-  หน้า 2 -


 

arnold21.jpg

ลองใช้สัญชาติญาณเพี้ยนๆของคุณดูบ้าง


       ผมสนับสนุนให้คุณ ทำอะไรเพี้ยนๆบ้างเล็กน้อย เกี่ยวกับการเพาะกายของคุณ แน่นอนล่ะครับ ว่าชีวิตของ การเพาะกาย ย่อมหลีกนี้ไม่พ้น การคำนวณแครอรี่ การเอาใจใส่จำนวนน้ำหนัก ที่คุณใช้   การระมัดระวัง การปฏิบัติตัว ให้อยู่ในแบบในแผน ทั้งหมดที่พูดมานี้ ให้ผลดีกับคุณในระยะยาว แต่ถ้าเถรตรง ตลอดเวลา มันคงน่าเบื่อ และบางทีคุณ ก็อาจหาเหตุ หยุดเอาดื้อๆ ได้เหมือนกัน 

       ถ้าคุณเคยอ่านหนังสือ เรื่อง "Education of a Bodybuilder" ของผม คุณคงจะจำได้ที่ ตอนหนึ่งผมพูดถึง การที่ผมกับเพื่อน พากันเดินเข้าป่า หาท่อนซุง มาฝึกท่า squat จนหมดแรง แล้วเอาท่อนซุงนั้น มาผ่า เอาไปสุมกองไฟ ย่างบาร์บีคิว ทำกระโจม นอนพักแรมกัน โดยสมมติพวกเรา เป็นนักรบเยอรมัน ที่รอวันเข้าตีเมืองโรม ยังไงยังงั้น  ความคิดเล่นสนุกอย่างนี้ ไม่ได้ทำกันทุกวัน ไม่มีใครว่าคุณ จิตวิปริตไปหรอก แต่ในทางตรงกันข้าม มันกลับทำให้คุณ ก้าวข้ามขอบเขตที่คุณ ตั้งไว้เองในอดีต และยังเพิ่มแรงจูงใจ ในการใช้ชีวิต ที่อยู่กับการฝึกหนักและการมีวินัย ตลอดเวลา

       ในโรงยิมนั้น แม้แต่นักเพาะกายผู้เคร่งขรึม เช่น คริส   ดิกเคอสัน ยังใช้การจินตนาการ เป็นแรงขับ ให้เกิดพลัง ในการยกน้ำหนัก  โดยทำจิตใจ ให้ฟุ้งซ่าน แต่คิดอย่างจริงจัง ว่าตัวเองเป็น วีรบุรุษในนวนิยาย อย่างเช่น เฮอร์คิวลิส ซึ่งทำให้เขา ทำลายลิมิตตัวเอง ในอดีตลงได้ อีกรายหนึ่งก็คือ พี่น้องนักเพาะกาย ฝาแผด เดวิด กับปีเตอร์ พอล ที่ชอบสมมติตัวเอง ว่าเป็นอีกคนหนึ่ง หลอกคนอื่นในโรงยิมให้หลงเชื่อ  และยังตกลงกันว่า ถ้าเขาเห็นคนไหน ยกลูกน้ำหนัก เท่าใดก็ตามในโรงยิม เขาสองคน ก็จะต้องยกลูกน้ำหนักนั้นให้ได้  ไม่ว่ามันจะหนักสักเท่าใดก็ตาม  ใช่แล้ว หนทางสู่ความเติบโต ของกล้ามเนื้อ บางทีคุณก็ต้อง ทำตัวให้เพี้ยนบ้าง  

       แต่ไม่ใช่เพี้ยนมากจนโง่ แล้วทำร้ายตัวเอง อย่าลืมว่ามันเป็นแค่ จินตนาการเล็กๆเท่านั้น  การบาดเจ็บ ทำให้คุณต้องหยุดฝึก และใช้เวลาเป็นอาทิตย์ หรือเดือน กว่าจะหายเป็นปกติ ซึ่งส่งผลให้การเติบโต กล้ามเนื้อของคุณ สะดุดไปด้วย 

การควบคุมอาหาร (Diet)

