กรณีศึกษาเรื่องคนสูงอายุ หมายเลข 1

ชื่อบทความ - ชีวิตสามารถดีขึ้นได้ ทุกๆช่วงอายุ

colda1.jpg

            จิม  สคอดาโต อาจไม่มีวันนี้ก็ได้ หากเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ลูกสาวของเขา ไม่นั่งถกปัญหาสำคัญกับเขาอย่างจริงจัง ทำไมน่ะหรือ ก็ด้วยวัย 58 ปี ที่ต้องทรมาน ด้วยโรคไขข้ออักเสบ โรคหัวใจ น้ำหนักเพิ่มผิดปกติ ที่พร้อมกันประดังเข้ามาหาจิม จนแม้แต่บริษัทประกันชีวิต ก็ปฏิเสธที่จะรับเขาเป็นลูกค้าแล้ว จิมผู้เป็นเจ้าของภัตตาคารถึงสองแห่ง  คิดว่าสิ่งที่เขาต้องการจริงๆในชีวิต คือขอตายให้พ้นจากความทรมาน  แต่หารู้ไม่ว่า เขาทุกข์ทรมาน เพราะทำจิตใจตัวเอง ให้หดหู่ต่างหาก
            ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ตอนที่จิมอายุ 24 ปี เขาย้ายครอบครัวจากนิวเจอซี่ มาอยู่อลิโซนา แล้วมาเปิดภัตตาคารแห่งแรกที่นี่ ต่อมา ก็เปิดแห่งที่สองเพราะ ภัตตาคารแห่งแรก ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี  และแล้วสูตรสำเร็จของโรคภัยก็มาหา เมื่อลักษณะอาชีพนี้ เอื้อให้กิน ,ดื่ม และนั่งติดต่อกันหลายชั่วโมง แล้วยิ่งดื่มหนักมาก ตอนที่ร้านใกล้ปิดในแต่ละวัน  ธุรกิจของจิมโตขึ้นพร้อมกับน้ำหนักของเขา  เพราะมันวิ่งขึ้นไปถึง 111 กก. ในความสูง 170 ซม. และมันมีผลต่อสภาพจิตใจ โดยดูได้จากการที่ จิมมักจะหยาบคายกับลูกค้า อย่างรุนแรงหลายครั้ง จนลูกเต้าของจิมลงมติกันว่า จะกันจิมออกไปจากร้าน ในตอนที่ร้านเปิดขายอยู่  จึงเห็นได้ว่าด้วยสุขภาพ และสภาพจิตใจอันย่ำแย่ของเขา จิมควรที่จะยกธุรกิจให้ลูกคนใดคนหนึ่ง รับช่วงทำต่อได้แล้ว
            แต่แล้วด้วยความพยายามอย่างจริงจัง ของแพทริเซียลูกสาวคนหนึ่งของจิม  ที่ต้องการให้จิมสลัดอารมณ์ที่ขุ่นมัวทิ้งไปบ้าง ซึ่งวิธีดีที่สุดคือการออกกำลังกาย จิมไม่เชื่อเท่าไร แต่ก็ด้วยความขึงขังของลูกสาว จิมผู้ดื้อด้านจึงต้องยอมจำนน และเข้ารับการบริหารที่ยิมใกล้บ้าน  ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของจิม ที่ได้สัมผัสลูกเหล็ก เขา ทั้งดึง ทั้งยก ทั้งลาก ลูกน้ำหนักด้วยความทรมานจริงๆ แต่ก็ยังไม่ท้อถอย และจิมเริ่มใช้โปรแกรมลดน้ำหนัก ควบคู่ไปกับขอคำปรึกษา ด้านโภชนาการที่ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจะได้แน่ใจว่าเขารับโปรตีน และคาร์โบไฮเดรต มากขึ้นจากอาหารที่รับประทาน