เส้นใยกล้ามเนื้อของคนเรา จะมีสองรูปแบบอยู่ในตัวเราคือ เส้นใยกล้ามเนื้อแบบกระตุกช้า (
Slow Twitch Fibers) และเส้นใยกล้ามเนื้อแบบกระตุกเร็ว (Fast Twitch Fibers)

(Twitch แปลว่า กระตุก)


เส้นใยกล้ามเนื้อแบบกระตุกช้า
เหมาะสำหรับนักกีฬาพวกวิ่งมาราธอน ,ว่ายน้ำนานๆ ,ปั่นจักรยานนานๆ - ลักษณะการทำงานของมันคือการนำเอาออกซิเจนในอากาศมาแปลงเป็นพลังงานให้ร่างกาย  ซึ่งเส้นใยกล้ามเนื้อแบบกระตุกช้านี้ สามารถเคลื่อนไหวได้ต่อเนื่องยาวนาน ไม่หมดแรงง่ายๆ มันช่วยทำให้นักวิ่งมาราธอน สามารถวิ่งติดต่อกันได้เป็นชั่วโมงๆ

เส้นใยกล้ามเนื้อแบบกระตุกเร็ว เหมาะสำหรับนักเพาะกาย ,นักวิ่งระยะสั้น (นี่คือคำตอบว่าทำไมรูปร่างนักวิ่งระยะสั้น ถึงมีหุ่นใกล้เคียงกับนักเพาะกาย) - ลักษณะการทำงานของมันคือการใช้สารเคมีในร่างกาย ที่ได้จากการทานอาหารของเรา นำไปแปลงเป็นพลังงานให้ร่างกาย  การทำงานของกล้ามเนื้อแบบกระตุกเร็ว จะเหมือนกับการระเบิด มาวูบเดียวแล้วก็ดับไป พลังงานที่ได้ออกมาจะมากมายมหาศาล แต่จะไม่ต่อเนื่องลากยาวเหมือนการทำงานของเส้นใยกล้ามเนื้อแบบกระตุกช้าที่พูดไปข้างบนครับ

ภาพรวม - ในร่างกายของเรามีเส้นใยกล้ามเนื้อทั้งสองอย่างอยู่ในตัว และเราสามารถ "เลือก" ฝึกได้ว่าต้องการให้เส้นใยกล้ามเนื้อแบบไหน (กระตุกเร็ว หรือกระตุกช้า) ได้รับการพัฒนามากกว่ากัน วิธีการเลือกฝึกก็คือเลือกรูปแบบการบริหาร เช่น ถ้าคุณฝึกวิ่งอย่างเดียว  เส้นใยกล้ามเนื้อแบบกระตุกช้าของคุณก็จะได้รับการพัฒนาเพียงอย่างเดียว ผลที่ได้รับคือกล้ามเนื้อจะแบน แฟบ แต่เหนียวและทนทาน   ในทางกลับกัน ถ้าคุณเลือกฝึกแบบเล่นกล้ามอย่างเดียว เส้นใยกล้ามเนื้อแบบกระตุกเร็วของคุณก็จะได้รับการพัฒนาเพียงอย่างเดียวเช่นกัน ผลที่ได้รบคือกล้ามพอง ใหญ่ แข็งแรง

ความคิดเห็นส่วนตัว - ในเมื่อบทความในหน้านี้ อยู่ในเวบเพาะกาย ความคิดเห็นส่วนตัวของผมจึงชอบให้พัฒนาเส้นใยกล้ามเนื้อแบบกระตุกเร็ว (นั่นคือการเล่นกล้าม) เพื่อให้กล้ามใหญ่ขึ้น แต่ก็มีการพัฒนาเส้นใยกล้ามเนื้อแบบกระตุกช้าบ้างนิดหน่อย (ด้วยการจ๊อกกิ้งสัก 5 นาทีหลังเล่นกล้ามเสร็จ)  เพราะผมเป็นคนชอบมองอะไรในแบบของความเป็นจริงในการดำรงชีวิตประจำวันมากกว่า ความเป็นจริงของชีวิตส่วนตัวของผมนั้นก็คือ

