ผู้สูงอายุ

 
       แม้ว่าขณะนี้ เพื่อนสมาชิกจะยังอยู่ในช่วงวัยรุ่น แต่สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆก็คือ คุณต้องอายุมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่ออายุมากขึ้นแล้ว สุขภาพก็อาจจะทรุดโทรมไปตามอายุได้ ดังนั้น เราควรป้องกันสิ่งที่เรียกว่า “สุขภาพทรุดโทรม” ที่ว่านี้เสียตั้งแต่หนุ่มๆ

       มันก็เหมือนข้อสอบ ที่คุณรู้อยู่แล้วว่าปัญหาข้อสอบจะออกสอบว่าอะไร? ดังนั้นคุณก็แค่อ่านหนังสือให้ตรงกับที่จะใช้ตอบในข้อสอบนั้น มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย

       แต่ถ้าคุณรู้อยู่แล้วว่าข้อสอบจะออกว่าอะไร แต่คุณดันไม่อ่านหนังสืออะไรเลย สุดท้ายแล้ว เมื่อถึงเวลาสอบ คุณก็อ่านหนังสือไม่ทันแล้ว และสอบตกไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆที่รู้ปัญหาข้อสอบอยู่ก่อนแล้วแท้ๆ

       ฉันท์โดก็ฉันท์นั้น คุณก็รู้อยู่แล้วว่าสักวันหนึ่งคุณก็ต้องแก่แน่ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งก็เหมือนการที่คุณรู้ข้อสอบล่วงหน้าก่อนสอบแล้วนั่นเอง ดังนั้น การที่คุณทำให้ร่างกายแข็งแรงเสียตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ก็เปรียบได้กับการที่คุณอ่านหนังสือสอบ เพื่อพร้อมสำหรับการสอบในภายหลัง

       จากสื่อต่างๆที่เชื่อถือได้ในทุกวันนี้ ยกตัวอย่างเช่นข้อมูลของบริษัทเนสท์เล่ ที่ลิงก์นี้  https://www.youtube.com/watch?v=-BOkSTUwtYE&feature=youtu.be  /  คุณก็คงรู้ได้อย่างไม่ยากแล้วว่า สิ่งที่คุณจะต้องเจอเมื่อมีอายุมากขึ้นก็คือ มวลกล้ามเนื้อจะลดลง ซึ่งการที่มวลกล้ามเนื้อลดลงมันจะนำพามาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และอีกประการหนึ่งที่เป็นปัญหาที่ตามมาเมื่ออายุมากขึ้นก็คือ คุณอาจจะมีอาการปวดข้อ หรือ “หัวเข่าเสีย” ตอนอายุมากได้ด้วย ดังนั้น สิ่งที่คุณจะต้องทำตั้งแต่ตอนหนุ่มๆก็คือ

       หนึ่ง - หลีกเลี่ยงกีฬาที่มีการบิดอย่างรุนแรงเสียตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ( คือคุณควรออกกำลังกาย แต่การออกกำลังกายนั้น ควรเป็นการออกกำลังกายด้วยกีฬาที่ไม่มีการบิดอย่างรุนแรง  /  เหมือนที่ผมพูดไว้ในลิงก์นี้  http://www.tuvagroup.com/9fvbb-A-02-B-590610-0626.html  ) เพราะไม่อย่างนั้น หัวเขาคุณจะเสียตอนที่อายุมาก และจะต้องใช้รถเข็นไปตลอดชีวิตในช่วงแก่

       สอง - ควรเลือกชนิดของการออกกำลังกายที่เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ทำลายมวลกล้ามเนื้อ  /  ซึ่งคุณคงรู้ดีอยู่แล้วว่า การ “วิ่ง” คือการทำลายเซลล์กล้ามเนื้อเป็นอย่างดี และคงไม่มีใครเถียงได้ในเรื่องนี้

       จากทั้งข้อหนึ่งและข้อสองนี้ ผมยังไม่เห็นกีฬาอะไรที่จะเหมาะสำหรับวัยรุ่นมากไปกว่ากีฬา “เพาะกาย” เลย

       เพราะเมื่อคุณเพาะกายตั้งแต่วัยรุ่น หัวเข่า และข้อต่อแขนขาของคุณจะไม่ถูกบิดอย่างรุนแรง ( ซึ่งการถูกบิดอย่างรุนแรงในวัยหนุ่ม มันจะเกิดผลร้ายกับคุณในตอนที่คุณแก่ ) อีกทั้งการเพาะกาย ก็คือกีฬาชนิดเดียวในโลกที่มุ่งในเรื่องการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้อย่างตรงเป้าที่สุด ( เพราะความหมายของคำศัพท์ว่า "เพาะกาย" หรือ "Bodybuilding" นั้น มันก็แปลตรงตัวอยู่แล้วว่า เป็นการออกกำลังกายที่เน้นเรื่องการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ( ซึ่งเป็นคำศัพท์คนละตัวกับ "ฟิตเนส" หรือ "Fitness"  /  กีฬาอื่นในแนว Strength อาจจะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้เหมือนกันก็จริง ยกตัวอย่างเช่น ซูโม่ หรือ Powerlifting  แต่การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อด้วยกีฬาที่ว่านี้ ก็อาจจะมมี "ไขมัน" เป็นของแถมตามมาด้วยได้นะครับ  /  ดังนั้น จึงไม่มีกีฬาอะไรที่จะเหมาะสมกับคุณไปได้มากกว่ากีฬา "เพาะกาย" อีกแล้วล่ะครับ )