และตัดไขมันออกไปให้มากที่สุด อีกทั้งเลิกกินอาหารที่ทำจาก แป้งขาวและอาหารขยะ (Fast Food) ทั้งหลาย อาหารหลักของจิมคือ เนื้อและปลาที่ทำสุกแล้ว เมื่อจิมทำเช่นนี้นานเข้า  น้ำหนักก็ลดลงไปเหลือ 76 กก. และสภาพจิตใจดีขึ้นมาก จิมบอกว่า "ถ้าคุณผู้อ่าน ต้องการเปลี่ยนการใช้ชีวิต มาเหมือนเขา ขอให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในด้านอาหาร และการออกกำลังกาย จะเป็นการดี
            พอถึงอายุ 60 ปี จิมจ้างครูฝึกส่วนตัว ชื่อ ทอม  มาติเนลลิ เพื่อสอนวิธีสร้างมัดกล้ามเนื้อ ด้วยลูกน้ำหนัก  ซึ่งจิมปฏิบัติตามคำแนะนำของทอม อย่างจริงจัง นั่นคือฝึก 4 คาบต่อสัปดาห์ คาบละ 3 ชั่วโมง ในแต่ละเซท จะทำ 6 - 12 ครั้ง อีกทั้งจิมไม่ขีดวงจำกัดว่า จะต้องออกกำลังเฉพาะในยิมเท่านั้น เขานำมันมาทำที่บ้านด้วย โดยการปั่นจักรยานกับที่ แทนที่จะเสียเวลาอยู่กับหลานๆ เป็นเวลานานๆโดยเปล่าประโยชน์ จิมไม่ถือว่า การปั่นจักรยานอยู่กับที่เป็นการออกกำลังกาย แต่ถือว่าเป็นการทำงานอดิเรกต่างหาก บางโอกาสเขาก็เปลี่ยนไปใช้เครื่องมืออื่นบ้าง เช่น อุปกรณ์เลียนแบบการปีนเขา (Machine Climbing)
            เมื่ออายุ 70 ปี น้ำหนักจิมเป็น 81 กก. ซึ่งเท่ากับน้ำหนักตอนอายุ 18 ปีของเขา เขาสกัดเอาเอวออกไป จนเหลือ 35 นิ้ว และเพิ่มกล้ามเนื้อให้หน้าอก จนได้ 46 นิ้ว  เป็นสภาพที่ไม่มีใครเคยเห็น เมื่อ 12 ปีก่อนหน้านี้ จริงอยู่แม้โรคข้อต่ออักเสบ จะยังไม่หายขาด แต่ว่าหลังจากจิม เริ่มการบริหารด้วยลูกน้ำหนัก โรคภัยไข้เจ็บก็แทบไม่มีผลแล้ว เพราะจิมได้ความยืดหยุ่น ที่ข้อต่อของ มือ คอ และหลัง กลับคืนมาแล้ว
            มีเรื่องอะไรที่ทำให้จิม เสียใจไหม? คำตอบคือ มีอยู่เรื่องเดียว..... นั่นคือทำไมเขา ปล่อยเวลาให้เนิ่นนาน กว่าที่จะเปลี่ยนมาใช้ชีวิตดีๆแบบนี้ เขายังคิดเล่นๆว่า เขาเริ่มยกลูกน้ำหนักตอนอายุกว่า 60 ปีแล้ว ยังได้ผลดีขนาดนี้ อะไรจะเกิดขึ้นถ้าเขา เริ่มต้นให้เร็วกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตาม "เริ่มช้าก็ยังดีกว่า ไม่ได้เริ่มเลย" ผลของการออกกำลังกาย และการดูแลอาหารการกินที่ถูกต้อง ทำให้รสนิยมดีๆ และการมองโลกแบบท้าทาย กลับมาหาจิม นี่แหละ จิมเจ้าของภัตตาคารรุ่นเก๋า คือตัวอย่างที่พิสูจน์ว่า การออกกำลังกายอย่างจริงจัง และโภชนาการที่เยี่ยม นำพาความแข็งแกร่ง และความกระฉับกระเฉงมาสู่ชีวิต


- end -