จ่ายตลาดกับ ฌอน  เรย์


อธิบาย - บทความนี้ มาจากนิตยสารสเตร็งธ์  แอนด์ เฮ็ลธ์ ฉบับที่ 3 ปีที่ 1 แปลโดย ม.ล.ตวง   สนิทวงศ์ ผมเห็นว่าได้ประโยชน์มาก จึงขออนุญาต นำมาลงไว้ เพื่อให้เพื่อนๆได้ศึกษาครับ


จ่ายตลาดกับฌอน เรย์


       ท่านกำลังพุ่งเข้าสู่การเพาะกายอย่างเต็มตัวแล้ว ท่านพยายามเขมือบ ความรู้พร้อมๆกับ อาหารหลัก และอาหารเสริม เท่าที่สามารถ จะกลืนเข้าไปได้ ท่านก็เขยิบขึ้นไป อีกขั้นหนึ่ง แต่ก็ไม่แน่ใจเท่าใดนัก ว่าเท่าที่ทำไปนั้น ท่านทำถูกต้องแล้วหรือยัง
       ผมพนันได้ว่า คุณจะต้องใช้เวลา อีกสักพักหนึ่ง กว่าที่จะหาทาง ที่ถูกต้องได้ว่า อะไรที่จะเหมาะที่สุด สำหรับตัวคุณเอง ไม่ว่าจะเป็น ทางด้าน การรับประทานอาหาร หรือทางด้าน การฝึกเพาะกาย   สำหรับผมเองนั้น ผมไม่ได้มีระบบย่อย ที่เปลี่ยนอาหาร ให้เป็นกล้ามเนื้อที่ดีที่สุด หรือเร็วที่สุดหรอก (fast metabolism)  แต่ผมเป็น คนที่ตั้งใจจริง และเป็นคนที่มี ระเบียบวินัยเคร่งครัด และผมก็เหมือนๆกับคนอื่นๆ ที่ผม เคยได้แนะนำเขาไป ก็ได้รับความสำเร็จ กับอาหารที่จัดพิเศษ ที่ผมได้พัฒนาขึ้นมาเอง ภายในระยะเวลาเป็นปีๆ ซึ่งผมคิดว่า ผมจะมาเผยไต๋กัน อย่างโจ๋งครึ่มในครั้งนี้ ว่ากันตั้งแต่เดินเข้า ซูเปอร์มาเกต ไปจนถึงโต๊ะอาหารกันเลยทีเดียว
       แล้วที่สำคัญ ที่ผมจะบอกให้ คือ ผมไปจ่ายตลาดเอง และก็ทำอาหารเองซะด้วย ถือว่า เป็นส่วนหนึ่ง ของงานในอาชีพ ของคนเพาะกาย นอกจากนั้น ยังทำให้รู้สึก ต้องรับผิดชอบ ในความสำเร็จ หรือการผิดพลาด อยู่ที่ตัวเองแต่ผู้เดียว
       จะไปโทษใครก็ไม่ได้ว่าไม่เตรียมอาหาร"ที่ถูกต้อง"ให้ หรือว่า เตรียมให้ไม่พอกิน หรือทำผิดแบบอย่างก็ตาม นี่ล่ะที่ผมชอบล่ะ และเป็นเหตุผล อีกเช่นกัน  ที่ผมจะต้องทำ เพียงคนเดียว ก่อนที่จะเข้าสู่การแข่งขันทุกครั้ง
เชื้อเพลิงสำหรับกล้ามเนื้อ
       ผมมักจะออกไปช๊อปปิ้งใหญ่สัปดาห์ละครั้ง และก็อาจจะแวบไป อีกครั้งหนึ่ง ภายในอาทิตย์นั้น เพื่อซื้อของสด หรือว่าซื้อเติมของที่หมดไป รายการอาหารของผม และของที่เกี่ยวกับ การปรุงอาหาร ซึ่งควร ที่จะต้องเป็นอย่างนี้
       ผลไม้และพืชผัก  แอสแปแรกัส (หน่อไม้ฝรั่ง) ,บร๊อกโกลี่ ,ข้าวโพด ,แคร๊อต ,ผักกาดหอม ,หัวหอม ,พริกไทยสด ,แอปเปิล ,สตอเบอรี่ ,กล้วยหอม ,แยม และมันฝรั่งอบ
       เนื้อสด กับ ปลา  ปอร์เตอร์เฮ้าส์ (เสือร้องไห้) ,เนื้อสันนอกบด ,เนื้ออกไก่งวง , เนื้ออกไก่ , และปลาสด
