szingym12.jpg

ดวลกันตัวต่อตัว

szingym11.jpg

บทความโดย Peter McGough  ภาพโดย Chris  Lund

           เมื่อแชมป์ไอเอฟบีบี ชอร์น  เรย์ และทรอย  ซุคอคโกลอตโต โคจรมาพบกัน ที่โรงยิมแห่งหนึ่ง มนุษย์กล้ามเนื้อทั้งสองนี้ ต้องปะทะกันตัวต่อตัว อะไรจะเกิดขึ้น (เรื่องนี้ จะทำให้คุณผู้อ่านทราบถึง วัฒนธรรมการเล่นกล้ามของฝรั่ง ส่วนถ้าพบคำไม่สุภาพ ผมขออภัยมาในที่นี้ด้วยครับ เนื่องจากต้องการรักษา อรรถรสในเนื้อหาไว้ให้มากที่สุด จึงจำเป็นต้องแปลตามนั้นครับ - webmaster)

 

           กริ๊ง...ง..ง เสียงโทรศํพท์ดังลั่น ผม (Peter McGough) วิ่งไปรับโทรศัพท์ "วางหนังสือเพลย์บอยได้แล้วไอ้หนู" เสียงตะโกนของ Chris Lund ตะโกนมาทางสาย "หน่วยข่าวลับ ส่งข่าวมาว่า วันนี้เรย์ (Shawn  ray)กับ ทรอย (Tryo  Zuccolotto) จะเล่นเวทที่ยิมเดียวกัน โอกาสหายากอย่างนี้ เราต้องรีบคว้าไว้"
           ผมรีบวางหนังสือคอสโม (Chris เดาผิด เพราะผมไม่ได้อ่านเพลย์บอย) แล้วฟังอย่างตั้งใจ ผมรู้ว่าการที่นักเพาะกายดาวรุ่งสองคน จะมาเล่นที่ยิมเดียวกัน เป็นสิ่งที่ยาก ด้วยเหตุผลทางธุรกิจ และอื่นๆหลายอย่างประกอบกัน  ดังนั้นกรณีนี้ต้องพิเศษจริงๆ ซึ่งคริส คงเห็นผมอ้ำๆอึ้งๆ เลยงัดไม้ตายตะโกนมาทางโทรศัพท์ว่า "ถ้าวันนี้เราพลาดงานนี้ นายก็เลิกฝันไปเลยว่า อั้วจะพานาย ไปสัมภาษณ์การฝึกน่อง ของแชรอน  บรูนิว สุดสัปดาห์" (แชรอน เป็นนักเพาะกายหญิงที่ หน้าตาสวย และหุ่นดี - webmaster)  พอผมได้ยินดังนี้ ผมก็รีบวิ่งไปสตาร์ทรถ แบบไม่ต้องคิดเลย
           หลังจากโทรตามบริท ผู้ช่วยยกอุปกรณ์แล้ว ผมก็มาถึงยิมที่นัดหมาย เมื่อเอารถเข้าไปจอด ผมเห็นรถ  ฮ่าเล่เดวิสัน คันงามของทรอย จอดอยู่แล้ว แต่ยังไม่เห็นวี่แววของ เรย์เลย ซึ่งคริส บอกกับผมว่า "เรานัดกันไว้ตอนบ่ายสอง ตอนนี้ช้าไป 15 นาทีแล้ว เรย์ข้าอย่างนี้เสมอ แต่คุณไม่ต้องห่วงหรอก เรย์เป็นคนรักษาคำพูด ไม่ว่าจะเป็นเวลาเช้า กลางวัน หรือดึกดื่น หากนัดแล้วเขาก็จะมา"
           ดูเหมือนทรอยจะได้ยินเราพูด เขาบอกว่า "ไม่เอาน่า.. คุณก็รู้นี่ว่า เรย์ชอบเล่นบทซูเปอร์สตาร์ โดยการทำให้คนอื่นรอ โธ่.. มันเป็นจิตวิทยาห่วยๆ ผมรู้ทันเขา เพราะว่าผมเคยฝึกกับเขามา ตั้งแต่สมัยที่เขา ชนะรางวัลระดับชาติ ปี 2530 โน่น ผมน่ะ เจอเขาบนถนน  แล้วก็เป็นคนพามาฝึก แล้วก็ผมอีกแหละ ที่เตะเขาไปได้โปรการ์ด โธ่..ถ้าไม่ได้ผม ป่านนี้เรย์ ก็ยังคงอยู่ แค่ระดับสมัครเล่นเท่านั้นแหละ" 
           และแล้ว เสียงของเรย์ก็ลอยมา "เฮ้.. ทรอย นายเอาเรื่องเก่าๆมาพูดอีกแล้วเรอะ อั๊วรู้หรอกว่านายอยากให้ ฝูงชนสนใจนายมากเหมือนที่สนใจเราล่ะสิ ถึงได้พูดแบบคนมีปมด้อยอย่างนั้น ไอ้ที่มาฝึกกับนายครั้งนี้เนี่ย ก็เพื่อกระตุ้นให้อาชีพเพาะกาย ของนายก้าวหน้านะโว้ย ความจริงนายน่าจะเรียกอั๊วว่า ผู้ชายใจใหญ่นะเพื่อน"
