กรณีศึกษาเรื่องความอ้วน หมายเลข 1

ชื่อบทความ - ตั้งเป้าหมายเล็กๆ และเป็นไปได้

โดย แพทตี้  แชรนท์

cfata1.jpg

          เพื่อนๆ และครอบครัว ต่างตั้งสมญานามให้ฉันว่า "ยายอ้วนม่อต้อ" เพราะฉันสูงแค่ 152.5 เซนติเมตร แล้วยังอ้วนอีกด้วย น้ำหนักฉันคงอยู่ที่ 78 กก.มาโดยตลอด ความจริงฉันก็ไม่ได้อยู่เฉยหรอกนะ ฉันลองวิธีที่เขาโฆษณากัน เกี่ยวกับ อาหารที่ลดน้ำหนักเร็ว และได้ผล ที่ใครๆเห็นโฆษณาแล้ว ต่างก็คิดว่า นี่แหละคือหนทางการลดน้ำหนักที่เป็นไปได้  ปรากฏว่าอาหารแฟชั่นแบบนี้ ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น เหมือนกับที่เขาโฆษณาเลย
          ขอเล่าประวัติเล็กน้อยนะคะ ฉันไม่ได้อ้วนมาแต่เกิดหรอก มันเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ.2538 ตอนที่ฉันย้ายตามสามี ไปอยู่เมือง ที่ไกลจากบ้านเกิดฉันถึง 1,280 กก. ทำใจยากน่าดูเลยเพราะว่า ฉันไม่เคยต้องห่างจากครอบครัวใหญ่ของฉันมาก่อน เมื่อไปอยู่ที่ใหม่แล้ว รู้สึกเหงามาก และตอนนี้เอง ที่ปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวเริ่มเข้ามา  เวลาทั้งหมดของฉัน ถูกใช้ไปกับการทำงานในที่ทำงาน พอกลับบ้านก็ เลี้ยงลูก ดูทีวี โทรศัพท์ แล้วก็หาอะไรทาน วนเวียนอยู่เช่นนี้ ฉันว่ามันง่ายดี ที่จะหาอาหาร fast food มาแก้หิว ไม่ต้องสนใจอะไรอื่น
ภาวะวิกฤต และการตัดสินใจ
          ฉันเริ่มรู้สึกตัวเอาเมื่อปี 2541 ความนับถือตัวเองเหลือน้อยเต็มที ไม่เพียงแต่รู้ตัวว่า ฉันเศร้าสร้อย โดดเดี่ยว และอ้วนเท่านั้น ฉันพบว่ามัน มีผลต่อชีวิตการแต่งงานด้วย ฉันจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะต้องจัดการกับความอ้วนให้ได้ ความจริงฉันมีของดีอยู่ใกล้ตัวแท้ๆ นั่นคือโจ สามีของฉันเอง เพราะเขาออกกำลังกาย ด้วยการเพาะกายมาถึง 12 ปีแล้ว เขารู้แทบทุกอย่างเกี่ยวกับ โภชนาการ และการยกน้ำหนัก งานอดิเรกของโจ คือการเพาะกาย และการปั่นจักรยานขึ้นเขา ฉันเลยคิดว่าบางที การทำสิ่งต่างๆที่โจทำ อาจจะช่วยแก้ปัญหาให้ฉันได้ และยังทำให้เรา ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นด้วย จะว่าไปแล้ว ก่อนหน้านี้ ฉันขอคำแนะนำเขาเรื่องโภชนาการเสมอๆ แต่ทำไปได้ไม่นาน ฉันก็เป็นฝ่ายเบื่อ และเลิกไปเอง แต่มาถึงตอนนี้ ฉันมีแรงจูงใจมากๆ เพราะต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง ไปในทางที่ดีขึ้น