       อาหารหมวดโปรตีนอื่นๆ  ไข่(จำนวนมากๆ) ,ปลาทูน่ากระป๋อง (ชนิดแช่น้ำ)
       อาหารหมวดคาร์โบไฮเดรต  ข้าวซ้อมมือ ,ข้าวขาว ,แป้ง (สปาเกตตี้) ,ข้าวโอ๊ต ,อาหารเด็ก (มีหลายรส หรือ ผลไม้บดไม่เจือ น้ำตาล บรรจุกระป๋อง หรือขวด) ,ขนมปัง ,แป้งสาลี
       หมวดขนมนมเนย  นมเปรี้ยวไร้ไขมัน (มีหลายรส) ,เนยแข็งอเมริกัน และสวิส
       หมวดอื่นๆ  ไดเอ็ด แฮมเบอร์เกอร์ (ไร้ไขมัน) ,น้ำแร่ ,กระเทียม และหัวหอมสับ ,พริกไทยดำ (เครื่องเทศพวกนี้ ไม่ได้ใช้จนหมด หรือต้องไปซื้อ ทุกสัปดาห์ แต่ก็ใช้เป็นประจำ)
       ขนาดที่ใช้ จะไม่เหมือนกันทุกครั้งไป ไม่เหมือนกับผลไม้บางชนิด ผัก และปลา แต่ท่านก็คงจะได้ความคิด ว่าจะใช้เท่าใด เมื่อท่านได้เห็น เมนูประจำวันที่ผมจัด
โภชนาการของผม
       ผมมีความเชื่อมั่น ถึงคุณค่าในการที่จะบำรุงรักษาร่างกาย และกล้ามเนื้อ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องจัด ให้มีทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ต้องการเพื่อสุขภาพ และการเติบโต หมายถึง จะต้องรับประทานให้ได้ทุก 3 - 3.5 ชม. วันละ 5 มื้อ (และแถมพิเศษอีกมื้อหนึ่ง ถ้าผมต้องการ จะเสริมเข้าไป) ทานแบบนี้ ตลอดทั้งปี ดื่มน้ำบริสุทธิ์ให้มาก
โภชนาการแต่ละวัน นอกฤดูการแข่งขัน จัดตามอย่างที่จะเสนอให้เห็นนี้
       6.00 น. การรับประทานอาหาร เริ่มด้วยไข่เจียว ที่ใช้ไข่ 8 ใบ ทอดด้วยน้ำมันพืช ใส่ในกระทะน้อยหน่อย ใช้ไข่แดงเพียงสองฟอง ใส่หัวหอมสับ ปนพริกไทย ประมาณครึ่งถ้วยตวง ,เนยแข็ง 1 - 2 ออนซ์ ,ข้าวขาวสุกสองถ้วย  ผมมีขนมแป้งสาลีปิ้งอีกสองแผ่น ,กาแฟถ้วยหนึ่ง ,น้ำแก้วหนึ่ง และรวมทั้งอาหารเสริม ประเภทวิตามินรวม ของผมด้วย
       แม้ว่าจะไม่ค่อยนับ แครอลี่ หรือว่าโปรตีน จะหนักกี่กรัม คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เท่าใดก็ตาม ผมทราบว่า ท่านผู้อ่านหลายๆคน คงจะสนใจว่า เป็นจำนวนเท่าไรกันแน่  ผมจึงไปถามเดฟ   โลเปส ซึ่งเป็นผู้อำนวยการ โภชนาการที่ สถานบำรุงสุขภาพ และฟิตเนส ไวเดอร์  เพื่อให้คำนวณ อาหารพวกนี้ออกมาให้ด้วย  เขาก็ตอบมาว่า มี 852 แครอลี่ ,โปรตีน 50 กรัม ,คาร์โบไฮเดรต 110 กรัม ,และไขมัน 20 กรัม