           ทรอยตอบ "เอาล่ะ..เอาล่ะ..ไอ้สมองถั่ว เลิกพร่ำซะที ทำไมมาช้าจังวะ กว่าจะย้ายก้นมาได้เนี่ย มันลำบากนักหรือไง"  เรย์ตอบว่า "ก็รถติดนิดหน่อยน่ะ ก็ไม่ได้ใช้ฮาเล่ เหมือนนายนี่ จะได้วิ่งปร๋อมาถึงก่อน แล้วไอ้ที่นายใช้ฮาเล่น่ะ คงหวังจะให้คนอื่น หันมาสนใจนายล่ะสิ แต่รู้สึกว่า ที่ยิมนี่ไม่มีใครสนใจนายเลยสินะ"  ทรอยรีบสวนไป "อย่าดีกว่าเรย์ บ้านแกก็มีฮาเล่ แต่ที่ไม่ใช้ เพราะรู้ว่า เวลาชับมาจอดเทียบกันที่ยิมนี่ แกเท่ห์สู้ข้าไม่ได้"
           เมื่อได้ปะทะคารมกันหอมปากหอมคอแล้ว ทรอยก็แยกตัวไปล็อคเกอร์ เพื่อเปลี่ยนชุด ผมถามเรย์ว่าจะฝึกอะไรในวันนี้ เรย์ตอบว่า "วันนี้เราจะฝึกหน้าอกกัน เพราะทรอยเป็นคนเลือกไว้ ผมเดาเอาว่า เขาคงต้องการโชว์กล้ามหลังแขนเขาด้วย เพราะโครงสร้างหลังแขนเขาดีมาก ก็เลยเลือกบริหารหน้าอก แต่เดี๋ยวคอยดูนะ  ผมเดาว่าทรอยจะใส่เสื้อกล้ามมา เขาไม่กล้าถอดเสื้อฝึกหรอก  เพราะตอนนี้หน้าท้องเขามีแต่ไขมัน" และแล้วตามความคาดหมาย ทรอยก็ใส่เสื้อกล้ามมาจริงๆ ทรอยตะโกนมาว่า "รีบไปเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวสิ ไอ้ตัวอ้วนเตี้ย วันนี้ล่ะ ฉันจะฝังแกเอง หุ่นของแกน่ะ ไม่มีส่วนไหนที่ดูดีกว่าข้าเลย ข้าน่ะหนัก 113 กก. และยังกล้ามชัดอีกด้วย ใครๆต่างก็ผวา ถ้าข้าจะลงแข่งรายการอาโนลล์คลาสสิค"
           ตอนนี้เรย์ถอดเสื้อนอกออก เหลือแต่เสื้อกล้าม และกางเกงขาสั้น แล้วแขวะทรอยต่อว่า "ฮี่โธ่.. ถ้านายหนัก 113 กก. นายน่าจะมีขาที่ใหญ่โต และสวยนะ แต่นี่ทำไมนาย ต้องใส่กางเกงยีนส์ฝึกด้วยล่ะ ไม่ใข่เพราะนั่นเป็นส่วนที่นายอายหรอกหรือ ก็น่าเห็นใจหรอกนะ คนที่ขาเล็กอย่างนายน่ะ ก็ต้องซ่อนมันไว้ในกางเกง"  ทรอยรีบเถียงทันทีว่า "พูดอะไรอย่างนั้น นี่เป็นการฝึกแนวใหม่ต่างหากล่ะ ข้าน่ะ เด็กคาลิฟอเนียยุคใหม่เฟ้ย มันก็ต้องมีแฟชั่นกันบ้างสิ" 
           เรย์หันมาพูดกับผมและคริส ให้ทรอยได้ยินว่า "เอาละ คุณคงจะถ่ายรูปลำบากหน่อยนะ ทรอยเรื่องมาก เพราะเขารับไม่ได้ ถ้ารูปถ่ายของเขาไม่ดี พวกตาสีฟ้า ผมบรอนด์ สูง 180 เซน ก็หลงตัวเองยังงี้แหละ" แล้วเรย์ก็หันไปพูดกับทรอยว่า "เฮ้.. ถ้านายกล้ามใหญ่และแข็งแรงจริง ก็ลองโชว์การยกลูกน้ำหนัก ที่ประทับใจเราหน่อยนะเว้ย"
           "ไม่เห็นจะต้องโชว์เลย ข้าก็ยกของข้าอย่างนั้นอยู่แล้ว ไอ้คนสูงแค่ 165 ซม. หนักแค่ 90 กก.อย่างเอ็งน่ะ หุบปากเลยดีกว่าว่ะเพื่อน" ทรอยตอบกลับมา  ถึงตรงนี้แล้ว ผมอยากกระซิบบอกทรอยว่า ความจริง เรย์สูง 168.5 เซนติเมตร แล้วก็หนัก 102 กก.ต่างหาก เพราะผมสัมภาษณ์เขา เมื่อไม่นานมานี้เอง

