การล็อคข้อศอกนั้น
เกิดขึ้นทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ ผลจากการล็อคข้อศอก
จะทำให้เราออกแรงไปที่กล้ามเนื้อบางจุดที่เราใช้บริหาร ได้น้อยลง
(ซึ่งก็คือการโกงนั่นเอง) อธิบายได้ดังนี้คือ
เมื่อเราบริหารท่าต่างๆด้วยการยกลูกน้ำหนักขึ้นไปข้างบน
(ยกตัวอย่างเช่นการนอนดันบาร์เบลล์)
ซึ่งเราต้องใช้แรงจากกล้ามเนื้อหน้าอก
แต่ปัญหาก็คือกล้ามหน้าอกเรายังมีแรงยกอยู่
แต่กล้ามแขนที่ดันบาร์เบลล์ขึ้นไปนั้นเริ่มหมดแรง
(เพราะเป็นกล้ามชิ้นเล็กกว่าหน้าอก) แต่เราก็ยังไม่อยากหยุดเล่น
ดังนั้นจึงคิดวิธีการ "พัก"
กล้ามแขนขึ้นมา
วิธี "พัก" กล้ามแขนนั้นก็คือ
ขณะยกน้ำหนักขึ้นไปที่จุดสูงสุดแล้ว แทนที่จะผ่อนน้ำหนักลงเลย
ผู้เล่นก็จะเริ่มแอ่นแขนออก ให้กระดูกของต้นแขน (สีแดง) ทำมุมเกิน 180
องศากับกระดูกแขนท่อนปลาย (สีน้ำเงิน)
จะกระทั่งจะมีกระดูกและเส้นเอ็นส่วนหนึ่งที่ขัดกระดูกทั้งสองชิ้นนี้ไว้
ตามภาพ ก. ที่เขียนไว้ว่า "จุดที่เกิดการล็อค"
(ถ้าไม่มีกระดูกและเส้นเอ็นที่ว่านี้
เราก็จะพับแขนท่อนปลายออกไปข้างหลังได้)
ถึงตอนนี้ บาร์เบลล์ที่มันตั้งอยู่เหนือตัวเรา
แทนที่มันจะอยู่ได้ด้วยพลังจากกล้ามเนื้อแขนและหน้าอกของเรา
ก็จะกลายเป็นว่ามันอยู่ได้ด้วยการถ่ายน้ำหนักผ่านกระดูก จากจุด
A ผ่านจุด B
แล้วลงไปข้างล่างที่จุด C ตามภาพ ข.
(เส้นประสีขาวในภาพ ข. คือทิศทางการไหลของแรงกดจากน้ำหนักบาร์เบลล์)
ทำให้เราไม่ต้องออกแรงไปที่แขนเลย
หลังจากพักได้อึดใจ เช่น 2 วินาทีแล้ว เราก็ผ่อนบาร์เบลล์ลงมา
แล้วเริ่มบริหารต่อไป
หมายเหตุ - นักเพาะกายผู้เคร่งครัด
จะไม่ชอบล็อคข้อศอกตามที่ว่านี้
เพราะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บกรณีที่ใช้น้ำหนักมากๆ
อีกทั้งต้องการฝึกให้กล้ามแขนแข็งแกร่งไปพร้อมๆกันเลย
- กรณีตรงข้าม คือการ "ไม่ล็อคข้อศอก" ขออธิบายตามภาพข้างล่างนี้
|