อายุน้อยกว่า 15 ปี


 

เราสามารถเล่นกล้ามได้ตั้งแต่อายุ 12 ปี (คนทางซ้าย)
 

ในภาพข้างบนนี้เป็นนักเพาะกายอายุ 13 ปี
 

               สวัสดีครับ เพื่อนสมาชิกที่สนใจการเพาะกาย นับว่าคุณเลือกได้ถูกทางแล้วล่ะครับเพราะการเพาะกายเป็นกีฬาเดียวที่จะทำให้คุณมีความแตกต่างกับเพื่อนหรือคนรอบๆข้างคุณได้อย่างชัดเจน และติดตัวเราไปตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คนที่ได้เห็นรูปร่างคุณพากันประทับใจ เพียงแต่เขาไม่ชมออกมาตรงๆเท่านั้น (อาจจะเพราะด้วยความอิจฉาในใจก็ได้) ยิ่งเวลาคุณยืนเข้าแถวเคารพธงชาติตอนเช้าแล้วล่ะก็ เพื่อนที่ยืนอยู่ด้านหลังของคุณจะเห็นชัดเลยว่ากล้ามปีกของคุณนั้น มันดันต้นแขนส่วนบนของคุณให้กางออกไป แม้จะใส่เสื้อนักเรียนอยู่แต่มันก็มองเห็นได้ครับ อย่างนี้รับรองว่าไม่มีใครกล้าแหยมคุณแน่ และที่สำคัญ คุณคิดว่าเพื่อนสาวๆของคุณ อยากจะรู้จักใครมากกว่ากันครับระหว่างคนที่รู้จักดูแลสุขภาพตัวเอง ด้วยการออกกำลังกาย กับพวกที่ไปแอบสูบบุหรี่ตามห้องน้ำ ซึ่งก็เห็นอนาคตแล้วว่าต้องเป็นพวกขี้ยาในกาลภายหน้า

               เวลาคุณยืนเข้าแถวตอนเช้า เพื่อนที่ยืนข้างหลังคุณ เขาจะเห็นกล้ามปีกดันต้นแขนออกไปด้านข้าง เหมือนภาพข้างบนเลยครับ ถึงจะใส่เสื้อนักเรียนไว้ แต่ก็ไม่มีอะไรมาปิดบังความใหญ่ของคุณได้ครับ


 

               ก่อนอื่น ต้องมาคุยก่อนครับว่าทำไมคุณไม่ค่อยเห็นนักกล้ามเดินตามท้องถนนเลย สาเหตุก็เพราะมันเป็นกีฬาที่ต้องใช้ระยะเวลาครับ อย่างน้อยต้องมี 6 เดือนขึ้นไปถึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นคนที่ไม่มีความตั้งใจจริงก็มักจะพากันเลิกไปเสียก่อน แต่ก็ต้องถือว่าเป็นส่วนดีนะครับ เพราะถ้าเรามีความวิริยะอุตสาหะ มันก็จะทำให้เราโดดเด่นขึ้นมาไงครับ ถ้ามันสร้างกล้ามกันได้ง่ายๆก็คงมีกันเกร่อและคงไม่ทำให้เราแตกต่างจากคนอื่นเท่าไร ก็เหมือนคนที่สอบได้ที่ 1 ในชั้นเรียนก็มีคนเดียวไงครับ แต่ว่าในห้องเรียนของคุณนั้น มีคนอยู่ 50 คน การได้ที่ 1 ในชั้นเรียนก็เทียบได้กับเอาชนะ 49 คนได้ แต่ค่าเฉลี่ยของการเพาะกายนั้น เป็น 1 ต่อหมื่น (หมายความว่าค่าเฉลี่ยคือในคน 1 หมื่นคนจะมีคนเล่นกล้ามแค่คนเดียว)  นั่นหมายความว่าถ้าคุณเล่นกล้ามได้ คุณจะโดดเด่นด้วยการเอาชนะคนมากกว่า 9,999 คนเลยทีเดียว

ดัมเบลล์ลูกเดียวไม่พอครับ?