szingym13.jpg

เริ่มแล้ว
           ท่าแรกคือท่า INCLINE DUMBBELL PRESS เรย์ใช้ดัมเบลล์หนัก 100 ปอนด์ 1 คู่ในการวอร์มท่านี้  ทรอยพูดว่า "เฮ้ย.. แกวอร์มด้วยน้ำหนักขนาดนี้เชียวเรอะ" เรย์ตอบว่า "คนจริง เขาก็ใช้น้ำหนักจริงเวลาวอร์มเว้ย ไม่ได้ใช้น้ำหนักเบาๆ แค่ 35 ปอนด์แบบที่ผู้หญิงเขาใช้กัน เหมือนนายหรอก"  ทรอยฟังดังนั้น ก็รีบตะโกนสวนมาว่า "จำไว้ไอ้น้อง ว่าข้ากำลังอยู่ช่วงไดเอท เพื่อจะแข่งรายการอาโนลด์คลาสสิคโว้ย เรี่ยวแรงมันก็ต้องลดบ้างเป็นธรรมดา แล้วเมื่อวานข้าก็พึ่ง เล่นกล้ามอย่างหนักมา ไม่ได้เอาเวลาไปนอนชายหาด เอาทรายมากลบหน้าท้องอ้วนๆเหมือนแกหรอก"
           ผมนั่งสังเกตุการฝึกของทั้งสองคน อยู่ห่างจากม้านอนของเขาไปไม่กี่ฟุต เรย์เริ่มยกเซทแรกก่อน ผมมีโอกาสได้ถามทรอยว่า ทำไมถึงเลือกฝึกหน้าอกวันนี้ ทรอยตอบให้เรย์ได้ยินด้วยว่า "ผมไม่ได้เลือกหรอก เรย์เป็นคนเลือก เพราะคนแขนสั้นๆตันๆ และมีหน้าอกบวมไปด้วยไขมันแบบเขาน่ะ คิดว่ากล้ามเนื้อส่วนนี้ เป็นส่วนที่สวยที่สุดของเขาแล้วมั้ง แต่น่าเศร้า ที่มันไม่ใช่"

