าคุณ โดยไม่ผ่านตัวแทนอย่างคุณ ด้วยหรือ? ถ้าถามไปอย่างนี้ เดี๋ยว http://www.isnthai.com เขาก็ตามเรื่องให้คุณเองแหละครับ

       อย่างไรก็ตาม การสั่งซื้อสินค้าจากทางอีเบย์ ก็เป็นทางเลือกที่ดีทางหนึ่งเหมือนกัน เพราะค่าใช้จ่ายโดยรวม (ค่าสินค้า + ค่าส่ง + ภาษี) แล้ว  ก็พอๆกับที่ซื้อร้านตัวแทนในไทย  อีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อพิจารณาด้วยหลักบริหารจัดการแบบพื้นฐาน ก็คือ เมื่อตัวแทนในไทย สั่งสินค้าเข้ามาเก็บในสต๊อกเยอะ (เพื่อให้ต้นทุนต่อขวดถูกลง  ด้วยการสั่งเข้ามาเป็นจำนวนมากในการขนส่งครั้งเดียว) แล้วของยังขายไม่หมด  ทางตัวแทนก็จะพยายามขายรุ่นเก่าๆที่อยู่ในสต๊อกออกไปก่อน ไม่ยอมสั่งรุ่นใหม่เข้ามา  ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกน้อย และอาจได้ของค้างสต๊อก  ในขณะที่ ถ้าเราสั่งตรงทีละขวดจากอีเบย์ คุณจะได้สินค้ารุ่นใหม่กว่า และมีตัวเลือกเยอะกว่า ทั้งรูปแบบการบรรจุ ,รสขาติ ฯลฯ ครับ แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องการนำเข้าเหมือนกันคือ

       ใน หนึ่งเดือน นั้น ถ้าจะให้ผ่านด่านศุลกากร จะมีเงื่อนไข คือ

       1.ถ้าเป็นขวดเล็ก (ขนาด 90 เม็ด) ซื้อได้ไม่เกินครั้งละ 3 ขวด

       2.ถ้าเป็นแบบผง (เช่นเวย์โปรตีน) น้ำหนักรวม "ทั้งหมด" ม่ว่าจะกี่ขวดก็ตาม วมทั้งหมดต้องไม่เกิน 4 ปอนด์ (1.8 กก.)

       3.ข้อ 1 และข้อ 2 นั้น สั่งมาพร้อมกันไม่ได้


       ต้องตัดสินใจเอาเองครับ คือถ้าซื้อกับตัวแทนในไทย คุณจะซื้อแบบขวดละ 5 ปอนด์มาใช้ได้เลย จะซื้อทีเดียวกี่ขวดก็ได้  แต่อาจจะได้ของรุ่นเก่าบ้าง  ในขณะที่ ถ้าสั่งซื้อจากเมืองนอก คุณจะซื้อได้ไม่เกินขวดละ 4 ปอนด์ และได้เพียงขวดเดียวต่อ 1 เดือน แต่ว่าคุณจะได้รุ่นใหม่เอี่ยม และมีตัวเลือกเพียบ! 

       สำหรับราคานั้น ทั้งการซื้อแบบตัวแทนในไทย กับการซื้อจากเมืองนอกทางอินเตอร์เน็ท เมื่อรวมภาษีแล้ว ราคาพอๆกันครับ



ตลาดโลก (สินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ) เป็นตลาดเสรี
คุณจะได้เจอสินค้าบรรจุภัณฑ์ใหม่ๆ ,รสชาติที่แตกต่าง ,และเป็นของใหม่เอี่ยมจากโรงงาน
ก็น่าสนใจดีนะครับ


- END -