| แนวทางในการบริหารแบบรวบรัด |
|
เมื่อเข้ามาอยู่ในโลกของการเพาะกาย
หลายคนต่างคิดกันว่า
มันจะต้องมีเคล็ดลับสักอย่าง
ที่เมื่อรู้แล้วละก็
จะทำให้กล้ามเนื้อเติบโตอย่างสมบูรณ์แบบ
แต่ความจริงแล้วไม่ใช่
ไม่มีเคล็ดลับอะไรเลย
มันเป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์
ที่ต้องประกอบด้วยความรู้หลายส่วนต่างหาก
แต่ทั้งหมดจะอยู่บนพื้นฐานของ
การออกแรงต้านลูกน้ำหนักทั้งสิ้น
กลับมาดูที่จุดมุ่งหมายของเราดีกว่า
เป้าหมายของเราคือการพัฒนากล้ามเนื้อ
ให้เพิ่มทั้งขนาดและความแข็งแกร่ง
ในเวลาอันสั้น
และต้องไม่เสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บด้วย
และความรู้ต่อไปนี้
คุณจะต้องมีไว้เพื่อใช้ในการบริหารของคุณ |
การเรียงลำดับท่าบริหาร
-
ถ้าในตารางฝึกคุณในวันนั้น
ต้องบริหารกล้ามเนื้อตั้งแต่สองส่วนขึ้นไป
ให้ฝึกกล้ามเนื้อชิ้นใหญ่ก่อน
เพราะตอนนั้น
พลังงานในตัวคุณยังอยู่ในระดับสูง
จากนั้นจึงค่อยต่อด้วยกล้ามเนื้อชิ้นเล็ก
ยกตัวอย่างเช่น
ถ้าวันนั้นต้องเล่น ไทรเซบ
หน้าอก และบ่า
ก็ให้ฝึกเรียงลำดับดังนี้คือ
หน้าอก แล้วต่อด้วยบ่า
แล้วจึงไทรเซบ
และนี่คือตารางฝึกที่ผมแนะนำ |
| วันที่ 1
บริหารหน้าอก ต่อด้วย บ่า
ต่อด้วยไทรเซบ
ต่อด้วยหน้าท้อง |
| วันที่ 2 บริหารขา
ต่อด้วยปีก ต่อด้วยไบเซบ |
ท่าที่จะใช้บริหาร -
กล้ามเนื้อที่จะเล่นกล้าม
ได้แก่กล้ามเนื้อดังต่อไปนี้
ขา ,หน้าอก ,หัวไหล่ ,ปีก ,หลังส่วนล่าง
,หน้าท้อง ,แขน และคอ
กล้ามเนื้อแต่ละส่วน
ให้เลือกท่าบริหารท่าแรก
เป็นท่าที่ใช้กล้ามเนื้อส่วนอื่นเข้าช่วยในการยก
(เช่นท่า SQUAT
เพราะต้องใช้กล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง
และหน้าอกเข้าช่วยด้วย -
webmaster)
และตามด้วยท่าที่ต้องใช้กล้ามเนื้อนั้นส่วนเดียวออกแรง
(เช่นท่า LEG
EXTENSION เพราะใช้กล้ามต้นขาด้านหน้าอย่างเดียว
- webmaster) |
จำนวนเซทและจำนวนครั้ง
- เคยมีความเชื่อผิดๆว่า
ต้องบริหารให้มากเซทเข้าไว้
แต่จากงานวิจัยก็ชี้ชัดแบบฟันธงแล้วว่า
ไม่ใช่เช่นนั้น
เพราะถ้าคุณบริหารจนหมดแรงในเซทนั้นจริงๆ
การบริหารแค่ท่าละเซทเดียว
จะได้ผลดีกว่า |
|
หันมาพูดถึงจำนวนครั้งกันบ้าง
เมื่อนักเพาะกายบริหาร
เขาจะใช้แรงในการฝึกดังนี้คือ
บริหารเซทละ 6
ครั้งเมื่อใช้น้ำหนัก 85 เปอร์เซ็นต์ของลูกน้ำหนักหนักสุดที่ยกได้หนึ่งครั้ง
ยก 8 ครั้ง เมื่อใช้น้ำหนัก
80 เปอร์เซ็นต์ ,ยก 10
ครั้งเมื่อใช้น้ำหนัก 75
เปอร์เซ็นต์ ,ยก 12 ครั้ง
เมื่อใช้น้ำหนัก 70
เปอร์เซ็นต์ ,ยก 14 ครั้ง
เมื่อใช้น้ำหนัก 65 เปอร์เซ็นต์ |
|