szingym14.jpg

           ทั้งสองคน ผลัดกันยกดัมเบลล์คนละเซท เริ่มตั้งแต่ ลูกละ 100 ปอนด์ ไป 130 ปอนด์ 140 ปอนด์ 150 ปอนด์ ทำเซทละแปดครั้ง แล้วเมื่อเรย์ทำเซทสุดท้าย ที่ใช้น้ำหนัก 160 ปอนด์ เสร็จครบแปดครั้งแล้ว ทรอยพูดว่า "เอาละ ท่าต่อไปอะไรดีล่ะ" ตอนนี้คริสถามทรอยว่า "แล้วคุณไม่ทำ 160 ปอนด์หรือครับ?" ทรอยตอบว่า "คุณต้องการให้ผมทำ 160 ปอนด์หรือ?"  ถึงตรงนี้ เรย์ยิ้มแบบเด็กๆเลย แล้วรีบแซวว่า "โอ้ย... เขาทำไม่ได้หรอก. ไอ้โรงยิมหลังเขา ที่ทรอยเคยฝึกมาน่ะ ไม่มีดัมเบลล์ขนาด 160 ปอนด์ให้ฝึกหรอก"
           ทรอยตะโกนย้ำ "แกจะให้ข้ายก 160 ปอนด์ใช่มั้ยเนี่ย"  เรย์ยังคงแขวะต่อไปว่า "ไม่ต้องก็ได้ อย่าฝืนดีกว่าเพื่อน" ทรอยทำท่าเหมือนจะระเบิดออกมา แล้วพูดว่า "ทำไม่ได้เหรอ...  ทำไม่ได้เหรอ.. จะบอกให้นะว่า ข้าจะยกน้ำหนักได้มากกว่านี้อีก หากจะยกจริงๆน่ะ" ว่าแล้วทรอยก็ไปเอาลูกละ 160 ปอนด์มาสองลูก แล้วทำท่านี้ ได้ 6 ครั้ง และต่อครั้งที่ 7 และ 8 อย่างยากเย็น  จนเมื่อจบเซทแล้ว ทรอยวางลูกน้ำหนักลง แล้วเดินไปหาเรย์พร้อมกับพูดว่า "เห็นไหมไอ้หมูอ้วน ไม่เห็นยากเย็นเลย"  เรย์ตอบว่า "โอ้ย.. ไม่เห็นจะแปลกเลย เพราะอั๊วก็ยก 160 ปอนด์ เวลาเล่นหน้าอกทุกครั้งอยู่แล้ว แต่จะบอกให้นะว่า ที่ยิมของอั๊ว มีหลายครั้งที่ยก 180 ปอนด์เฟ้ย.." ทรอยรีบตะโกนออกมาว่า "เฮ้ย.. ที่นี่มีดัมเบลล์ลูกละ 180 ปอนด์หรือเปล่าเนี่ย"  เรย์ก็ตอบว่า "นายก็รู้ว่า ไม่มีนี่นา"  แต่ดูเหมือนทรอย จะไม่สนคำพูดของเรย์เลย เขาเดินหาดัมเบลล์ 180 ปอนด์ ไปทั่วยิม ปากก็บ่นไปว่า "หา 180 ปอนด์สิ มันอยู่ไหนนะ นี่คือสงคราม มันจะต้องหลั่งเลือดกันบ้างล่ะ"
           "ดูเขาสิ" เรย์หัวเราะ "ท่าทางเขาเหมือนโดน ไมค์ ไทสัน ,อีแวนเดอร์ โฮลิฟิล ,จอร์จ  โฟแมน อัดมาพร้อมกันในคืนเดียวเลย"
ดัมเบลล์ ฟลาย
           ท่าบริหารท่าที่สอง คือท่า DUMBBELL FLY บนม้าราบ สำหรับท่านี้ เรย์วอร์มด้วยน้ำหนัก 65 ปอนด์ 1 คู่  แล้วทั้งสองคนก็ ไต่น้ำหนักไป 75 ปอนด์ 85 ปอนด์ ก่อนที่จะจบเซทสุดท้ายที่ 95 ปอนด์ ในระหว่างฝึกท่านี้อยู่ ตอนที่เรย์กำลังยกน้ำหนัก แล้วทรอยมายืนพักเซทข้างผม ผมก็ถามทรอย ถึงวิธีการฝึกชองเรย์ ทรอยตอบว่า "โอ้ย.. ท่าทางของผมดีกว่าเขาเยอะ ผมทำแบบเต็มรูปแบบ (full range of motion) แต่ดูเขาสิ เขาทำแค่ครึ่งเดียวเอง เหมือนกับคนสูงแค่ 160 เซนติเมตร หนัก 68 กก. แล้วก็มีกล้ามแขนห่วยๆเขาฝึกกัน และก็เพราะเรย์ฝึกแบบนี้แหละ กล้ามหน้าอกเขา จึงสวยได้แค่ครึ่งเดียวของคนจริงแบบผม"
           เมื่อถึงเวลาทรอยไปยกดัมเบลล์ แล้วเรย์มายืนพักเซทแทน ผมก็ถามความเห็นเรย์บ้าง เรย์ตอบว่า "เหมือนตัวอย่างวิธีโกง ในหนังสือเพาะกายหลายเล่ม ที่บอกไว้เลยว่า ท่านี้โกงโดยการยกก้นขึ้นเหนือเตียง นี่ไงล่ะ ดูทรอยเป็นตัวอย่างที่ผิดๆนี้ได้เลย  เฮ้ยได้ยินไหมทรอย นายโกง (cheat) อย่างนี้ น่าจะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Troy Cheatsuchalotto นะเพื่อน  ไม่เอาน่า  ทำท่าให้ถูกดีกว่า นายน่าจะลองซื้อวิดีโอ "to the extreme" มาดูวิธีเล่นที่ถูกนะ" (to the extreme เป็นวิดีโอที่เรย์ทำขาย - webmaster) ทรอยตอบมาว่า "ข้าไม่ซื้อวิดีโอห่วยๆอย่างนั้นหรอก"


หน้าถัดไป