เกร็ดการบริหาร โดยเฟล็ก  วีลเลอร์

เกร็ดการบริหารของเฟล็ก  วีลเลอร์ แชมป์อาโนลล์คลาสิค

flex11.jpg

flex13.jpg

 

      ปรัชญาในการบริหารของผมตอนนี้คือ พยายามให้ได้ผลมากที่สุด เท่าที่จะมากได้ และผมจะบริหารอย่างนี้ตลอดไป แม้เป็นช่วงไม่มีการแข่งขัน หรือเป็นช่วงเพื่อเตรียมตัวเข้าแข่งขัน เพราะการแข่งขัน เป็นเพียงแต่เราขึ้นไปโชว์ความพร้อมเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่า ทำให้กล้ามเนื้อหยุดการเจริญเติบโตแต่อย่างใด สำหรับการบริหารผมสนใจแต่เพียงว่า มีวิธีการไหนบ้าง ที่บริหารแล้วจะทำให้ผมใหญ่ขึ้น
      ในตอนที่ผมเตรียมตัวเพื่อเข้าแข่งขันรายการ กรังปรี ผมหนัก 247 ปอนด์ (112 กก.) อ้วนมากกว่ามาตรฐาน 2 เปอร์เซ็นต์ ผมก็ยังคงบริหารอย่างหนักอยู่ต่อไป ผมรู้ดีว่า เมื่อผมอ้วนขึ้น เส้นใยกล้ามเนื้อก็จะไม่มีรายละเอียด นักเพาะกายบางคนจะรู้สึกเหนื่อย หรืออ่อนล้าก่อนเช้าแข่งขัน สำหรับผม ไม่เคยมีปัญหาแบบนี้ แน่นอนคนเราย่อมมีความแตกต่างกัน แต่ผมไม่มีปัญหาเรื่อง การลดน้ำหนักลงมาอยู่ในพิกัด เมื่อเข้าแข่งขันแต่อย่างใด
      ปัจจุบันผมบริหารกับ ชาร์ล กลาส (Charles  Glass)  เราพยายามหาวิธีการที่ดีที่สุด เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อของผมให้แข็งแกร่งขึ้น เรามีความคิดเหมือนกันว่า เวลาผ่านไปเท่าใด เราก็ยังคงบริหารแบบหนักๆ อยู่แบบนั้นตลอดไป เราพยายามคิดค้นการบริหาร ที่ไม่ทำให้ร่างกายเคยชิน ให้รู้สึกว่ามีความแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา เขาดูแลการฟิตซ้อมของผมเป็นอย่างดี และเราก็เข้ากันได้ดี หากวันใด ที่ผมบริหารแล้ว เขารู้สึกว่าได้ผลไม่ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ แล้วละก็ เขาจะให้ผมบริหารใหม่ทันที ทุกส่วนของร่างกายที่ผมบริหาร ต้องได้ผลเต็มที่ ไม่มีส่วนใดของร่างกาย ที่ผมบริหารแล้วไม่รู้สึกตึง เมื่อวันเข้าแข่งขันใกล้จะมาถึง ก็จะมีเหมือนกันที่ผมรู้สึกเบื่อ นักเพาะกายทุกคนจะเป็นแบบนี้ หรือบางทีผมอ่อนล้าเกินไปที่จะบริหาร ไม่สามารถใช้อุปกรณ์ ที่มีน้ำหนักมากๆได้ แต่สิ่งหนึ่งคือ ความแข็งแกร่ง และการทำให้กล้ามเนื้อตึงของผม ก็ยังคง 100 เปอร์เซ็นต์ เต็มเหมือนเดิม  ผมคิดว่าเมื่อเราบริหารร่างกาย ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับ การทำให้ร่างกายแข็งแกร่งอีกแล้ว  การเพาะกายคือ กระบวนการ ที่จะทำให้กล้ามเนื้อคุณใหญ่นั่นเอง คุณทำให้กล้ามเนื้อตึง แข็งแกร่งมากเท่าใด คุณก็มีความก้าวหน้ามากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะบริหารโดยใช้อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมากๆ หรือน้อยๆ การทำให้กล้ามเนื้อตึงถือว่ามีความสำคัญมาก

