TUVA ตอบปัญหา

  ถาม เคยได้ยินมาว่าเลิกเล่นกล้ามแล้วจะอ้วน จริงหรือเปล่าครับ
 
 
ตอบ
ถ้าจะให้ตอบคำถามนี้ชัดเจนที่สุด  ก็คงต้องพึ่งตัวอย่างของบุคคลท่านข้างล่างนี้ล่ะครับ

ภาพโดเรียน  เยทส์ ตอนอายุ 48 ปี
ภาพจากนิตยสารมัสเซิลแมกซ์ ฉบับเดือนมกราคม 2553


       ภาพข้างบนนี้ นักเพาะกายรุ่นหลังๆอาจไม่รู้จัก แต่ก่อนจะว่าเรื่องอื่นต่อไป ขอให้ประเมินรูปร่างชายคนนี้ โดยสายตาของคนทั่วไปก่อน  เพื่อนสมาชิกจะเห็นได้ว่าชายในภาพข้างบนนี้ ก็มีรูปร่างปกติ และถ้าจะว่าไป สำหรับคนวัย 48 ปี (โดเรียน เกิด พ.ศ.2505  ภาพนี้ถ่ายลงในนิตยสารมัสเซิลแมกซ์ ฉบับเดือนมกราคม 2553) มีรูปร่างแบบที่เห็นในภาพ ก็จัดได้ว่ารูปร่างดีเสียด้วยซ้ำ  ลองนึกถึงคนวัยเดียวกัน ป่านนี้ก็ต้องปล่อยตัว พุงพลุ้ย นั่งเลี้ยงหลานอยู่บ้าน   ถึงตรงนี้ เพื่อนสมาชิกบางท่านที่ไม่รู้จักโดเรียนท์  เยทส์ ก็คงจะพากันแปลกใจว่าจะให้มาดูภาพคนวัย 48 ปีคนนี้ทำไม ไม่เห็นมีอะไรเลย หน้าตาก็ธรรมดา งั้นๆ ....
 

ข้างบนนี้คือภาพของชายคนที่ "หน้าตางั้นๆ"  แต่ทำให้โลกสะเทือน
(ดีกว่าคนที่หน้าตาดี แต่หายใจทิ้งไปวันๆ)


       โดเรียน  เยทส์ เป็นมิสเตอร์โอลิมเปีย ในความสูง 175 ซม.ที่ตามตำราฟิตเนสแล้ว ควรจะมีน้ำหนักตัว 175 - 105
= 70 กิโลกรัม แต่ปรากฏว่าท่านโดเรียน  เยทส์ ท่านนี้ มีน้ำหนักตัว 290 ปอนด์ หรือ 131.8 กิโลกรัม (อ่านประวัติคร่าวๆได้ที่ http://www.schwarzenegger.it/mro/yates.html ) ดังนั้น ในสายตาของนักฟิตเนสแล้ว บุคคลๆคนนี้ ก็ต้องขี้โรค เพราะน้ำหนักตัวเกินค่าเฉลี่ยไปถึง 131.8 - 70 = 61.8 กิโลกรัม แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักตัว  ผมกำลังทำให้คุณเห็นว่าบุคคลที่เห็นในภาพข้างบนสุดนั้น คือคนๆเดียวกับนักเพาะกายในภาพข้างบนนี้  ตอนเขาเลิกเล่นกล้าม คุณว่าเขาอ้วนตามทฤษฏีคุณหรือเปล่าล่ะครับ?

       โดยโดเรียน ก็มีรูปร่างอย่างนี้โดยตลอด จนเกษียณตัวเองออกจากวงการเมื่อปี พ.ศ.2540 (เป็นปี ค.ศ.1997 ปีสุดท้ายที่โดเรียนได้แชมป์โอลิมเปียในปีนั้น)   เวลาผ่านมาถึง 2553 - 2540 = 13 ปี  ถ้าทฤษฎีของเพื่อนสมาชิกเป็นจริง ที่ว่าคนเลิกเล่นกล้ามแล้วจะอ้วน  ระยะเวลา 13 ปีหลังการเลิกเล่นกล้ามเพื่อประกวดของโดเรียน  ก็คงจะทำให้เขาอ้วนมากๆ จริงไหมครับ


 

คนในวัยเดียวกันกับโดเรียน  เยทส์ แต่อ้วนเป็นหมูก็มีออกถมถืด ทำไมไม่พูดถึง


       คนที่ไม่เคยเล่นกล้ามเลย แต่พออายุ 48 ปีแล้วอ้วนแบบในภาพข้างบนนี้ ก็มีออกเยอะแยะ ตอนหนุ่มๆก็หุ่นสะโอดสะองเชียว พออายุมากก็ปล่อยเนื้อปล่อยตัว จนมีสภาพเหมือนในรูปข้างบน คนเหล่านี้ ในชีวิตนี้ไม่เคยแตะลูกเหล็กหรือเล่นกล้ามเลย  และเขาก็อ้วนไปตามอายุ 