       8.00 น. ก่อนที่จะออกกำลังกาย ผมจะทานอะมิโนอย่างธรรมดา และอย่างมีผลต่อเนื่อง ซึ่งบรรจุในแคปซูลอย่างละ 5 เม็ด แล้วจึงออกกำลัง ประมาณ 1 - 1.5 ชั่วโมง ในระหว่างการฝึก ก็จะดื่มน้ำมากสม่ำเสมอ และก็กลับบ้าน มาทานอาหารมื้อที่สอง ที่บ้าน ประมาณเวลา 10 - 10.30 น. คราวนี้ก็มี อกไก่สองอกแบบไม่มีหนังติด (จะเป็นแบบต้มหรือย่าง) ใช้เนยเทียมไร้ไขมัน มันฝรั่ง หรือมันเทศขนาดกลาง หรือใหญ่หนึ่งหัว และผัก 2 - 3 ถ้วย (ธรรมดาจะเป็น บร๊อกโคลี่ ,แอสแปแรกัส ,แครอต  และข้าวโพด มีเนยเทียมใส่นิดหน่อย)  น้ำมากๆ เป็นเครื่องดื่มประจำ อาหารมื้อนี้มี 940 แครอลี่ โปรตีน 122 กรัม คาร์โบไฮเดรต 82 กรัม และไขมัน 14 กรัม
       เมื่อถึงเวลาประมาณ บ่ายโมง ผมรับประทาน เนื้อสันนอกบด ครึ่งปอนด์ สุกทั่ว และผสมกับหัวหอม พริกไทย เนยเทียมนิดหน่อย และสปาเกตตี 1 ถ้วย (ก่อนต้มหนัก 4 - 6 ออนซ์) เป็นครั้งคราว  ผมอาจจะเหยาะ ซอสมะเขือเทศลงไปบ้าง หรือเนยแข็งพาร์เมซัน ก็ได้นิดหน่อย  และเหมือนเดิม คือจบลงด้วย ทานน้ำเปล่าบริสุทธิ์มากๆ  มื้อนี้แคลอรี่ขึ้นถึง 818 แคลอรี่ มีโปรตีน 88 กรัม คาร์โบไฮเดรต 55 กรัม และไขมัน 25 กรัม
       อาหารมื้อที่ 4 เวลาประมาณ 16.30 น. เป็นสลัดปลาทูน่า (ปลาทูน่ากระป๋อง ชนิดแช่ในน้ำ  หนัก 9 ออนซ์) มีทั้งผักกาดหอม และผลไม้รองก้นจาน (ลูกแพร์ ,สับปะรด ,สตอเบอรี่ ,หรือมีผลกีวี และแครอต) เอาวางไว้ข้างจานก็ได้    และเพื่อแทนปลา ผมใช้ไข่ต้ม 3 ฟอง มันฝรั่งอบ และก็น้ำชาใส่น้ำแข็ง   สำหรับการปรุงรสนั้น ผมใส่เพียงมะนาว หรือน้ำส้มสายชูและพริกไทย ทั้งหมดนี้ก็รวมได้ 983 แคลอี่ มีโปรตีน 91 กรัม ,คาร์โบไฮเดรต 128 กรัม และไขมัน 14 กรัม
       ผมจะกลับไปที่ยิม แม้ว่าจะ ไม่ได้เป็นฤดูกาลแข่งขันก็ตาม  ไปออกแรงเสริมต้นขาบ้าง หรือไม่ก็ขี่จักรยาน ถ้าเผื่อรู้สึกอยากออกกำลัง ก็จะอยู่ที่นั่น ถึง 17 - 17.30 น.  และไม่ว่าผม จะออกกำลังหรือไม่ก็ตาม ผมจะรับประทาน อีกมื้อหนึ่งเวลา 19.00 น. คราวนี้เป็น อกไก่งวงต้มสองอก (น้ำหนัก 8 ออนซ์) มีข้าวซ้อมมือ หุงแล้ว 2 ถ้วย
       และก็แถมด้วย ผักต้มอีกหนึ่งถ้วยครึ่ง มีเนยเทียมวางไว้ ให้ละลายบนข้าว และเนื้อไก่งวงพอสมควร เพื่อให้เกิดรสชาดขึ้นบ้าง  และแน่นอนที่สุด เครื่องดื่มประจำ ก็คือน้ำบริสุทธิ์ สำหรับมื้อนี้จะมี 846 แคลอรี่ โปรตีน 85 กรัม ,คาร์โบไฮเดรต 114 กรัม และไขมันเพียง 5 กรัมเท่านั้น