      ภาพข้างบน เฟล็กสมัยแรกๆ ด้วยความมุมานะ ทำให้เขา มีมัดกล้ามใหญ่โต แต่ยังขาดความคมชัด จนกระทั่งได้รับ การเคี่ยวเข็ญอย่างหนัก   ทำให้ตอนนี้ กล้ามเนื้อเขาไร้ที่ติจริงๆ   ดังภาพด้านขวานี้
      มีหลายคนบอกว่าผมบริหารเหมือนคนบ้า คือผมไม่หยุดพักเลย แม้ว่าตารางการบริหารของผม จะเป็นแบบบริหาร 4 วันหยุดพัก 1 วัน แต่จริงๆแล้ว ผมไม่หยุดพักตามตารางการบริหารแต่อย่างใด  ในวันหยุดพักผมจะทบทวนการบริหารอีกครั้ง หรือเห็นว่า ส่วนใดของร่างกาย ที่ต้องการบริหารเพิ่มมากเป็นพิเศษ ผมจะนำมาบริหารอีกครั้งในวันหยุดพักตามตารางการบริหาร  ผมจะบริหารจนกระทั่ง รู้สึกว่าร่างกายของผม ไม่สามารถทนต่อไปได้แล้ว ผมจึงหยุด  ผมบริหารแบบนี้มานานพอดู และตอนนี้ผมคิดว่า ผมทำถูกต้องแล้ว ต่อมาผมคิดได้ว่า ในวันหยุดพักตามตารางการบริหาร ผมควรจะเที่ยวไปตามโรงยิมอื่นๆมากกว่า อาจจะไปพบใคร เพื่อนใหม่ หรือบางครั้งก็บริหารในสถานที่แปลกๆ กับอุปกรณ์เบาๆบ้าง อาจจะได้บรรยากาศที่แปลกดีเช่นกัน ผมจะบริหารอยู่ตลอดเวลา หายใจเป็นการเพาะกายไปแล้ว การไปพักผ่อนหรือหาความสุข ตามสถานบันเทิงไม่ใช่เรื่องที่น่าสนใจสำหรับผม จนเหมือนจะพูดได้ว่า ผมก็อยู่หลับนอนอาศัยในโรงยิมนั่นเอง ดังนั้นในวันหยุดพักตามตารางการบริหาร ก็เหมือนกับไม่หยุดพักนั่นเอง
      ผมชอบที่จะบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆวันละ 2 ครั้ง วันแรกจะบริหารอก กับกล้ามไบเซบ  วันที่สองจะบริหารกล้ามเนื้อขา  วันที่สามจะบริหารกล้ามไทรเซบ และไหล่  วันที่สี่จะบริหารกล้ามเนื้อหลัง  โดยมีชาร์ล ครูฝึกดูแลการฝึกให้ และเขามักจะนำท่าบริหาร หรืออุปกรณ์แปลกๆ มาให้ผมทดลองบริหารเสมอ เขาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารให้ผมใหม่ทั้งหมด ทั้งท่าบริหาร น้ำหนักอุปกรณ์ อุปกรณ์  ผมรู้สึกว่าชาร์ล เป็นนักประดิษฐ์ที่สร้างสรรค์คนหนึ่ง เขาบอกกับผมตอนหนึ่ง ขณะบริหารว่า "ผมเพียงแต่ต้องการ ให้คุณทดลอง หากว่าไม่ได้ผล เราก็จะหยุด ไม่ต้องบริหารต่อไป แต่เรายังหาวิธีกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยวิธีการใหม่ๆต่อไป"
      สำหรับการบริหารของผมนั้น ผมไม่เคยบริหาร โดยใช้น้ำหนักมากๆ และจำนวนครั้งน้อยๆ เลย ผมทำสิ่งตรงกันข้าม คือผมจะบริหารด้วยน้ำหนักมากๆ และจำนวนครั้งมากๆแทน อาทิเช่นหากผมจะบริหารท่าจำพวก incline ด้วยอุปกรณ์หนัก 405 ปอนด์ (184 กก.) ชาร์ลไม่เพียงแต่ให้ผมบริหารให้ครบ 10 ครั้ง ซึ่งผมก็ทำเป็นปกติอยู่แล้ว แต่เขายังบอกให้ผมบริหารให้มีจำนวนครั้ง ให้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ด้วย ซึ่งหมายความว่าผมต้องบริหารถึง 12 - 15 ครั้งทีเดียว  และผมไม่เคยบริหารแบบช้าๆ นี่เป็นลักษณะเฉพาะตัวของผมทุกเซทที่ผมบริหาร
      ตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่ผมหันมาเน้นเป็นพิเศษ คือการบีบกล้ามเนื้อหรือเบ่งกล้ามเนื้อ ซึ่งจะสำคัญมากเมื่อตอนขึ้นเวทีประกวด เพราะนักเพาะกายทุกคน ต้องพยายามโชว์กล้ามเนื้อ ให้กรรมการเห็นถึงความสมบูรณ์ของกล้ามเนื้อ  ผมให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้มาก ในตอนนี้ ชาร์ลแนะนำให้ผมลองฝึกโดยทำช้าๆ เขาบอกว่า เบ่ง! เบ่ง! เบ่ง! เข้าไป ทำให้รู้สึกว่ากล้ามเนื้อแทบปริเลยทีเดียว ซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับผมเช่นกัน เพราะผมไม่เคยทำมาก่อน แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีและเป็นสิ่งใหม่สำหรับผม ผมใหญ่ขึ้นสำหรับการประกวด ผมต้องการโชว์ให้กรรมการเห็นว่า ผมก้าวหน้าขึ้น ใหญ่ขึ้น การทำแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น อยากบริหารมากขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนแปลง และเป็นเรื่องใหม่ สำหรับผมอีกอย่างหนึ่งคือ การบริหารกับเครื่องอุปกรณ์ strength seated press machine คุณจะบริหารโดย นั่งบนเครื่องอุปกรณ์ และพยายามผลักอุปกรณ์ขึ้น หรือเครื่องอุปกรณ์ flat bench machine จะทำให้คุณ เข้าถึงอารมณ์การบริหาร ได้ดีกว่าคุณใช้เบาะแบบฟรีเวท  การบริหารกล้ามเนื้อหลังด้วยอุปกรณ์ seated pulldown machine สามารถทำให้คุณ เปิดแขนออกไปได้กว้างตามที่ต้องการ และสามารถเน้นกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น  ผมยังใช้อุปกรณ์บริหารกล้ามเนื้อไหล่ ที่แตกต่างกันอีกสองแบบด้วย ซึ่งสามารถทำให้ผม บริหารได้หลากหลายมากขึ้น และทำมุมต่างๆได้มากขึ้น ทำให้เกิดคามหลากหลายในการบริหาร ชาร์ลยังบอกให้ผม ทำสิ่งแปลกใหม่อีกหลายเรื่อง อาทิ เมื่อบริหารกับเครื่อง benchpress machine ปกติผมบริหารจำนวน 7 ครั้งอยู่แล้ว แต่เขาบอกให้เพิ่มน้ำหนักของอุปกรณ์ให้มากขึ้นอีก สำหรับการบริหารกล้ามเนื้อขา เขาจะให้ผม อยู่ในท่าตรงกันข้ามกับท่าบริหารปกติของอุปกรณ์ hack machine  ดังนั้นเมื่อบริหารท่านี้ จึงเหมือนกับการบริหารท่า sisy squats  ส่วนในการบริหารท่า reverse pulldowns ชาร์ลจะให้ผมนอนคว่ำหน้า บนเบาะแบบราบ ให้บาร์เบลล์อยู่ใต้เบาะ แล้วยกอุปกรณ์ขึ้นบริหาร  มีท่าบริหารแปลกๆอีกหลายท่า หลายแบบที่ผมจำไม่ได้เพราะมันหลากหลายเหลือเกิน


- end -