       1.ผมยอมรับว่าตัวผมเองเป็นคนชอบให้ "ดูเด่น" อย่างหนึ่งก็เพราะงานของผมเป็นงานที่ต้องพบปะผู้คน ก็เลยอยากเป็นราชสีห์ ที่มันจะดูเด่นขึ้นมาจากคนรอบๆข้าง (เพราะราชสีห์ในฝูงจะมีแค่ตัวเดียว)  วิธีทำให้ดูเด่น ก็คือต้องทำให้คนอื่นรู้ว่าเราออกกำลังกายรักษาสุขภาพมาโดยตลอด  ถ้าผมเป็นพวกชอบเส้นใยกระตุกช้า  เวลามีคนมาแจ้งความกับผม (คงไม่ลืมว่าผมเป็นตำรวจ) ผมคงต้องถอดเครื่องแบบ แล้ววิ่งไปรอบๆห้องให้คนที่มาแจ้งความเห็นว่าผมฟิต  ในทางกลับกัน และเป็นความโชคดีที่ผมเลือกชอบเส้นใยกระตุกเร็ว ผมเลยไม่ต้องทำอะไรเลย นั่งเฉยๆทำงานในหน้าที่  คนก็สามารถมองเห็น "ขนาด" ของกล้ามเนื้อที่มันทะลุเสื้อผ้าออกมา ที่แสดงให้เห็นความฟิตของผม

       2.ผมสามารถเก็บหัวสมองของผมไปทำอย่างอื่น เช่น บางทีอาจจะเรียนปริญญาโท ,คิดว่าทำยังไงจะให้เวลากับครอบครัวได้เยอะๆ ,ทำยังไงจะมีเงินเก็บไว้ใช้ตอนอายุมาก ฯลฯ เพราะเวลาที่ผมนึกถึงการออกกำลัง (เพาะกาย) สิ่งที่ต้องทำก็แค่ทานอาหารที่มีโปรตีนมากหน่อย แล้วก็ยกลูกน้ำหนัก ก็จบ  แต่ถ้าผมชอบเส้นใยกระตุกช้า  (ปั่นจักรยานหรือวิ่ง) สิ่งที่ผมต้องมีในหัวสมอง เพื่อให้การฝึกมีความสำเร็จ คือ ต้องแบ่งการฝึกเป็น 5 ฐาน  ฐานที่ 1 ให้แบ่งย่อยลงไปอีก 5 ระดับโดยมีลำดับการพิจารณาจากเลข
Level % VO2 Max % Maximum heart rate คือ ถ้าเป็นระดับ 1 ก็ต้องรักษาการเต้นของหัวใจ ให้อยู่ในระดับ(Level) 1 ( 60 -70 % ของ MHR - MHR คือ อัตราการต้นของหัวใจสูงสุด ), ระดับ 2 ( 71 - 75 % ของ MHR )และระดับ 3 (76 - 80 % ของ MHR) เท่านั้น  ถ้าจะทำก็ต้องไปทำความเข้าใจเรื่อง  Aerobic energy sources ,Aerobic energy pathways ,Capillary density ,Mitochondria proliferation ,Free fatty acid mobilization  ถ้าเป็นระดับ 2 ก็ต้องให้ได้  71 – 75 % ของ MHR หรือ 66 – 75 % ของVO2 max โดยต้องทำความเข้าใจเรื่อง Endurance, Strength และ Body speed ซึ่งก็ต้องทำสองอย่างคือ Aerobic energy sources และ Aerobic energy pathways อ๊าก! งง หมดหรือยังเนี่ย  ความหนักเบาระดับที่ 3 ช่วง 76 – 80 % ของ MHR หรือ 76 - 80 % ของ VO2 max ซึ่งก็เป็นการฝึกแบบ Endurance และ Strength เช่นกัน แต่การฝึกระดับความหนักขนาดนี้ จะพัฒนา Recruitment of FOG fibers และ Aerobic glycolysis ระดับนี้ต้องทำความเข้าใจเรื่อง Aerobic energy pathways  Recruitment of FOG fibers Aerobic glycolysis Oxygen transport system หรือถ้าจะเพิ่มความเข้มข้นอีกระดับก็ต้องมี Aerobic energy pathways ,Anaerobic energy pathways ,Recruitment of FOG fibers ,Anaerobic threshold (AT) ,Oxygen transport system ,Lactic acid clearance  ตัวหนังสือสีน้ำเงินทั้งหมด เป็นแค่ฐานที่ 1 เท่านั้น "ยังมีอีก 4 ฐาน" แต่ผมไม่สามารถเขียนต่อไปได้แล้ว เพราะรู้สึกเวียนหัว  และคิดว่าเราโชคดีแล้วที่เลือกกีฬาเพาะกาย


 

- END -