       การควบคุมอาหาร เป็นสิ่งสำคัญมาก ในการสร้างกล้ามเนื้อ นักเพาะกายวัยรุ่นมักจะ พยายามเพิ่มขนาดตัวเอง ด้วยการทานอาหารปริมาณมาก ไม่ว่าจะเป็น เสต๊ก ไก่งวงตัวใหญ่ๆทั้งตัว นมเป็นถังๆ แต่ว่าร่างกายของเรานั้น จะใช้สิ่งที่ใช้ได้ในเวลาเดียวเท่านั้น ที่เหลือก็จะกลายเป็นไขมันไป

       เราต้องทาน หากเราต้องการเติบโต ผมแนะนำให้ทานอาหารมื้อเล็กๆ แต่หลายมื้อ แทนที่จะทานมื้อใหญ่แค่ 3 มื้อ ผมเริ่มด้วยการ ทานอาหารเช้าดีๆ เมื่อออกกำลังภาคเช้าแล้ว ผมจะทานโปรตีนปั่น หลังการออกกำลังทันที และทำเช่นนี้อีกที หลังการออกกำลังในตอนบ่าย ดังนั้นเมื่อรวมกับอาหารมื้อปกติ 4 มื้อ ของผมแล้ว ก็คือผมทานวันละ 6 มื้อนั่นเอง การทานอาหารอย่างนี้ จะทำให้คุณมีโปรตีน และคาร์โบไฮเดรต อยู่ในระบบร่างกายคุณ และนำมาใช้ได้ตลอดเวลา เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายคุณต้องการ (อธิบาย - สำหรับนักเพาะกายแล้ว จะต้องไม่มีอาการหิว อย่างเด็ดขาด เพราะจะต้อง มีการตุนคาร์โบไฮเดรต และสารอาหารอย่างอื่น ในระบบร่างกายตลอดเวลา หากมีอาการนี้ คุณต้องปรับปรุงระบบ การทานอาหารของคุณใหม่) 

       เมื่อคุณต้องการความใหญ่โต คุณไม่ได้ทำผิดหรอกหากไม่ได้ฝึกแอโรบิค ด้วยวิธีนี้ แม้ว่ามัน จะไม่สร้างความชัดเจน ให้กล้ามเนื้อมากนัก  แต่มันก็เป็นหนทาง ที่ดีที่สุด ที่จะทำให้กล้ามคุณ ใหญ่โตอย่างแท้จริงได้ เอาเป็นว่าถ้าคุณ เริ่มเห็นไขมัน แทนที่จะเป็นกล้ามเนื้อละก็ ลองลดอาหารลงนิดหนึ่ง หรือฝึกให้หนักขึ้นอีกหน่อยแล้วกัน 

ฝึกกล้ามท้อง และกล้ามน่อง

       ข้อผิดพลาดอย่างหนึ่ง ที่นักเพาะกายวัยรุ่น ทำผิดมากก็คือ การปฏิเสธที่จะฝึกกล้ามท้อง และกล้ามน่อง พวกเขาพากันคิดว่า กล้ามสองส่วนนี้ สำคัญน้อยกว่า หน้าอก ปีก แขน หรือกล้ามเนื้อ ชิ้นใหญ่ชิ้นอื่นๆ ทั้งยังคิดว่า เขามีเวลาอีกมาก ที่จะฝึกกล้ามสองตัวนี้ภายหลัง อย่าจมกับภาพลวงอีกเลย คุณจะต้องรวม การฝึกกล้ามเนื้อสองส่วนนี้  เข้าไปในโปรแกรม การสร้างกล้าม ให้ใหญ่โตอย่างแท้จริงด้วย 

       กล้ามน่องโตช้ามาก ดังนั้นคุณจะต้อง ฝึกมันเสียตั้งแต่เริ่มต้น กล้ามท้อง ก็เป็นส่วนที่สำคัญ ที่คุณมิอาจปฏิเสธได้ ในสมัยแรกๆ ผมมีปัญหาในเรื่อง การสร้างกล้ามน่องมาก จนกระทั่ง เรค   ปาร์ค แสดงวิธีการฝึกกล้ามน่องให้ผมดู เขาอธิบายว่า ตัวเขาน้ำหนัก 100 กก. (220 ปอนด์) ดังนั้น ในการฝึกกล้ามน่องแต่ละข้าง จะต้องใช้ลูกน้ำหนัก 140 - 180 กก.( 300 - 400 ปอนด์) เมื่อคำนวณ ตามอัตราส่วนนี้ นั่นหมายความว่า ตัวผมต้องใช้ลูกน้ำหนัก ถึง 454 กก. (1,000 ปอนด์) ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมใช้เพียง 227 กก.(500 ปอนด์) เท่านั้น  เมื่อผมลองใช้วิธีใหม่นี้ กล้ามน่องผม ก็โตขึ้นอย่างรวดเร็ว จงจำไว้ว่า กล้ามเนื้อก็คือกล้ามเนื้อ ถ้าคุณต้องการให้มันโต คุณต้องฝึกให้หนัก
 