          โจแนะนำให้ฉันเริ่มต้นอย่างช้าๆ อย่าใจร้อน แบ่งเป้าหมาย คือการลดน้ำหนักนั้น ให้เป็นเป้าหมายย่อยๆ  เริ่มต้นด้วยการ ปั่นจักรยานอยู่กับที่ ครั้งละ 20 นาที วันละสองครั้ง จากนั้นก็เพิ่มตารางการฝึก ด้วยลูกน้ำหนักเบาๆ บริหารเฉพาะหน้าท้อง และต้นขา วันละ 1 ครั้ง ผลออกมาปรากฏว่า ดีกว่าที่ฉันเคยใช้อาหารโฆษณาเสียอีก ความนับถือตัวเอง เริ่มกลับมาอีกครั้ง เพราะใช้เวลาไม่กี่เดือน ฉันก็สามารถ เปลี่ยนจากการใส่เสื้อ ขนาด14 ลงมาเหลือขนาด 9 ได้ ทั้งลูกค้า และเพื่อนของฉัน เฝ้าแต่ถาม เคล็ดลับการลดความอ้วนของฉัน อยู่ตลอดเวลา
          หลังจากใช้โปรแกรมการลดน้ำหนัก มาได้ 3 เดือนแล้ว ตอนนี้ฉันก็พร้อมที่จะ ก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น โดยเริ่มการปั่นจักรยานขึ้นเขา และไปฝึกที่ โกลด์ยิม โรงยิมที่โจไปบ่อยๆนั่นเอง เรานัดกันหลังเลิกงาน เพื่อพาลูกๆไปรอที่ฝากเลี้ยงเด็กชั่วคราว จากนั้นก็ไปโรงยิมพร้อมกัน  การที่มีโจ ก็คือการมีคู่ฝึก ที่เยี่ยมยอดอยู่ข้างตัว เพราะวันไหนที่ฉันเบื่อๆ เขาก็จะเป็นคนกระตุ้น ให้เกิดไฟในการออกกำลังอีก  ตอนนี้ตารางฝึกประจำวันของฉันคือ ปั่นจักรยานอยู่กับที่ และฝึกหน้าท้อง เป็นเวลา 30 นาทีทุกเช้า ส่วนการเพาะกาย ฉันจะฝึกอาทิตย์ละ 5 วันติดต่อกัน แล้วหยุด 2 วัน  สำหรับปั่นจักรยานภูเขา ก็จะไปให้ได้ 16 - 24 กก. อาทิตย์ละ 1 - 2 ครั้ง แล้วแต่ดินฟ้าอากาศจะเป็นใจหรือเปล่า
สนุกสนานไปกับการออกกำลังกาย
          สูตรโภชนาการ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และลดไขมันของฉัน ที่ใช้ตอนนี้คือ แบ่งแคลอรี่ที่รับเช้าไปออกเป็นเปอร์เซนต์  โดยให้ได้รับจากโปรตีน เป็นจำนวน 60%  รับจากคาร์โบไฮเดรต 30 % และรับจากไขมัน 10%  รายการอาหารสำหรับโปรตีน ที่ฉันทานอยู่ ก็คือ ปลาทูน่า ,ไก่งวง ,โยเกิร์ต และเนย cottage  ส่วนคาร์โบไฮเดรต ก็จะเป็นพวกข้าว และพาสต้า  หลังจากเริ่มเพาะกายได้เพียงสองเดือน กล้ามเนื้อที่ห้อยๆตามที่ต่างๆ ก็เริ่มกระชับขึ้น และไขมันก็ลดลงอีกด้วย
          ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้ ฉันใช้เวลาไป 9 เดือน ในการลดน้ำหนักจาก 78 กก. มาเหลือ 53 กก. ทรวงอกลดลง 6 นิ้ว เอวลดไปได้ 8 นิ้ว และสะโพกลดลงไป 10 นิ้ว ใส่เสื้อผ้าอะไรก็ดูดีไปหมด ไม่เชื่อก็ถามสามีฉันได้เลย  ฉันรู้สึกสนุกสนานไปกับการออกกำลังกาย และไม่ปล่อยให้อารมณ์หดหู่ เหลือปล่อยเวลาให้ไร้ค่าไปวันๆ เหมือนอย่างที่ฉันเคยเป็นมาก่อน คำแนะนำของฉันน่ะหรือ ก็คือถึงเวลาที่คุณ ควรจะตระหนักได้แล้วว่า หนทางแห่งชีวิตที่มีความสุข คือการออกกำลังกาย และดูแลโภชนาการให้ดีค่ะ


- end -