       มื้อสุดท้ายของวันจะเป็นเวลา 22.00 น.(ถ้ายังไม่หลับ และมีความรู้สึกหิว) จะมีไข่เจียวใส่หอมใหญ่ และพริกหยวก  ใส่เฉพาะไข่ขาว ยี่สิบฟอง นำข้าวโอ๊ต ที่ยังไม่สุก(มาในกล่อง ไม่เป็นเม็ดข้าว แต่รูปร่างจะแบน เบาบาง) น้ำหนัก 2 ออนซ์ เสร็จแล้วนำเอา ผลไม้ปั่นของเด็กรับประทาน ราดหน้าลงไปประมาณ 4 - 6 ออนซ์ มื้อนี้จะมี 251 แครอรี่ มีโปรตีน 472 กรัม ,คาร์โบไฮเดรต 512 กรัม และไขมัน 78 กรัม นี่ล่ะ ที่ผมทาน และก็ได้ผลเสียด้วยสิครับ
       ไม่น่าเชื่อว่า สำหรับนักเพาะกายที่รับประทานอาหาร ถึงขนาดนี้ แต่ก็ยังน้ำหนัก อยู่ในระหว่าง 95 - 96 กก.อยู่ได้  แต่เชื่อผมเถอะ ผมพยายามทาน ให้น้อยลง แต่ก็ไม่ทำให้ น้ำหนักลดลงไปได้อีก ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านความคิด หรือทางน้ำหนักของร่างกายที่แท้จริงก็ตาม
ทำให้ง่ายขึ้นอีกหน่อย
       อาจจะเป็นการยาก สำหรับคุณ ในการที่จะรับประทาน อาหารแบบที่อธิบายมาให้ฟังแล้วข้างต้น เนื่องจาก น้อยคนที่สามารถ ที่จะเสียเงินเสียทอง มากมาย รวมทั้งเสียเวลา ในการที่จะปรุงอาหารดังกล่าว  แต่สำหรับพวก ที่ไม่สามารถจะ หุงหาอาหารได้ 6 มื้อ ภายใน หนึ่งวันได้ คุณก็ควร ที่จะต้องคิดหาทาง ปรุงอาหารหลายๆมื้อ ให้ได้ภายในครั้งเดียว
       ตัวอย่างเช่น ต้มมักกะโรนี หุงข้าว ต้มผัก ไว้ในครั้งเดียวกัน  อาจทำได้อย่างสะดวก เพื่อเก็บไว้กิน 6 มื้อได้  อบมันฝรั่ง หรือมันเทศ ในเตาไมโครเวฟ สักหัว หรือ 2 หัว และก็ย่าง หน้าอกไก่สักชิ้น 2 ชิ้น  คุณเพียง เปิดกระป๋องปลาทูน่า  เอาเนื้อปลา ออกมาล้างน้ำเสียหน่อย เพื่อให้ธาตุโซเดียมหลุดไป  แล้วใส่ลงไป บนข้าว หรือมักกะโรนีร้อนๆได้ทุกเมื่อ  แล้วก็ทาน ขนมปังแป้งสาลี และตามด้วย ผลไม้สด  ทำอย่างนี้ จะได้อาหาร ทุกหมวดหมู่ และธาตุอาหาร พอเพียงสำหรับ นักเพาะกายแล้ว
       อาหารหมวดนมเนย เป็นอาหารที่ ให้คุณค่าทางโภชนาการ อย่างมหาศาล  มีน้ำหนัก และไม่จำเป็นต้องปรุง หุง ทอดแต่อย่างใด ที่ทานได้ก็เป็นพวก นมที่ไม่มีไขมัน เนยแข็งที่ไม่มีไขมัน อาหารหมวดนี้ ช่วยในการ ทำให้เกิดดุล ระหว่าง แคลเซี่ยมกับฟอตฟอรัส  (ซึ่งสาเหตุที่ ไม่ได้ดุล ในครั้งแรก เพราะคุณอาจ รับประทานอาหาร ประเภทเนื้อมากเกินไป) ถึงอย่างไรก็ตาม ท่านก็จะต้องหา ทางหนึ่งทางใด ในอันที่จะ เก็บอาหารประเภทนี้ แช่ตู้เย็น จนกว่าจะใช้รับประทาน
       ถ้าท่านมีตู้เย็น หรือตู้เช่และ มีไฟฟ้าอยู่แล้ว ท่านก็สามารถ ดื่มเครื่องดื่ม ประเภทโปรตีนได้ ตอนกลางช่วงเช้า และกลางช่วงบ่าย นี่ก็เป็นหนทางที่ ถูกและง่ายที่สุด ที่ท่านจะบำรุงตัวเอง ด้วยโภชนาการ ที่เหมาะสม สำหรับผู้ที่กำลังเพาะกายอยู่