       จากสองกรณีที่ผมพูดถึงข้างบนนี้ (กรณีคุณโดเรียนที่เป็นนักกล้าม พอเลิกเล่นกล้าม หุ่นก็ยังดีอยู่ ,กับกรณีคุณลุงอ้วนในภาพข้างบนนี้ ที่อ้วนโดยไม่ปรากฏร่องรอยของการเล่นกล้ามมาก่อนเลยในชีวิต)  ย่อมสามารถทำลายทฤษฎีที่คุณได้รับมาลงได้ เพราะคำว่าทฤษฎีนั้น จะต้องไม่สามารถหาข้อเท็จจริงมาหักล้างได้ จริงไหมครับ

       คนที่ให้ข้อมูลกับคุณว่า ถ้าเล่นกล้ามไปแล้ว หลังจากเลิกเล่นจะลำบากตอนแก่ เพราะจะควบคุมน้ำหนักไม่ได้ (อ้วน)  คือคนที่ "อิจฉา" คุณ ไม่อยากเห็นคุณใช้ชีวิตที่มีระเบียบวินัย สู้เอาเวลาไปกินเหล้าสรวลเสเฮฮา อย่างพวกเขาไม่ได้  คุณต้องเข้าใจสัจธรรมชีวิตข้อนี้ให้ดีว่า "ไม่มีใครอยากเห็นคนอื่นดีกว่าตน" มันเป็นหลักธรรมชาติอย่างแท้จริง  สมมติว่าเพื่อนคุณมาบอกคุณว่าเขาถูกล๊อตเตอรี่ได้เงินจำนวนมาก ปากคุณอาจจะบอกยินดีด้วย แต่ในใจลึกๆของคุณ คุณจะยินดีกับเขาจริงหรือเปล่า   ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้นครับ เพื่อนคุณที่เขาเห็นว่าคุณได้เจอหนทางที่จะรักษาสุขภาพ และจะได้เป็นเจ้าของเรือนร่างที่สวยงามในอนาคตด้วยการเพาะกาย  ก็มีอารมณ์แบบที่ผมพูดเมื่อกี้นี้แหละ (อิจฉา) เขาจึงยัดเยียดข้อมูลที่ว่าเล่นกล้ามแล้วจะอ้วนให้คุณลังเลใจเล่นซะอย่างนั้น   ยังครับ ยังไม่ใช่ตอนจบของเรื่องนี้  พอคุณเอาข้อมูลที่ผมบอกคุณนี้ ไปชี้แจงให้เพื่อนคุณฟัง  เขาจะส่งรูปนี้กลับมาให้คุณดู
 

ภาพอาร์โนลด์ในอดีตเปรียบเทียบกับตอนหลังผ่าตัดหัวใจ


       ก่อนที่ผมจะพูดถึงภาพที่พวก "คนขี้อิจฉา" ปล่อยกันว่อนในเน็ทนั้น  ผมได้ความคิดอันนึงที่จะให้คุณลองคิดตามดังนี้นะครับ   โดยลองสมมติเอาว่าการเล่นกล้าม ทำให้อ้วนตอนแก่จริงๆขึ้นมา  อันหมายถึงว่า คุณอาร์โนลด์  ชวาลเซเนกเกอร์ รู้ตัวเองตั้งแต่เมื่อสามสิบปีก่อนแล้วล่ะว่าถ้าเขาเล่นกล้ามจนหุ่นสวยงามปานเทพบุตรในวัยหนุ่มตอนนั้น เขาจะต้องมีหุ่นเหลาเหย่เหมือนในภาพทางด้านขวานี้จริงๆ  ผมถามว่ามุมมองของอาร์โนลด์ควรจะเป็นแบบไหน ระหว่าง "ไม่เล่นกล้ามดีกว่า เดี๋ยวตอนแก่อ้วน" หรือ "ถ้ามันจะอ้วนในตอนแก่จริงๆ  แต่การเล่นกล้ามในตอนนี้ (หมายถึงตอนหนุ่ม)  จะทำให้เราเป็นที่โด่งดัง ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์หลังจากนี้ไปเป็นร้อยๆปี เราก็น่าจะเล่นกล้ามดีกว่า ใครจะบอกได้ว่าเราจะอยู่จนแก่หรือเปล่า อาจโดนรถชนตายวันไหนก็ได้ สู้พิสูจน์ศักยภาพตัวเอง ณ.วันนี้ให้เต็มที่ด้วยการเล่นกล้ามจริงๆจังๆจะดีกว่า"  ครับ อาร์โนลด์เลือกอย่างหลัง