arnold22.jpg


       ร่างกายใหญ่โตเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้คุณกลายเป็น นักเพาะกายผู้ยิ่งใหญ่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม คุณก็ต้องก่อกล้ามเนื้อ ให้ใหญ่ขึ้นมาก่อน แล้วค่อยมาคิดถึงเรื่อง ความสมส่วน การปรับรูปทรง การทำให้เส้นมัดกล้ามชัดเจนขึ้นมา จึงจะเป็นหนทาง ไปสู่มิสเตอร์โอลิมเปีย ซึ่งคนที่ร่างกายใหญ่โตที่สุด ไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้ชนะ แต่ก็อีกนั่นแหละ ถ้าร่างกายคุณไม่ใหญ่โต คุณก็ไม่ผ่านรอบคัดเลือก ให้เข้าไปแข่งเสียด้วยซ้ำ 

       เมื่อเราพูดถึงนักเพาะกาย ที่ก้าวมาจาก ร่างกายที่ปราศจากกล้ามเนื้อ  แล้วประสบความสำเร็จ จนได้เป็น มิสเตอร์โอลิมเปีย คนทั่วไปจะคิดถึง แฟรงค์   เซน  ช่างน่าแปลก ที่คนโครงสร้างเล็กๆอย่างแฟรงค์ ในน้ำหนักเพียง 86 กก. กลับมีพลังอย่างเหลือเฟือ ผมเห็นมากับตา ว่าเขาเล่นน้ำหนักที่หนักมาก บางครั้งเขาใช้น้ำหนัก เท่ากับที่ผมฝึกเลยทีเดียว แม้ว่าน้ำหนักตัวผม จะหนักกว่าแฟรงค์ หลายขุมก็ตาม  ใครที่ไม่เชื่อว่าแฟรงค์ แข็งแรงจริงๆ ลองมาเล่นกล้ามกับเขา สัก 1 วัน แล้วก็จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

       ด้วยขนาดโครงสร้างร่างกาย และกระดูกของผม แม้ว่าผมจะไม่ได้เพาะกายเลยก็ตาม ผมก็จะมีน้ำหนักถึง 90 กก.(200 ปอนด์) ถ้าเป็นแฟรงค์ เขาก็จะมีน้ำหนักตัวแค่ 63 กก.(140 ปอนด์) เท่านั้น  ซึ่งตัวผมและแฟรงค์ ต่างก็สร้างกล้ามเนื้อล้วนๆ เพิ่มขึ้นได้ คนละ 20 กก. เท่ากัน เมื่อพิจารณาจากโครงสร้างแฟรงค์ ซึ่งเล็กกว่าผม แต่กลับสร้างน้ำหนักตัว ได้เท่ากัน นั่นหมายความว่า เขาสร้างกล้ามเนื้อ ได้เหนือผมมาก เมื่อเทียบกันตามอัตราส่วน  

       นักเพาะกายหน้าใหม่ ไม่ต้องไปสนใจเทคนิคจุกจิกต่างๆ ที่ได้รับฟังมาให้วุ่นวาย คุณแค่จดจำสิ่งต่อไปนี้ คือ ฝึกให้หนัก ทานให้ฉลาด และทำให้ร่างกายใหญ่ด้วยกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ด้วยไขมัน ขอย้ำอีกครั้งว่า คุณจะใหญ่ได้ คุณต้องแข็งแกร่งก่อน   ไม่แปลกอะไรเลย มันเป็นธรรมชาติ เมื่อคุณใช้น้ำหนักมาก และฝึกหนัก ความใหญ่โตและกำยำก็จะก่อเกิด เหมือนกับหลังกลางวัน ก็ต้องเป็นเวลากลางคืนฉะนั้น
 

arnold23.jpg


 

- END -