       ในอีกทางหนึ่ง ท่านก็จะสามารถ เตรียมอาหารให้มาก เพียงวันละครั้ง และก็สามารถที่จะ ทานไปได้ ตลอดทั้งวัน  รู้สึกว่า นักเพาะกาย จะเตรียมอาหาร กันแบบที่ว่านี้  แต่ถึงแม้ว่า จะเป็นหนทาง ที่ง่ายที่สุด แต่ก็เป็น งานที่น่าเบื่อหน่ายมากที่สุดเช่นกัน ก็คือการหุงหาอาหารนี่แหละ
       ท่านจะไม่มีทางพลาด หากท่านต้มไข่ และแกะแต่เฉพาะ ไข่ขาว มารับประทาน ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนแท้ ที่ราคา ไม่สู้จะแพงนัก และถ้าจะเพิ่ม ผลไม้สดลงไป สองสามชิ้น และเนื้อสัตว์ที่ไขมันต่ำ อีก 6 - 12 ออนซ์ (เช่นเนื้อบด ทำให้สุก ใส่น้ำมันพืช เล็กน้อย กดให้แน่น ขณะวางบน กระดาษ เพื่อให้ดูดน้ำมัน) หรือปลา  และ ข้าวซ้อมมือหรือข้าวขาว 1 - 1.5 ถ้วย (ข้าวสาร) หรือว่ามันฝรั่ง หรือมันเทศ ที่ได้ทำให้สุกไว้ก่อนแล้ว
       ถ้ามีปัญหาเรื่องเงิน ที่จะมาลงทุน ด้านอาหาร ก็มีทาง ที่จะหาสิ่งทดแทนได้ เช่นเลือกซื้อนมผง ที่ไม่มีไขมัน เป็นเครื่องดื่มประเภท โปรตีน ,มีสปาเกตี ที่มีโปรตีนผสมเห็ดโคน เนื้อสัตว์ราคาย่อมเยาก็มี อาหารทุกอย่าง ที่ติดราคาขาย แบบลดราคา มีอยู่ทั่วไป ทุกร้านสรรพสินค้า  รับประทานอาหาร ตามที่ผมกะไว้ให้ ก็ไม่ได้แพง จนเกินเหตุ ผมจ่ายเงิน ค่าอาหาร ประมาณวันละ 15 เหรียญ (375 บาท)(อธิบาย - ราคาของ ที่ซื้อใน ประเทศไทย ถูกว่าของฝรั่งเยอะ ซึ่งน่าจะใช้งบที่ วันละไม่เกิน 200 บาท มากที่สุด) ตอนผมชื้อของนั้น ผมไม่ได้คิดเรื่องเงิน แต่ถ้า บรรจงซื้อ ละก็ ไม่ถึงขนาดนี้ด้วยซ้ำไป อยู่แล้ว  ท่านคงจะ ซื้อได้ถูกกว่านี้แน่
โภชนาการก่อนเข้าแข่ง
       โภชนาการ ก่อนการแข่งขัน มักจะถูกกว่า และง่ายกว่า ในการหุงหา แต่ผมก็ยังทาน คล้ายๆกับตารางเดิม นั่นแหละ มีสิ่งที่ต้อง ตัดออกไป ได้แก่ นมเปรี้ยว พวกโยเกิต ,เนยเทียม ,และเนื้อสดแดงๆ (หยุดทาน 8 สัปดาห์ ก่อนแข่ง) ผมคิดว่า แย่มาก ในการที่จะต้อง ตัดแคลอรี่ลง อย่างฉับพลัน และยังคงหวัง ที่จะให้มี พลังเพียงพอ ในการฝึกอย่างหนัก  ดังนั้น ลองมาดู รายการอาหารของผม ในช่วงแข่งขันกันเถอะครับ
       อาหารมื้อเช้าของผม ในเวลา 06.00 น. ก็คือไข่ขาว 8 ฟอง ,มันเทศหรือมันฝรั่งใส่ตู้ไมโคเวฟ ,กาแฟถ้วยหนึ่ง และอาหารเสริมของผม อันได้แก่ วิตามินและเกลือแร่ ,วิตามินบี คอมเพล็กซ์ ,ไนอาซิน และเลชธิน   จากนั้นก็ไปเพาะกาย