       ดังนั้น การเพาะกายคือกีฬาที่เหมาะที่สุดสำหรับคุณในวัยนี้ เพื่อทำให้คุณพร้อมสำหรับการใช้ขีวิตที่มีความสุขในตอนอายุมากได้ เหมือนการอ่านหนังสือให้พร้อมสำหรับการที่จะต้องเข้าห้องสอบในภายหลังตามที่ผมได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบเอาไว้ในตอนต้นๆนั่นเอง


pinterest.com

       หากคุณเริ่มเพาะกายเสียตั้งแต่วันนี้ เมื่อคุณอายุมากขึ้นไปพร้อมๆกับเพื่อนคุณ เมื่อถึงเวลานั้น ( เวลาที่คุณแก่มากๆ ) คุณก็จะมีบุคลิกที่ยังดูดีกว่าเพื่อนในวัยเดียวกับคุณอย่างไม่ต้องสงสัย ( เหมือนในภาพที่เห็นข้างบนนี้ ) คือคุณจะยังดูสง่าแม้ว่าจะอายุมากแล้ว ในขณะที่เพื่อนของคุณที่อยุ่ในวัยเดียวกัน จะแก่หง่อมเดินหลังค่อมกันไปหมดแล้วน่ะครับ

       ข้อแนะนำคือ

       เพาะกายให้ถูกหลัก เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้ตัวเอง  /  ไม่ใช่ไปทำอะไรที่มันทำลายเซลล์กล้ามเนื้อ และอาจจะเจ็บข้อเท้า หรือหัวเข่าได้ ( เช่นการวิ่งไกลๆ )


       ทานอาหารแค่พออิ่ม แต่อย่าอดอาหาร เพราะเราจะต้องเตรียมพลังไว้สำหรับการออกกำลังกายด้วย

       คนมีอายุ ให้ทานอาหารย่อยง่าย และปรุงสุกก็โอเคแล้วครับ ผมเห็นพวกกินคลีน แต่เป็นมะเร็ง เดี้ยงไปตั้งแต่อายุยังไม่มากมาหลายรายแล้วครับ ดังนั้น "อย่าดราม่า" กับเรื่องการทานให้มากนัก

       อย่าประสาทกินเกี่ยวกับเรื่องน้ำอัดลมด้วยเช่นกัน  คุณพ่อผมในวัย 95 ปี ก็ดื่มโค้ก ดื่มเป๊ปซี่แบบธรรมดา ( ไม่ใช่แบบไดเอทโค้ก หรือซีโร่แม๊กเป๊ปซี่แต่อย่างใด ) วันหนึ่งเป็นขวดๆ และดื่มทุกวันติดต่อกันมาตลอดไม่ต่ำกว่า 40 ปีแล้ว  /  มหาเศรษฐีโลก วอร์เร็น บัฟเฟตต์ ( ที่รวยเป็นรองจาก บิล  เกตส์ เท่านั้น ) ในวัย 88 ปี ก็ดื่ม "เชอรี่โค้ก" วันละ 5 กระป๋องทุกวัน


       และถ้าพอมีทุนทรัพย์บ้าง ก็ใช้ตัวช่วย ( หมายถึงอาหารเสริม )
ด้วยก็จะดีนะครับ  /  อาหารเสริม "ไม่ใช่ยา" นะครับ ไม่มีปัญหากับสุขภาพของคุณอย่างแน่นอนครับ สบายใจได้


หมายเหตุ - ตอนที่ผมกำลังเขียนบทความหน้านี้อยู่ อีกไม่กี่วันผมก็จะอายุ 50 ปีแล้วนะครับ และคุณพ่อของผมก็อายุ 95 ปีแล้ว  ดังนั้น ถ้าผมจะพูดเรื่องคนมีอายุให้คุณฟังได้ นั่นก็เป็นเพราะตัวผมก็มีอายุมากแล้ว และคุณพ่อผมก็อายุมากแล้วเช่นกัน ผมถึงมีบารมีมากพอที่จะสามารถแนะนำคุณได้นะครับ

       ผมเห็นบางคนแนะนำคนอื่นเรื่อง "การใช้ชีวิต" แต่อายุตัวผู้แนะนำเองยังไม่พ้นเลข 3 เลย  และคนรอบตัว ก็ไม่มีใครที่อายุเหยียบร้อยปี ( เหมือนคุณพ่อของผม ) เลย  /  ก็เป็นข้อพิจารณาสำหรับคุณผู้อ่านแล้วนะครับว่า ถ้าคุณผู้อ่านจะเชื่อใครสักคนเรื่อง "การใช้ชีวิต"  คุณก็ต้องดูด้วยว่าผู้แนะนำมีวัยวุฒิมากพอไหม? เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมานานพอที่จะแนะนำคุณได้ไหม? และคนใกล้ชิด หรือคนรอบตัวของผู้แนะนำ อายุสูงสุดกี่ปี ? ไม่ใช่ว่าสอนคนอื่นเรื่องวิธีทำให้อายุยืน แต่ในครอบครัวตัวเองไม่มีใครอายุยืนเลยสักคน  /  เรื่องพวกนี้ มันมีผลกับคำแนะนำที่เขาพูดนะครับ ว่าจะน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน  

 ทดสอบ