       ดังนั้น สมมติว่าหลังเล่นกล้ามจะทำให้อ้วนจริงๆ แต่อาร์โนลด์ก็ยังมีภาพเปรียบเทียบระหว่าง
Before และ After โดยภาพ Before นั้น ทำให้โลกสะเทือน ทุกคนต้องยอมรับศักยภาพของเขา ส่วนภาพ After ถึงแม้จะทำให้คนดูหดหู่ใจไปบ้าง  แต่มนต์ขลังแห่งภาพ Before นั้น ก็กลบความหดหู่ดังกล่าวลงเสียสิ้น  ผมขอเตือนว่า ถ้าคุณมัวห่วงแต่ว่าการเล่นกล้ามจะทำให้คุณอ้วน  ภาพ Before กับภาพ After ของคุณจะเป็นภาพเดียวกัน  เพราะจะไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆเกิดขึ้นบนเรือนร่างคุณเลย ไม่ว่าจะเป้นตอนหนุ่มหรือตอนแก่ เว้นแต่โรคภัยที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นตามอายุของคุณ  ยังรวมไปถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตอื่นๆด้วย ชีวิตก่อนหน้านี้เป็นยังไง (Before) หลังจากผ่าน 30 - 40 ปี ก็เป็นเหมือนเดิม (After)  เพราะคุณจะไม่รู้จักรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบนักเพาะกาย ที่มีวินัยเป็นหลัก และมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างสูง อันสามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน หรือเรื่องต่างๆได้อย่างมากมายในชีวิต  เพราะคนที่เหลาะแหละ จะไม่สามารถเป็นนักเพาะกายที่ดีได้ ดังนั้น นักเพาะกายที่ดี จึงมักประสบความสำเร็จอื่นๆในชีวิตด้วยเสมอๆครับ

* * ขอแทรกเกี่ยวกับภาพอาร์โนลด์ดังกล่าวสักเล็กน้อยนะครับ ภาพถ่ายอาร์โนลด์นั้น ถ่ายเมื่อหลายปีที่แล้ว เป็นช่วงพักฟื้นหลังการผ่าตัดหัวใจ  ถ้าคุณคิดจะโทษอะไรสักอย่างที่ทำให้อาร์โนลด์หุ่นเหลาเหย่แบบในภาพทางขวา (เพราะนอนโรงพยาบาลนานไปหน่อย) คุณควรจะโทษ "สเตอรอยด์" ครับ ไม่ได้คิดเองครับ ดูสัมภาษณ์นักเพาะกายที่เคยแข่งรุ่นเดียวกับอาร์โนลด์ ยอมรับว่าในช่วงปีสุดท้ายของการประกวดของอาร์โนลด์ เริ่มมีการใช้สเตอรอยด์เกิดขึ้นแล้ว และเป็นไปได้อย่างมากว่า อาร์โนลด์กระหายชัยชนะมิสเตอร์โอลิมเปียในปีนั้นมาก (ค.ศ.1980) แต่เนื่องด้วยตัวเองออกไปเล่นหนังเสียหลายเรื่อง ทำให้คุณภาพกล้ามเนื้อหย่อนลงไป จึงอาจเป็นเหตุผลให้หลงผิดใช้สเตอรอยด์ในปีนั้น  คนให้สัมภาษณ์สามารถพิสูจน์เรืองนี้ได้ เพราะในช่วงวัยหนุ่มนั้น เขายอมรับว่าเขาก็เผลอใช้เหมือนกัน แค่ปีเดียว และปรากฏว่าเขาเป็นโรคลิ้นหัวใจแบบเดียวกับอาร์โนลด์ ในช่วงวัย 55 ปี (อายุเท่ากันทั้งสองคน) เหมือนกับอาร์โนลด์ทุกกระเบียดนิ้ว  ถ้าว่ากันด้วยพยานหลักฐานแล้ว จึงพอน่าฟังว่าสาเหตุของโรคร้ายนี้ มาจากการหลงผิดใช้สเตอรอยด์ในวัยหนุ่มนั่นเอง  คนที่ใช้อยู่ ให้สังวรณ์ไว้นะครับ  ร่างกายของคุณ ไม่มีใครเขามาเสียใจให้คุณหรอก คุณต้องรับของคุณเองไปเต็มๆ (อย่าไปชักชวนคนอื่นมาใช้ด้วยล่ะ บาปครับ) * *

       ก่อนจะขมวดในตอนจบ  ณ.จุดนี้ คุณสรุปได้สองประการครับคือ

       1.การที่จะอ้วนตอนแก่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเล่นกล้ามเล้ย..