มีนักวิชาการชี้ว่าการยกหนัก
85 เปอร์เซ็นต์ด้วยจำนวน 6
ครั้ง
ค่อนข้างจะเสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บ
ในทางกลับกัน
การยกด้วยน้ำหนักน้อยกว่า
65 เปอร์เซ็นต์
ก็ไม่มีผลต่อการเติบโตของกล้ามเนื้อเลย
นักสรีระวิทยา
แนะนำว่าที่ควรจะเป็นคือ
คุณควรบริหารด้วยน้ำหนักระหว่าง
75 - 80 เปอร์เซ็นต์
คือจำนวนครั้งระหว่าง 8 - 10
ครั้งนั่นเอง
จะดีที่สุดในการสร้างความแข็งแกร่งให้กล้ามเนื้อ |
|
เมื่อคุณบริหารนานๆไป
จนทำได้ 10
ครั้งแบบสบายๆแล้วละก็
ให้เพิ่มน้ำหนักขึ้นอีก 5
เปอร์เซ็นต์ แน่นอน
มันจะทำให้คุณบริหารได้น้อยครั้งลง
แต่ก็ไม่นานหรอก
กล้ามเนื้อคุณจะพัฒนาขึ้น
จนคุณกลับมายกได้ 10
ครั้งอีก
และเมื่อถึงเวลานั้นคุณก็เพิ่มน้ำหนักขึ้นอีก
5 เปอร์เซ็นต์ |
ความเร็วในการบริหาร -
การยกลูกน้ำหนักเร็วเกินไป
จะขัดขวางการเติบโตของกล้ามเนื้อ
อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บอีกด้วย
คุณอาจได้พบนักเพาะกายทำบ้าง
ซึ่งเขาเรียกกันว่าเทคนิค
CHEAT
แต่เทคนิคนี้
เขาใช้กับนักเพาะกายอาชีพนะครับ
ดังนั้นถ้าคุณไม่ใช่นักเพาะกายอาชีพ
ผมขอแนะนำว่าอย่าใช้ดีกว่า
ในทางกลับกัน
ถ้าคุณบริหารช้าเกินไป
คุณก็ต้องมีมัดกล้ามมากเหมือนนักเพาะกายอาชีพเช่นกัน
จึงจะรองรับแรงต้านทานมากๆได้
สรุปแล้ว
ผมแนะนำเลยว่าเมื่อคุณยกน้ำหนัก
จากจุดต่ำสุดไปถึงสูงสุด
ควรใช้เวลา 1 - 2 วินาที
และควรใช้เวลา 2 - 3 นาที
ในการผ่อนน้ำหนักจากจุดสูงสุดลงมาต่ำสุด |
การทำท่าในการบริหาร -
คุณจะต้องบริหารแต่ละครั้งในเซทให้สมบูรณ์แบบ
อย่างเช่นท่าม้วนข้อ
คุณก็ต้องเหยียดแขนให้ตึงที่สุด
แล้วเวลาม้วนขึ้นมา
ก็ม้วนให้สูงขึ้นมาจนสุดเช่นกัน
อย่าไปทำเพียงครึ่งๆกลางๆ
เพราะเมื่อคุณทำให้สมบูรณ์แล้ว
กล้ามเนื้อคุณจะพัฒนาได้มากกว่า |
ความถี่ในการบริหาร -
เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อให้แข็งแกร่งและเติบโต
คุณจะต้องบริหารกล้ามเนื้อแต่ละส่วน
ให้ได้ 2
ครั้งต่อหนึ่งอาทิตย์
ด้วยท่าที่หนัก
และถูกฟอร์มจำนวน 6 - 8 เซท (เพราะการบริหารกล้ามเนื้อแต่ละส่วน
เพียงอาทิตย์ละหนึ่งครั้งมันได้ผลน้อยเกินไป)
นั่นคือคุณแบ่งส่วนของร่างกายที่จะบริหารออกเป็น
2 ชุด บริหารวันละ 1 ชุด
ในใช้เวลา 30 นาที
นั่นหมายความว่า
คุณจะบริหารได้ครบทั้งหมดใน
2 วัน
เมื่อรวมเวลาพักที่พอเพียงแล้ว
ในอาทิตย์หนึ่งคุณก็จะ
บริหารกล้ามเนื้อแต่ละส่วนได้
2 ครั้งตามเป้า
แต่ถ้าการเดินทางมายิม
หรือค่าใช้จ่ายมันสูงละก็
คุณก็อาจรวมกล้ามเนื้อทั้งหมด
บริหารในวันเดียวคือ 60
นาทีก็ทำได้ครับ |