               มาคุยเรื่องอุปกรณ์พื้นฐานกันครับ ที่คุณจะต้องมีนั้น มีอยู่ 3 ประการครับคือเตียงยกน้ำหนัก ,บาร์เบลล์ ,ดัมเบลล์ เป็นอย่างน้อยครับ  ดังนั้นถ้าคุณมีเพียงดัมเบลล์ 1 ลูก หรือ 1 คู่ คงจะทำไม่สำเร็จเป็นแน่ ตัวผมเองนั้นมีความโชคดีที่ได้ดัมเบลล์และบาร์เบลล์รวมทั้งเตียงยกน้ำหนักที่ตกทอดมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ (สมัยรัชกาลที่ 5 เลยครับ) หน้าตาของอุปกรณ์ก็คือดังภาพข้างล่างนี้ครับ

(ภาพบน)เตียงยกน้ำหนักอายุเกือบ 100 ปีที่ประกอบขึ้นเอง
 

(ภาพบน) บาร์เบลล์
 


(ภาพบน) ดัมเบลล์
 


 

               สามรายการข้างต้นนี้คืออุปกรณ์พื้นฐานที่จะต้องมีครับ ถ้าไม่มีก็คงต้องรบกวนคุณพ่อคุณแม่หน่อยล่ะครับ และคุณซื้อครั้งเดียวก็สามารถใช้ไปได้ตลอดจนแก่เฒ่าเลยครับ คุ้มจริงๆ ให้คุณพ่อคุณแม่พาไปหาซื้อตามห้างก็ได้ครับ  ส่วนอุปกรณ์อย่างอื่นที่เห็นขายตามห้างนั้น ยังไม่มีความจำเป็นทั้งสิ้นครับ เขาโฆษณากันเกินจริงทั้งนั้นเลย ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อครับ  และเมื่อได้อุปกรณ์แล้ว ก็ให้หาความรู้เพิ่มเติมในเวบผม เพื่อเอามาประยุกต์การฝึกของคุณเลยครับ

อาหารการกิน

ถ้าเป็นไปได้ก็ควรดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว
 

เน้นอาหารโปรตีน เช่นไก่ ,เนื้อวัวเนื้อหมู ,ปลา ,ไข่
 

อาหารเช้าที่แนะนำคือขนมปัง ไข่ดาว ไส้กรอก ทำง่ายและราคาถุก (อย่าลืมนม 1 แก้วนะครับ)
 

               ไม่ว่าคุณจะอ้วน หรือผอม หรือรูปร่างปกติ ก็สามารถทานอาหารในรูปแบบเดียวกันกับที่ผมแนะนำนี้ได้ครับ เพราะการเพาะกายจะใช้หลักการทานแบบนี้เหมือนกันหมด และแม้ว่าคุณจะอ้วนอยู่ การเพาะกายก็จะเริ่มปรับไขมันให้กลายเป็นกล้ามเนื้อ และพาคุณเข้าสู่การเป็นนักกล้ามได้  ส่วนคนที่ผอมหรือร่างกายปกติ ร่างกายก็จะเริ่มสร้างเซลล์กล้ามเนื้อให้มีมากขึ้นด้วยอาหารที่ผมแนะนำเหล่านี้นั่นเองครับ

อาหารเสริม?

จะใช้อาหารเสริมหรือไม่ใช้ก็ได้

               จริงๆแล้วอาหารเสริมก็ไม่ใช่ยาวิเศษอะไร ความตั้งใจจริงในการฝึกต่างหากที่เป็นตัวชี้วัดว่าใครจะประสบความสำเร็จ ถ้าเรามั่นใจแล้วว่าอาหารการกินของเรามีโปรตีนและวิตะมินครบถ้วนแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้อาหารเสริมก็ได้ครับ ยิ่งถ้ามีงบประมาณน้อย ก็ควรเก็บเอาเงินในส่วนนั้นไปซื้ออุปกรณ์การเล่นกล้ามจะดีกว่า