       2.และถ้าสมมติว่ามันเกี่ยวจริง  จนมีภาพเปรียบเทียบ
Before กับ After เหมือนอาร์โนลด์  แต่อย่างน้อย คุณก็โม้ให้ลูกหลานฟังได้ว่าครั้งหนึ่งคุณเป็นเจ้าของเรือนร่างที่โคตร perfect เลย โดยพูดโม้อย่างเดียวไม่ได้ครับ คุณต้องส่งรูปถ่าย (Before) ให้เขาดู  ถึงแม้ ณ.ปัจจุบันนี้ คุณจะเป็นเจ้าของเรือนร่างหัวล้าน ฟันหลอ (เป็น After) แต่ "สักครั้ง" ในชีวิต คุณก็เคยทำอะไรที่มันท้าทาย ที่ไอ้รุ่นลูกรุ่นหลานคุณตอนนี้ (ที่วัยเดียวกับคุณตอนที่ถ่ายภาพ Before นั้น) ทำแบบคุณไม่ได้ล่ะครับ ให้มันรู้ซะบ้าง ไผเป็นไผ

       ผมจะขมวดตอนจบของคำถามนี้ไว้ ด้วยการจะให้แนวความคิดในการเล่นกล้ามใหม่ๆกับคุณครับ เพราะผมรู้ดีว่า คนที่ถามปัญหาข้อนี้มา คือคนที่มีความลังเลอยู่ในใจอยู่แล้ว  แนวความคิดที่ผมจะให้นั้นคือ "ทำสวนทาง" ไปเลยครับ แทนที่จะมัวลังเลว่าเล่นกล้ามแล้วจะอ้วนไหม  ให้คุณทำสวนทางไปเลย คือเล่นอย่างเต็มที่ครับ ดูภาพข้างล่างนี้


 

โดเรียน ไม่ใช่คนตัวใหญ่มาก่อนครับ เขาก็หุ่นเหมือนคนธรรมดานั่นแหละ
แต่เขามีความมุ่งมั่นมากกว่าคนปกติเท่านั้นเอง


       โดเรียน  เยทส์ เป็นคนที่ทุ่มเทเล่นกล้ามแบบสุดๆครับ  ไม่มีช่องว่างที่จะปล่อยให้ความคิดประเภท "เลิกเล่นกล้ามแล้วจะอ้วนไหมหว่า?" สอดแทรกเข้าไปในความคิดของเขาได้เลย  ผมอยากให้คุณเป็นอย่างนั้น แม้ว่าผลการเล่นกล้ามของคุณจะไม่ทำให้คุณเป็นแชมป์โลก  แต่ด้วยการทุ่มเทแบบจริงจังโดยปราศจากความลังเลในผลของการเล่นกล้าม  อย่างน้อย คุณก็จะเป็นคนที่ไม่ธรรมดาครับ (อาจเรียกได้ว่าเป็นตัวประหลาดก็ได้ ฮ่า.. ฮ่า.. - แต่ผมอยากให้คนอื่นมองผมแบบนั้นแหละ สะใจ) เพราะทุกครั้งที่คุณไปปรากฏตัวตามร้านอาหาร ,ศูนย์การค้า ,ทางเดินเข้าเดินออกหน้ามหาวิทยาลัยที่มีนิสิตสาวเยอะๆ คุณจะเป็นจุดรวมสายตาอย่างไม่ต้องสงสัย  เล่นกล้ามต้องเล่นให้ใหญ่ทะลุเสื้อผ้าครับ  เล่นฟิตเนสตัวเล็กๆแกร็นๆ จะเล่นไปทำไม  เดินถอดเสื้อโชว์ใครตามห้างก็ไม่ได้ ชีวิตคนเรามันสั้นนักครับ อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตทำอะไรให้มันสุดๆดีกว่า ใส่เสื้อกล้ามเดินห้างเพื่อโชว์หุ่นน่ะ มันจะหนักหัวใครงั้นเหรอ  ทำได้อย่างข้าหรือเปล่า  ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว สาวๆสมัยนี้เขาก็ใส่ขาสั้นโชว์ขาขาวจั๊วะกันทั้งนั้น เพราะพวกหล่อนก็รู้ว่าจะโชว์มันก็ต้องโชว์กันตอนสาวนี่ล่ะวะ ตอนแก่แล้วใครจะไปดู   พวกนักกล้ามชายก็ควรจะคิดแบบนี้แหละครับ  เล่นกล้ามแล้วจะเก็บเงียบไว้ทำไม มีดีต้องโชว์ครับ    คุณต้องพยายามเป็นเจ้าของรูปร่างเรือนยักษ์ให้ได้ อ้อ.. แล้วอย่าลืมบันทึกภาพเก็บไว้ด้วย อีกหลายสิบปีข้างหน้า แม้ว่ามันจะเป็นเพียงภาพ Before แต่อย่างน้อย ก็มีเอาไว้อวดละวะ  แก (หลาน) ทำได้เหมือนข้าอ๊ะป่าว...


 

- END -