       จนถึงเวลา 08.00 น.แล้วก็กลับมา รับประทานปลา ครึ่งปอนด์ (ธรรมดาจะย่าง ใส่เนยเทียมเล็กน้อย ,มะนาว และกระเทียม) ผักสักถ้วยหนึ่ง และมันฝรั่งครึ่งลูก หรือข้าวสารครึ่งถ้วย พร้อมกันนั้น ผมจะทานวิตามินบีคอมเพล็กซ์ 50 เข้าไป 5 เม็ด ,บี 6 ,บี 12 อย่างละเม็ด ,ไนอาซิน ,เลซีติน ขนาด 1,200 มิลิกรัม หนึ่งเม็ด และวิตะมินอี ขนาด 400 iu อีกด้วย
       ประมาณเวลาบ่ายโมง  ผมก็มีสลัด วางอยู่หน้าผม จานใหญ่ เป็นสลัดทูน่า มีมันฝรั่งครึ่งลูก ,น้ำชาและอาหารเสริม (วิตามินบีคอมเพลกซ์ ,เลซีติน ,โคลิน ,อีโนซีทอล และเมธิโอนิน) เวลาบ่ายสี่โมง ผมก็รับประทาน อกไก่ย่าง พร้อมกับผักบ้างเล็กน้อย และก็น้ำเปล่า
       ผมฝึกจนถึง 17.00 น. แล้วจึงรับประทาน ไข่ขาว 5 ฟอง พร้อมกับ ปลาทูน่า 6 ออนซ์ครึ่ง กับหอมใหญ่  พริกไทยและกระเทียม ผมเติมคาร์โบไฮเดรต ด้วยการ รับประทานข้าวโอ๊ต หรือข้าวหนึ่งถ้วย  ก่อนที่จะ เข้านอน ผมจะทานปลา หรือไก่งวง ประมาณ 6 ออนซ์ รวมกับแคลเซี่ยม ,แมกเนเซียม ,โปแตสเซีม และเลซีติน
บรรทัดสุดท้าย
       มีคนเป็นจำนวนมาก คิดว่า การที่นักเพาะกาย มีกล้ามเนื้อที่ใหญ๋โตเช่นนั้น คงมาจาก การใช้ยากระตุ้นพวก สเตอรอยด์   ความคิดนั้น ช่างบ้า อย่างที่สุด   เพราะหากท่าน ได้ศึกษาจาก ที่คณะวิจัยของไวเดอร์ค้นคว้าไว้ จะมีหลายตัวอย่าง เช่นรายของ ชาวโรมาเนียผู้หนึ่ง ทำร่างกาย ให้หนาขึ้น อย่างผิดตา ทั้งๆที่เพิ่งเริ่มเพาะกายได้ 2 เดือนเท่านั้น วิธีที่เขาใช้ คือ เพิ่มจำนวนโปรตีน เข้าไปในอาหาร ทั้งสองเดือนก็เห็นผลแล้ว
       ไม่ว่า ท่านจะทำอย่างไรก็ตาม บรรทัดสุดท้ายก็คือ ถ้าท่านต้องการ ที่จะมีกล้าม ท่านต้อง รับประทานอาหาร ชนิดที่ว่า ต้องทำให้ล่ำจริงๆ และนั่นก็หมายความว่า ต้องรับประทาน เฉพาะอาหาร ที่มีคุณภาพมากๆ   มิฉะนั้นแล้ว คุณก็จะไม่มีทาง สร้างกล้ามเนื้อ และพลังขึ้นได้เลย หากท่าน มัวแต่รับประทานโปรตีน ตามจำนวนที่คนอื่น กะเกณฑ์ไว้ให้  ไม่ได้ผลหรอก  ผมฝึกมานานมากแล้ว และได้สังเกตเห็น ความคิดของ คนอื่นๆ มามากพอ ที่จะไม่เชื่ออีกแล้ว
       โภชนาการ ที่ถูกต้อง เป็นส่วนสำคัญที่สุด ในการเพาะกาย โปรดได้ศึกษา ให้ถี่ถ้วน ไม่ใช่เฉพาะแต่ว่า อาหารที่ทานเข้าไปนั้น มีอะไรบ้าง  จงออกไปซื้ออาหาร และปรุงเอง เพื่อทำให้ตัวหนาขึ้น และกล้ามก็จะตามมา  ผลลัพธ์ที่ออกมา มักจะคุ้มค่าเหนื่อย ลองดูเถอะครับ แล้วคุณจะ เห็นผลงาน ด้วยตัวคุณเอง


- end -


 1