               ข้อดีของอาหารเสริมก็คือ เหมือนกับการใช้ทางลัด ยกตัวอย่างเช่น การที่คุณจะไปโรงเรียนนั้น ถ้าเดินด้วยเท้าไป ก็ไปถึงโรงเรียนเหมือนกัน (ก็เหมือนกับการที่คุณเล่นกล้ามโดยไม่ใช้อาหารเสริม)  แต่ถ้าให้คุณพ่อไปส่งด้วยรถยนต์ ก็จะสะดวกสบายและถึงเร็วกว่า การใช้อาหารเสริมก็เหมือนการเดินทางด้วยรถยนต์ คือสะดวกสบายกว่าการเดินเท่านั้นเอง ข้อแนะนำของผมคือ ถ้าไม่อยากรบกวนคุณพ่อคุณแม่มาก ก็ใช้อาหารธรรมชาติคือเน้น นม ,ไข่ ,เนื้อสัตว์ตามที่ผมบอกไว้ข้างบนก็ดีครับ อย่างที่ผมบอกว่าความตั้งใจในการฝึกคือสิ่งที่สำคัญที่สุด (ความตั้งใจในการฝึก คือการมีวินัยในการฝึก เช่นถึงเวลาฝึกก็ต้องฝึก พอฝึกเสร็จแล้วก็ไปทำอย่างอื่นได้ตามใจชอบ)

               อาหารเสริมไม่ใช่ยา ดังนั้นจึงไม่มีผลเสียใดๆ ไม่มีสารตกค้าง ไม่มีการดื้อยา เพราะอาหารเสริมสกัดจากธรรมชาติ การทานอาหารเสริมก็เหมือนการทานอาหารธรรมชาติ เพียงแต่เขาสกัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์มาอยู่ในรูปเม็ดเท่านั้นเอง  โดยอาหารเสริมจะมีขายอยู่หลายยี่ห้อในท้องตลาดครับ ก่อนซื้อก็ควรปรึกษาคนขายก่อนว่าให้ทานตอนไหน ปริมาณเท่าใด (อย่าลืมบอกเรื่องอายุคุณไปด้วยนะครับ) ตัวผมเองก็ใช้ตั้งแต่อายุ 14 ปีเช่นกัน

คำส่งท้าย

               เมื่อเริ่มเล่นกล้าม หรือเล่นไปได้ระยะหนึ่งแล้ว ก็มักจะมีปัญหาต่างๆมาเข้าสมองคุณ เช่นความไม่มั่นใจ ,ความคิดมาก สิ่งเหล่านี้ขอให้คุณตัดทิ้งไปเลยครับ เพราะนักกล้ามเขาก็เริ่มเล่นที่อายุขนาดคุณกันทั้งนั้น และเขาก็สร้างกล้ามเนื้อจนประสบความสำเร็จมามากมายแล้ว  อีกทั้งด้วยวัยขนาดคุณนี้ ควรเริ่มฝึกความเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว นั่นหมายความว่าก่อนหน้านี้ เมื่อมีปัญหาอะไรคุณก็ถามคุณพ่อคุณแม่ได้ เพราะท่านมีเวลาตอบให้คุณ แต่เมื่อคุณจะต้องเริ่มติดต่อกับคนอื่นที่ไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่ คุณจะต้องเริ่มรู้จักการพึ่งตนเอง  เมื่อคุณมีปัญหาข้อสงสัยอะไร คุณก็ควรหาคำตอบด้วยตนเอง มากกว่าที่จะคอยถามเหมือนเด็กๆ สิ่งที่ผมกำลังจะแนะนำก็คือว่าเมื่อเกิดปัญหาข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับการเพาะกาย ให้ลองอ่านเนื้อหาในเวบให้ได้มากๆแล้วคุณจะได้คำตอบเอง  สมัยผมอายุเท่าคุณผมก็ศึกษาเองจากตำราทั้งนั้น ไม่สามารถถามใครได้ ดังนั้นจึงนับว่าโชคดีแล้วล่ะครับที่คุณมีแหล่งความรู้ในการเพาะกายให้ดู สบายกว่าตอนที่ผมอายุเท่าคุณหลายเท่าตัวเลยครับ ขอให้ประสบความสำเร็จในการเล่นกล้ามนะครับ อย่าลืมนะครับว่า คนที่มีกล้ามนั้น ไม่ได้ได้มาด้วยปาฎิหารย์ ไม่ได้ได้มาภายในวันเดียว พวกเขาล้วนแต่ต้องมีความวิริยะอุตสาหะในการฝึกเป็นปีๆทั้งสิ้น  อย่าล้มเลิกกลางคันนะครับ แล้วคุณจะเป็นอันดับที่ 1 เหนือคน 9,999 คนรอบตัวคุณครับ


 

- END -